โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อภัยภูเบศรเปิดผลศึกษา “กลีบบัวแดง” หลับลึก–หลับนาน พร้อมลุยวิจัยป้องกันสมองเสื่อม

สยามรัฐ

อัพเดต 16 มิ.ย. เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. เวลา 07.11 น.

งานวิจัยกว่า 15 ปี ยืนยันช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นและยืดระยะเวลาการนอนหลับ พร้อมพบกลไกลดความเครียด ลดการอักเสบในสมอง และส่งเสริมการเรียนรู้–ความจำ เตรียมศึกษาต่อยอดสู่การป้องกันโรคสมองเสื่อม

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยผลการศึกษาวิจัย “ตำรับกลีบบัวแดง” นวัตกรรมสมุนไพรไทยที่พัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้าน พบศักยภาพในการช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ยาวนานขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพสมองผ่านกลไกทางชีววิทยาหลายด้าน สอดรับแนวคิดการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ท่ามกลางหลักฐานทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่า ภาวะนอนไม่หลับและความเครียดเรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งความเสื่อมของสมองและเพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว

แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า โรงพยาบาลฯ ได้นำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาสมุนไพรไทยที่สืบทอดต่อเนื่องมากกว่า 70 ปี ของ “ตาส่วน สีมะพริก” หมอยาพื้นบ้าน มาพัฒนาเป็น “ตำรับกลีบบัวแดง” (Kleeb Bua Daeng : KBD) ซึ่งประกอบด้วยกลีบบัวหลวง บัวบก และพริกไทย ในสัดส่วนเท่ากัน โดยดำเนินการศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งในระดับคลินิกและพรีคลินิก เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ใช้เวลาศึกษาต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี และยังคงดำเนินการวิจัยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ผลการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครที่มีปัญหานอนไม่หลับจำนวน 50 ราย ซึ่งได้รับแคปซูลกลีบบัวแดงขนาด 400 มิลลิกรัม ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าคุณภาพการนอนหลับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยคะแนนประเมินคุณภาพการนอนหลับ (PSQI) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถหลับได้เร็วขึ้น จากเดิมที่หลายคนต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงก่อนจะหลับ หลังได้รับตำรับกลีบบัวแดงเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า ร้อยละ 50 สามารถหลับได้ภายใน 16-30 นาที และอีกร้อยละ 34 สามารถหลับได้ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที
ขณะที่ผลลัพธ์ที่โดดเด่นที่สุด คือการช่วยยืดระยะเวลาการนอนหลับ จากเดิมที่ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่นอนหลับได้ไม่ถึง 5 ชั่วโมงต่อคืน หลังใช้ตำรับกลีบบัวแดง พบว่ากว่า 42% สามารถนอนหลับได้นานมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน และอีก 40% นอนหลับได้นาน 6-7 ชั่วโมงต่อคืน สะท้อนถึงคุณภาพการพักผ่อนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
แพทย์หญิงวลีรัตน์ กล่าวว่า การนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ใช่เพียงการทำให้รู้สึกสดชื่นในวันถัดไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว เพราะระหว่างการนอนหลับ สมองจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดของเสีย ซ่อมแซมเซลล์ประสาท และจัดเก็บความทรงจำ หากนอนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม โรคอารมณ์ผิดปกติ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด
ผลการศึกษาระดับพรีคลินิกยังพบว่า ตำรับกลีบบัวแดงมีกลไกการออกฤทธิ์แบบหลายเป้าหมาย (Multi-target) โดยช่วยปรับสมดุลระบบตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย ลดการอักเสบในสมอง กระตุ้นการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ รวมถึงช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการนอนหลับ
“ความเครียดและการนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันเป็นวงจร เมื่อเครียดก็หลับยาก และเมื่อหลับไม่ดีก็ยิ่งเครียดมากขึ้น ตำรับกลีบบัวแดงจึงเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาพัฒนาด้วยงานวิจัยสมัยใหม่ เพื่อช่วยจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งในระดับร่างกายและสมอง” แพทย์หญิงวลีรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากการศึกษาทั้งในมนุษย์และห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังเดินหน้าต่อยอดการศึกษาทางคลินิก โดยอยู่ระหว่างการตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่สะท้อนสุขภาพสมอง เพื่อประเมินว่าตำรับกลีบบัวแดงจะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง หรือลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการดูแลสุขภาพของประชากรสูงวัยในปัจจุบัน
ผู้สนใจสามารถร่วมเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสมุนไพรไทยจากอภัยภูเบศรได้ในงาน Thailand Healthcare 2026 : Longevity “อยู่ดี แฮปปี้นาน” ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ และงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 Thailand Herbal Expo 2026 ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...