โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AI ผู้ร้ายตัวใหม่ความยั่งยืน ด้านมืดนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เราใช้เวลาหลายสิบปีในการรณรงค์สู้กับ “ผู้ร้ายพลาสติก” ลดการใช้ครั้งเดียวทิ้ง แยกขยะทิ้งอย่างถูกต้อง และหาวิธีนำไปรีไซเคิล อย่าให้กลายเป็นขยะในดิน และในแหล่งน้ำ แล้วละลายเป็นไมโครพลาสติกกลับสู่ร่างกายมนุษย์

ท่านทราบหรือไม่ว่า ตอนถุงพลาสติกเปิดตัว เป็นนวัตกรรมแทนกระดาษ ลดการตัดไม้ทำลายป่า ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง

ตอนนี้เรารณรงค์จนพลาสติกถูกบังคับให้เป็น วัสดุหมุนเวียน ที่ต้องจัดการตลอดห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ ปัญหาขยะพลาสติกคงจะหมดไปในไม่ช้า แต่เรากำลังเผชิญ ผู้ร้ายตัวใหม่ที่ร้ายแรงกว่า สร้างปัญหาเขย่าวงการความยั่งยืน

AI จะเป็นผู้ร้ายได้อย่างไร จากข้อมูลที่เราเฝ้าติดตาม คนทั่วโลก 1 ใน 5 ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน คาดว่ามีคนใช้งานกว่า 3 พันล้านคน วันละหลายครั้ง และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการส่งคำสั่ง Prompt ใน ChatGPT ที่เดียวสูงถึง 2,500 ล้านครั้งต่อวัน เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 53% ต่อ 47% เป็นผู้อยู่ในวัยทำงานราว 70% และเชื่อไหมว่าเกือบ 75% เป็นคำสั่งคำถามส่วนตัว เช่น การปรึกษาปัญหาชีวิต หาไอเดีย ดูดวง และเจนรูปสวย ๆ ขำ ๆ เล่นสนุก

แต่ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า แม้ AI จะเป็นเครื่องมือให้มนุษย์ฉลาดขึ้น แต่กลไกของAI ในยุคต้นนี้ มันกระหายน้ำ หิวไฟฟ้า และบั่นทอนสมองมนุษย์ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องจะทำลายสิ่งแวดล้อม ชุมชน และในที่สุดทำร้ายสมองของมนุษย์

คำถามAI ครั้งหนึ่งใช้พลังงานมากกว่าหาในGoogle ถึง10 เท่า และการคุยกับ AI 10-20 คำถาม AI จะกินน้ำราว 1 ขวด 500 มิลลิลิตร เพราะว่าการประมวลข้อมูลของดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้ามาก เกิดความร้อนสูง ปลดปล่อยคาร์บอนจำนวนมหาศาล และแย่งแหล่งน้ำสะอาดกับชุมชน

จากการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ เราจะเห็นคนรอบตัวคิดน้อยลง ถาม AI มากขึ้น อะไรที่ขี้เกียจอ่านก็ให้ AI สรุปมา อะไรที่ขี้เกียจเขียนก็ให้ AI เขียนให้ เมื่อคนเราคิดน้อยลง อ่านน้อยลง เขียนน้อยลง สมองของมนุษย์เราก็อ่อนแอลง การคิดวิเคราะห์ (CriticalThinking) ก็ไม่เป็น การคิดสร้างสรรค์ (Design Thinking) ก็ไม่ออก การแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ต้องรอถาม AI แม้แต่ข้อมูลที่บิดเบือน และข้อมูลปลอม เราก็จะเชื่อโดยง่ายเพราะขาดสามัญสำนึก (Common Sense)

ขณะที่คนทั่วโลกกว่า3 พันล้านคนขี้เกียจขึ้น สมองฝ่อลงเรื่อย ๆ เพราะ AI หลายคนขี้เหงาคุยกับ AI เป็นเพื่อนทั้งวัน อีกหลายคนเจนรูปเล่น ส่งไปโชว์ใน Tik Tok ขณะนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ของ AI ก็กำลังดูดน้ำจนแห้ง แย่งแหล่งพลังงาน ปลดปล่อยคาร์บอนมหาศาล ในไม่ช้าถ้าเราใช้ AI ไม่เป็น นวัตกรรมนี้จะกลายเป็น ผู้ร้ายตัวใหม่ ที่ทำลายความยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...