เปิดใจวินาทีเฉียดตาย! แม่ค้าลูกอม ยันประตูหลังไม่ล็อกตาย แต่ทางเดินแคบ
เปิดใจวินาทีเฉียดตาย! แม่ค้าลูกอม รับโต๊ะขายลูกอมขวางประตูจริง แต่ขยับได้ ยันประตูหลังไม่ล็อกตาย แต่ทางเดินแคบ ผ่านได้ทีละคน
วันที่ 14 ก.ค. 69 จากกรณีเกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก
ต่อมา น.ส.ปัทมา (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายลูกอมในร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เล่าวินาทีเกิดเหตุไฟไหม้ว่า ขณะนั้นกำลังนั่งขายลูกอมอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงคล้ายแก้วแตก ตอนแรกคิดว่าเกิดเหตุทะเลาะกัน ก่อนจะมีคนวิ่งมาจากด้านหลังพร้อมตะโกนว่า “ไฟไหม้” ทำให้ตนรีบหนีออกทางประตูหลังทันที
เจ้าตัวบอกว่า ประตูด้านหลังบริเวณใกล้ห้องน้ำ สามารถเปิดออกได้ แต่วันเกิดเหตุจะมีการใส่กลอนไว้ แต่เป็นเพียงกลอนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ล็อกด้วยแม่กุญแจ และไม่ได้ล็อกตาย ส่วนสาเหตุที่ต้องใส่กลอน เพราะลูกบิดประตูเสีย ทำให้ต้องใช้กลอนปิดล็อกประตูแทน และสาเหตุที่ต้องปิดเอาไว้ เป็นการปิดเพื่อควบคุมทางเข้าออก ให้ลูกค้าเข้าทางหน้าร้านเป็นหลัก ซึ่งจะมีการตรวจบัตรประชาชนและตรวจสิ่งของต้องห้ามก่อนเข้า โดยช่วงเกิดเหตุ มีหลายคนวิ่งหนีออกทางประตูดังกล่าว รวมถึงตนเอง และแม่บ้านของร้านด้วย
สำหรับโต๊ะขายลูกอมที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าประตูห้องน้ำของร้าน และถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขวางทางหนี ทำให้เส้นทางคับแคบมีลำบาก เจ้าตัวยืนยันว่า แม้ว่าจะเป็นโต๊ะไม้สีดำแดง ความกว้างสามารถวางตะกร้าขายลูกอมได้ประมาณ 2 ตะกร้า แต่โต๊ะดังกล่าวสามารถเลื่อนออกได้ ไม่ได้ติดตั้งถาวร และไม่ได้ตั้งขวางทางปิดทางเข้าออกประตูนั้น เพียงแค่ช่องว่างระหว่างทางเดินมันแคบซึ่งคนสามารถผ่านได้ทีละ 1 คนเท่านั้น และในวันเกิดเหตุก็มีช่องว่างให้คนสามารถออกได้ โดยมีหลายคนใช้เส้นทางดังกล่าวหลบหนี และรอดออกมาได้
และหลังจากที่ตนออกมาได้แล้ว ได้ตะโกนเรียกแม่บ้านและให้ช่วยกันนำผู้ที่ติดอยู่ด้านในออกมา แต่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนหลายคนตกใจและสติแตก
แต่ น.ส.ปัทมา ก็ยอมรับว่า ตนไม่ทราบว่าประตูดังกล่าวเป็นประตูหนีไฟ แต่รู้เพียงว่าเป็นประตูที่สามารถใช้เข้าออกได้ และมองว่าหากทุกอย่างพร้อมกว่านี้ อาจช่วยให้มีคนรอดชีวิตมากขึ้น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากจนไม่มีเวลาให้ตั้งตัว
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนเดินทางกลับมาที่ร้าน อยากนำดอกไม้มาร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนในร้านที่เคยพบเจอและพูดคุยกันอยู่เป็นประจำ จึงอยากมาแสดงความอาลัยต่อการจากไป