สหรัฐฯ เร่งเครื่องเทคโนโลยี ลุยพัฒนา "ควอนตัม" เสริมมั่นคงไซเบอร์ แข่งจีน
สหรัฐฯ เร่งพัฒนาควอนตัม มั่นคงไซเบอร์ "ทรัมป์" ลงนาม 2 คำสั่งใหญ่ ดันผู้นำโลกเทคโนโลยี สกัดจีนแซงหน้า
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมและเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศ โดยถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นกับจีน
ทรัมป์ระบุว่า เทคโนโลยีควอนตัมเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มีความสำคัญต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนและผลักดันการพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อให้สหรัฐฯ ยังคงรักษาสถานะผู้นำโลกด้านนวัตกรรมขั้นสูง
คำสั่งฉบับแรกมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านควอนตัมของสหรัฐฯ โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐร่วมกันพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถนำไปใช้ในการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ได้จริง พร้อมตั้งเป้าพัฒนาเครื่องต้นแบบภายในปี 2571 นอกจากนี้ยังให้จัดทำแผนติดตั้งเครือข่ายและเซ็นเซอร์ควอนตัมภายในระยะเวลา 5 ปี รวมถึงขยายความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานด้านควอนตัม
ในพิธีลงนาม มีผู้บริหารจากภาคเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าร่วม อาทิ Alphabet และ IBM สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยหลังการประกาศ หุ้นของ IBM ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
ส่วนคำสั่งฉบับที่สองมุ่งยกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยเร่งให้หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบเข้ารหัสรูปแบบใหม่ หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจมีศักยภาพในการถอดรหัสระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
วางโรดแมปคอมพิวเตอร์ควอนตัม-ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ยุคใหม่
รัฐบาลสหรัฐกำหนดให้หน่วยงานที่ดูแลข้อมูลสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงต้องปรับใช้มาตรฐานดังกล่าวภายในปี 2574 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่เทคโนโลยีควอนตัมจะก้าวสู่ระดับที่สามารถนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ
แม้ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ จะสามารถประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้รวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมหลายเท่า และอาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมสำคัญตั้งแต่การแพทย์ พลังงาน โลจิสติกส์ ไปจนถึงความมั่นคงทางทหาร
นโยบายล่าสุดยังครอบคลุมมาตรการป้องกันการจารกรรมข้อมูลในอุตสาหกรรมควอนตัม การพัฒนากำลังคนผ่านโครงการฝึกงานและยกระดับทักษะแรงงาน รวมถึงการกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคโดย United States Department of Energy เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาในระยะยาว
นักวิเคราะห์มองว่า การลงนามคำสั่งทั้งสองฉบับไม่เพียงเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับจีน ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- AI ไม่ได้แค่แย่งงาน แต่กำลังแย่งงบค่าตอบแทนจากคน
- ผู้นำสหรัฐฯ อ้างนายกฯ อังกฤษจะลาออก หลังเผชิญมรสุมทางการเมือง
- ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซ้อมรบ "เรโซลูต ดรากอน" เสริมศักยภาพการป้องกันหมู่เกาะ
- "อี แจ-มยอง" เผยคุย "ทรัมป์" ปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ชี้ สหรัฐฯ เท่านั้นที่คุยได้
- สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทะเลอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เวลา 60 วันสำหรับเจรจาข้อตกลงถาวร