ตะลึง ต้นตะเคียนอายุไม่ต่ำกว่าพันปี โผล่กลางลำน้ำ หลังแม่น้ำน่านลดฮวบ
ตะลึง ต้นตะเคียน อายุไม่ต่ำกว่าพันปี โผล่กลางลำน้ำ หลังแม่น้ำน่านลดฮวบ คาดว่าเป็นต้นเดียวกับที่เคยเห็นผ่านมา แม้จะโผล่ต่างที่กันก็ตาม ชาวบ้านที่พบเห็นต่างอธิษฐานขอเลขเด็ด
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในช่วงนี้แม่น้ำน่านที่ไหลผ่านเมืองพิษณุโลก ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสถานีวัดระดับน้ำ N5A วัดระดับน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก อยู่ที่ 1.29 เมตร มวลน้ำไหลผ่าน 108.30 ลบ.ม.ต่อวินาที ล่าสุดระดับน้ำลดลงส่งผลให้ชาวบ้านเห็นตอต้นตะเคียนโผล่กลางแม่น้ำน่าน หน้าวัดน้อย หรือบริเวณติดกับหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระราชวังจันทน์
ซึ่งชาวบ้านไม่เคยเห็นต้นตะเคียนต้นนี้มาก่อน แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาแม่น้ำน่านลดลงมากอย่างนี้แต่อย่างใดก็ตาม ลักษณะของต้นตะเคียน คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี เนื่องจากเนื้อไม้มีสีเขียวคล้ายฟอสซิลแล้ว ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็น ได้นั่งเรือไปดูและนำดอกไม้ไปถวาย พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอโชคลาภและสิ่งดีๆให้กับตัวเอง บางคนก็นำธูปตัวเลขไปเตะที่โคนไม้ตะเคียนที่โพผล่เหนือน้ำ แล้วนำมาจุดที่บนริมตลิ่งเพื่อนำเลขธูปไปซื้อหวยอีกด้วย
จากการสอบถามนายงธนะเกียรติ ชาบาง อายุ 66ปี ผู้ช่วยพี่ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.หัวรอ เล่าให้ฟังว่า ตนเด็กๆ เล่นน้ำแม่น้ำน่านเป็นประจำ และเคยเห็นต้นตะเคียนต้นนี้เป็นประจำ ที่บริเวณริมแม่น้ำน่านหน้าโรงงานทอผ้าเดิม ตรงข้ามกับโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นขอนที่ใหญ่และยาว ชอบลอยไปมา
ในปี 2555 มีญาติธรรมจาก จ.พิจิตร มาทำพิธีบวงสรวงเพื่อนำอัญเชิญขึ้นมา โดยใช้รถเคน มายกขึ้น แต่ไม่ขึ้น จากนั้นก็พยายามเอาเรือมาลาก ก็ไม่เคลื่อนที่แต่อย่างใด จึงได้ปล่อยไว้ และล่าสุดในปีนี้มาพบเห็นขึ้นที่บริเวณดังกล่าว ขอนไม้ตะเคียนต้นนี้อยู่มายาวนาน แต่ก่อนมาขึ้นที่กลางแม่น้ำน่าน หน้าวัดโพธิญาณ เป็นขอนตะเคียนที่ใหญ่และดำมาก
จากการเล่าขานหากน้ำในแม่น้ำน่านขึ้น ตะเคียนต้นนี้จะลอยไปมาในช่วงตั้งแต่วัดยางมีมานะ ผ่านวัดโพธิญาณ จนถึงวัดน้อย หรือหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่จะไม่ลอยไปขึ้นที่หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ แต่อย่างใด ตนเองเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันอายุ 66 ปี
ขณะที่ นายโสภณ แสงตาหล้า ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.หัวรอ กล่าวว่า ตนเองเห็นประมาณ 2-3 ครั้ง มีเรื่องเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ว่า แต่ก่อนนี้เด็กหนุ่ม เมื่อถึงวัยเกณฑ์ทหาร จะไม่ค่อยอยากเป็นทหาร จึงว่ายข้ามแม่น้ำเพื่อหนีทหาร เมื่อว่ายผ่านช่วงบริเวณตะเคียนนี้ลอยอยู่ จะไม่มีใครรอดชีวิต ต่างจมน้ำไปเสียก่อน จนกระทั่งชาวบ้านในละแวกนั้น จะไม่ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำน่าน ที่มีต้นตะเคียนจมอยู่ เนื่องจากทราบดีว่ามีแม่ตะเคียนคอยดูแล แต่ปัจจุบันทหารเกณฑ์ไม่มีว่ายน้ำหนีทหารแล้ว เนื่องจากสวัสดิการดี มีแต่คนอยากเข้าเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้น
พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ กล่าวว่า คนโบราณมักจะเล่าสืบทอดกันมาว่า ต้นตะเคียนต้นนี้มักจะลอยไปมา หากไปด้านใต้ก็จะไหลไปไม่เกินวัดใหญ่ บางปีลอยทวนแม่น้ำน่านมาจะไม่เกินวัดยาง เป็นขอนตะเคียนที่มีขนาดใหญ่มาก ประมาณปี 2540 ไหลมาขึ้นเกยตื้นหน้าวัดโพธิญาณ ตรงข้ามบ้านของแม่ทัพภาคที่ 3 ปีนั้นน้ำลดลงมาก มองเห็นเป็นขอนไม้ขนาดใหญ่และยาว ต่อมาน้ำขึ้น จึงจมหายไปอีก ต่อมาในปี 2545 ลอยไปขึ้นบริเวณด้านหลังโรงสี มีโยมไปทำพิธีอัญเชิญ ก็ไม่ยอมขึ้นมา ต้นตะเคียนขอนนี้เป็นตำนานที่เล่าขานกันนานมากแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตะลึง ต้นตะเคียนอายุไม่ต่ำกว่าพันปี โผล่กลางลำน้ำ หลังแม่น้ำน่านลดฮวบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th