โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วิลาศ”เปิด 7 ประเด็นรัฐสภาหมื่นล้าน จี้เรียกผู้รับเหมาซ่อม

INN News

อัพเดต 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.05 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"วิลาศ"เปิด 7 ประเด็นรัฐสภาหมื่นล้าน จี้เรียกผู้รับเหมาซ่อมก่อนหมดประกัน แฉพบชำรุดอื้อ มูลค่ากว่าพันล้าน ยื่น ป.ป.ช. แล้ว 65 เรื่อง ชี้ หากไม่เร่งแจ้งผู้รับจ้างอาจเข้าข่ายละเว้นฯ แฉมีความพยายามตั้งงบใหม่ซ่อมจุดบกพร่องแทนให้เอกชนรับผิดชอบ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงกรณีโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ซึ่งครบกำหนดระยะรับประกันเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม โดยเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเร่งดำเนินการตามสัญญา ให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมความชำรุดทั้งหมด ก่อนรัฐต้องรับภาระงบประมาณเอง ทั้งนี้ อาคารรัฐสภาเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งตนติดตามตรวจสอบมาตลอด โดยเฉพาะช่วงมีการขยายสัญญา พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง แต่ต้องการให้อาคารสำคัญของประเทศมีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าภาษีประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. แล้ว 65 เรื่อง และมั่นใจว่าทุกเรื่องมีพยานหลักฐานรองรับ หากเห็นว่าข้อมูลไม่เป็นความจริงก็พร้อมให้ฟ้องร้อง

Screenshot

นายวิลาศ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการมี 7 เรื่อง ได้แก่

1. เงินประกันผลงานรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ในสัญญามีเงินประกันอยู่ 3 ส่วน ทั้งเงินค้ำประกัน เงินหักประกันผลงาน 5% และเงินงวดสุดท้าย ซึ่งรวมกันไม่น่าต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ที่ยังสามารถใช้เป็นหลักประกันให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบงานที่บกพร่องได้

2. ระยะรับประกันยังไม่สิ้นสุด หากยังซ่อมไม่ครบ แม้สัญญารับประกันจะครบกำหนดวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 แต่หากยังมีรายการชำรุดที่แจ้งไว้ ผู้รับจ้างยังมีหน้าที่ต้องเข้าซ่อมแซม และหากไม่ดำเนินการ สภาสามารถจ้างผู้รับเหมารายอื่นเข้าซ่อม แล้วเรียกค่าใช้จ่ายคืนจากผู้รับจ้างเดิมได้ โดยตนทำหนังสือแจ้งข้อบกพร่องไปแล้ว “นับพันรายการ”

3. เตือนสภาฯ รีบส่งหนังสือแจ้งผู้รับจ้าง หากสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรไม่เร่งแจ้งผู้รับจ้างให้เข้าซ่อมแซม อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะยังมีข้อบกพร่องอีกจำนวนมากที่ต้องดำเนินการ

4. ตั้งข้อสังเกตใช้งบใหม่ซ่อมงานที่ผู้รับเหมาควรรับผิดชอบ นายวิลาศ อ้างว่า มีความพยายามเสนอของบประมาณใหม่ เช่น โครงการปรับปรุงสระน้ำวงเงิน 123 ล้านบาท ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการก่อสร้างเดิม จึงไม่ควรใช้งบประมาณแผ่นดินมารับภาระแทนผู้รับจ้าง

5. สงสัยการก่อสร้างเข้าข่ายผิดสัญญา โดยระบุว่า พบประเด็นเกี่ยวกับการจ้างช่วง รวมถึงยังมีเงินค่าควบคุมงานและค่าที่ปรึกษาโครงการอีกกว่า 300 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับงาน ซึ่งควรตรวจสอบให้รอบคอบ

6. แฉมีการกดดันข้าราชการ นายวิลาศ อ้างว่า มีความพยายามกดดันข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการ โดยขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

7. เตรียมยื่น ป.ป.ช. เพิ่มอีกหลายคดี โดยหลังจากยื่นไปแล้ว 65 เรื่อง นายวิลาศ ระบุว่าจะทยอยยื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินเกิน 10 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน นายวิลาศ ประเมินว่า มูลค่าความเสียหายจากงานที่ต้องซ่อมแซมน่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงานไม้ภายในอาคาร ซึ่งอ้างว่าพบไม้ที่ต้องเปลี่ยนถึง 27,300 แผ่น พร้อมระบุว่า เคยนำเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ และได้รับข้อมูลว่าไม้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะห้องสำคัญ มีสัดส่วนจำนวนมากที่ไม่เป็นไปตามสเปกที่กำหนดไว้ในสัญญาส่วนการดำเนินคดีกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯ นายวิลาศ ระบุว่า ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เกี่ยวกับอดีตเลขาธิการสภาฯ แล้วประมาณ 3 คน

Screenshot

อย่างไรก็ตาม เห็นว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน อาจไม่ต้องรับผิดในบางประเด็น เนื่องจากเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ลงมติไม่รับมอบงานหลายรายการ เพราะเห็นว่างานยังไม่แล้วเสร็จครบถ้วน จากนั้น นายวิลาศ ย้ำว่า ข้อมูลทั้งหมดมีเอกสารและพยานหลักฐานรองรับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากเห็นว่าสิ่งที่ตนกล่าวไม่เป็นความจริงก็สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมระบุว่าหากไม่มีการฟ้องร้อง ตนจะคัดเลือกบางประเด็นไปยื่นฟ้องกลับเอง นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการบางส่วน แต่ย้ำว่าเป็นข้อมูลที่พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...