โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“คมนาคม” ดันแผนลงทุนปี 70 อัด 262 โปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ชงครม.เคาะมอเตอร์เวย์-ทางด่วนสายใต้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการสัมมนาของกระทรวงคมนาคมครอบคลุมทั้ง 4 มิติ บก ราง น้ำ อากาศ เบื้องต้นได้กำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 รวม 262 โครงการ วงเงินลงทุน 229,769 ล้านบาท โดยเป็นโครงการที่เตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 20 โครงการ เช่น โครงการถนนวงแหวน กทม. รอบที่ 3 ด้านตะวันออก (ทล.305 - ทล.304) ,โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ , โครงการการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ,โครงการการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 และโครงการการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 ,โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ,โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี,โครงการรถฟทางคู่ ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา ,โครงการรถไฟทางคู่สายหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ฯลฯ

ประมูลมอเตอร์เวย์-ทางด่วน

ขณะเดียวกันยังมีโครงการลงทุนปี 2570 ที่เร่งรัดการเปิดประมูลให้ได้ภายในปีนี้-ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2570 อีกหลายโครงการ เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M5 ส่วนต่อขยาย รังสิต – บางปะอิน,โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M9 ช่วงทางยกระดับบางขุนเทียน - บางบัวทองและช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน ,โครงการทางพิเศษ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ,โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ฯลฯ

ดันค่าโดยสารรถไฟฟ้าเชื่อมฟีดเดอร์

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าใช้ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในอัตรา 17-45 บาทต่อเที่ยว โดยเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ซึ่งเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ 2567 ให้แก่ประชาชน ที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังโดยมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบหลังบ้าน (Back Office) จากการเปลี่ยนจากระบบบัตร Rabbit ไปสู่เทคโนโลยี EMV ให้ครอบคลุมทุกสาย ซึ่งตั้งเป้าจะขยายผลระบบตั๋วร่วมให้ครอบคลุมการเดินทาง ทางบก (รถเมล์) และทางน้ำ (เรือ) ภายในช่วงกลางปี 2570

อย่างไรก็ดีหลังจากที่ได้รับมอบรถเมล์ใหม่ของขสมก.ครบ 1,520 คันในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2570 ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเดินรถใหม่เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนรอง (Feeder) รับส่งผู้โดยสารเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าแต่ละสายโดยเฉพาะ เพื่อลดการวิ่งทับซ้อนและทำให้การเดินทางสั้นลง

บรรยากาศการสัมมนา MOT New Chapter พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570

ส่วนการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองจากกทม.มาอยู่ในความดูแลของรฟม.นั้น ที่ผ่านมารัฐบาลมีแผนให้ รฟม. เป็นผู้บริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด ในรูปแบบเบ็ดเสร็จ (Single Ownership) ซึ่งรวมถึงการเจรจาโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวพร้อมหนี้สินจากกรุงเทพมหานครกลับมาดูแล เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมราคาและชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารให้แก่เอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ต้องรอให้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดอายุปี 72 ก่อน จึงจะได้สิทธิ์การบริหารกลับมาเป็นของรัฐ

ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้ประมาณการงบประมาณที่จะใช้ชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร (Subsidy) ไว้ที่ประมาณ 4,600 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางรางกำลังอยู่ระหว่างจัดทำตัวเลขให้ความชัดเจนก่อนเสนอกระทรวงอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่มาตรการลดค่าใช้จ่ายในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ราคา 40 บาทตลอดสายที่จะสิ้นสุดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้นั้น เบื้องต้นจะมีการต่ออายุออกไปอีก 1 ปี ซึ่งจะไปสิ้นสุดภายในเดือนตุลาคม 2570 โดยทั้ง 2 สายจะถูกยกเว้นการคิดค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว

นอกจากนี้จะเร่งเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานหลักและท่าอากาศยานภูมิภาค เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเดินหน้าจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และผลักดันโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) พร้อมเร่งโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 และท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 รวมทั้งขยายทางวิ่งของท่าอากาศยานภูมิภาค ได้แก่ ชุมพร ระนอง ตรัง แพร่ และบุรีรัมย์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวผลักดันโครงการลงทุนสำคัญในปี 2570 และกำหนดแผนการลงทุนโครงการสำคัญใหม่ ในปี 2571 - ปี 2573

สำหรับแผนระยะต่อไปในช่วงปี 2571 - 2573 กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าศึกษาและพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ช่วยเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ อาทิ ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศใต้ และเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ Thailand Riviera ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

ทั้งนี้โครงการต่าง ๆ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาแหล่งเงินลงทุนนอกงบประมาณเพิ่มเติม ทั้งการระดมทุนจากภาคเอกชนและตลาดทุน ผ่านกองทุน Thailand Future Fund หรือ TFFIF รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้ตามแผน โดยไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณภาครัฐเพียงช่องทางเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...