โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเครนถล่ม สีคิ้ว-พระราม2 ‘ITD’งานสุดชุ่ย

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 7.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คมนาคมสรุปสอบ “ไฮสปีด-มอเตอร์เวย์ M82” ชี้ต้นเหตุจากความล้มเหลวระบบความปลอดภัย ผิดขั้นตอน ไร้วิศวกรควบคุม-ใช้ใบอนุญาตหมดอายุ พร้อมเอาผิด 3 ด้าน อาญา-วินัย-จรรยาบรรณวิชาชีพ ผงะไม่ยกเลิกสัญญาอิตาเลียนไทยฯ แต่ให้เปลี่ยนทีมงาน เหตุเสี่ยงผิดสัญญา ขณะที่สมุดพกยังแบล็กลิสต์ไม่ได้ เพราะต้องรอหลักเกณฑ์จากกรมบัญชีกลาง ด้าน “สิริพงศ์” เตรียมฟันเพิ่มรถฝ่ารางรถไฟ พร้อมอนุมัติเยียวยาเหยื่อแล้ว 6 ราย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ตกทับขบวนรถไฟสีคิ้ว และกรณีคานปูนและเครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ตอน 7 ถนนพระราม 2 ซึ่งมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างว่า สาเหตุของ 2 เหตุการณ์ไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรชำรุด แต่เกิดจากความล้มเหลวของระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย การควบคุมงาน และการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด โดยกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ พบว่าไม่มีการขออนุญาตทำงาน ไม่ปิดเส้นทางเดินรถไฟระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ตรวจสอบเครื่องจักรให้ครบถ้วน และไม่มีวิศวกรควบคุมงานอยู่ประจำหน้างานจริง ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเครนผิดขั้นตอน จนโครงสร้างรับน้ำหนักพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ

นายจิระพงศ์กล่าวอีกว่า ขณะที่โครงการมอเตอร์เวย์ M82 เกิดจากการติดตั้งอุปกรณ์รองรับเครนผิดตำแหน่ง ทำให้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน เหล็กขยายตัว และเกิดแรงดันสะสมจนโครงสร้างเสียสมดุล และพังถล่ม ขณะเดียวกันผู้รับจ้างยังดัดแปลงอุปกรณ์หน้างานโดยไม่ได้รับอนุมัติ ใช้เอกสารตรวจสอบเครื่องจักร (ใบ ปจ.1) ที่หมดอายุ และผู้ควบคุมงานไม่ได้สั่งหยุดงานแม้พบความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางแก้ไข อาทิ ให้ตรวจใบ ปจ.1 ของเครน และเครื่องจักรหนักทุกชิ้นในทุกโครงการทันที ห้ามดัดแปลงเครนหนักโดยไม่มีการอนุมัติ พร้อมทั้งออกมาตรฐานกำกับการใช้เครน โดยผู้เชี่ยวชาญ และให้ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ โครงการก่อสร้างสะพานยกระดับทุกโครงการ เป็นต้น

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า จะมีการดำเนินการเอาผิด 3 ด้าน ทั้งคดีอาญา ความผิดทางวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพวิศวกร โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบเชิงนิติวิศวกรรมให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.2569

ทั้งนี้ ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างโครงการ M82 ตอนที่ 7 เพราะหากยกเลิกสัญญาอาจทำให้โครงการหยุดชะงักเป็นเวลานาน ต้องหาผู้รับจ้างรายใหม่ เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะงานยังค้างอยู่ด้านบน และอาจเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย มีการฟ้องร้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและหน่วยงานได้ ส่วนเรื่องความเสียหาย ประเมินเบื้องต้นประมาณ 11 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้ยกเลิกสัญญา แต่ ทล.ไม่มั่นใจทีมที่ทำงานแล้ว จึงให้ยุติการปฏิบัติงาน และบังคับให้หาบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเครนที่มีมาตรฐานระดับสากลเข้ามาทำงานแทน เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนงาน ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 88% เหลือการติดตั้งอีก 2 สแปน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ จากนั้นจะเก็บรายละเอียดต่างๆ และพร้อมเปิดให้บริการช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ได้เดือน ส.ค.2569

สำหรับการพิจารณาที่ไม่ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างนั้น เป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการที่ ทล.ตั้งขึ้นมา 1 ชุด มีผู้แทนอัยการสูงสุด, กรมบัญชีกลาง และฝ่ายกฎหมาย ร่วมวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และผลประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วย โดยตามมาตรา 103 พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง กำหนดว่า การจะบอกเลิกสัญญาได้นั้น ต้องพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐและต่อสาธารณชนหรือไม่ การใช้สมุดพกผู้รับเหมาหรือระบบแบล็กลิสต์ ยังต้องรอหลักเกณฑ์จากกรมบัญชีกลางก่อน จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ กรมทางหลวงจึงเลือกใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดแทน ทั้งการเปลี่ยนทีมปฏิบัติงานเดิมทั้งหมด ให้ผู้รับจ้างจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาดำเนินงาน และตั้งคณะกรรมการ Construction Safety Audit ตรวจสอบทุกขั้นตอนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 เป็นต้นไป

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ รฟท.ได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ตอบกลับมา แต่ขณะนี้ได้ให้ผู้รับจ้างกลับมาทำงานแล้ว เนื่องจากได้ให้หยุดงาน 90 วันไปแล้ว และตามเงื่อนไขสัญญากำหนดว่าให้หยุดงานได้ไม่เกิน 90 วัน มิฉะนั้น รฟท.จะทำผิดสัญญาได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้งานมีความคืบหน้าประมาณ 99% เหลืองานติดตั้งโครงสร้างทางวิ่งทางยกระดับ (สแปน) อีกประมาณ 16-17 สแปน ซึ่งตามแผนงานเดิมจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.2569 ส่วนเรื่องความเสียหาย จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า รฟท.เสียหายประมาณ 120 ล้านบาท

วันเดียวกัน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายและได้รับความสูญเสียจากเหตุรถไฟชนรถประจำทาง เมื่อ 17 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้การเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวได้มีการอนุมัติเงินเยียวยาแล้ว จำนวน 6 ราย จากทั้งหมด 8 ราย โดย ขสมก.และ รฟท.ได้เยียวยา 2,900,000 บาท และจะมีอีก 300,000 บาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดีนั้น กรมการขนส่งทางรางได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขับรถไฟฐานประมาท และได้มีการดำเนินคดีกับรถทุกคันที่จอดทับบริเวณรางรถไฟ ฐานฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...