โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ต้องจับตากันให้ดีในการประชุม “คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ซึ่ง เรื่องที่ร้อนแรงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการแก้ไขหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการคนจนประเด็นลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทำบุพการีถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งงานนี้หาก กก.ประชารัฐฯ เคาะให้เปลี่ยนตามกระแสสังคม ก็จะทำให้มติคณะรัฐมนตรีกลายเป็นการเล่นขายของไปด้วย เพราะต้องเปลี่ยนกลับไปกลับมา และที่สำคัญจะทำให้หลักการที่ช่วยเหลือผู้ยากจนจริงสะเทือนได้ …๐

หากดูข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เผยแพร่ดัชนีเส้นความยากจน ที่แม้ตัวเลขล่าสุดจะเป็นปี 2567 ก็ตามที แต่ก็สะท้อนอะไรให้น่าสนใจอย่างมาก โดย สศช.ระบุว่ามีคนไทยที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือมีรายได้ต่ำกว่า 3,078 บาทต่อเดือนอยู่ที่ 3.43 ล้านคน แต่ตัวเลขของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบันกลับอยู่ที่ 13.45 ล้านคน เรียกว่ามากกว่า 3 เท่าทีเดียว …๐

หันมาดูการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด 4 แสนล้านบาทนัดแรกกันบ้าง เรียกว่ายิ่งกว่าละคนรีรันเสียอีก เพราะต้องประเดิมด้วยการแย่ง “หัวโขน” รองประธาน กมธ. ซึ่งสุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการตั้งทั่นรองกันมา 5 ราย เรียกว่าผลประโยชน์ลงตัวปุ๊บทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านถึงได้ฤกษ์ทำงานกันเสียที …๐

เอ่ยถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่เอ่ยถึง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก็กระไรอยู่ เพราะ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ บอกว่าอาจจะมีการหารือถึงเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเกณฑ์เปิดให้ผู้ประกอบการ SME กลุ่มโมเดิร์นเทรด และสมาคมภัตตาคารไทยเข้าร่วมโครงการด้วย แหม! บรรดาภาคบริการทั้งหลายที่เคยได้สิทธิ ทั้งตัดผม ทำสปา งวดนี้หลุดเขายังไม่บ่น แต่กลุ่มนี้ที่ไม่เคยได้ตั้งแต่สมัย “คนละครึ่ง” กลับโวยแทน หรือต้องทำนโยบาย “ไทยช่วยไทยเวรี่พลัส” ให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมขึ้นมาอีก และหากขยับขยายจริงก็เตรียมรับการโจมตีว่าเอื้อ “นายทุน” หรือเอื้อ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่พรรคส้มพยายามลากโยงได้เลย …๐

ดูง่ายๆ ขนาดโครงการ TH-AI Passport ที่แม้จะวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่องความเหมาะสมของโครงการ ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่แท้จริง แต่เด็กส้มอย่าง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่นอกจากระบุว่าเป็นการฮั้วครั้งใหญ่แล้ว ยังมิวายบอกว่าเป็นการหาเงินของระบอบสีน้ำเงินอีกต่างหาก …๐

ที่ขำไม่ออกคือ การเปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ทั้งเด็กส้มและเด็กฟ้าอย่าง “การดี เลียวไพโรจน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ประสานเสียงเหมือนกันว่าเป็นการฟอกขาว แหม! ยุคนี้ดูเหมือน “ส้ม” และ “ฟ้า” ช่างเหมือนคู่ตุนาหงันอย่างไรอย่างนั้น เหนียวแน่นไปในทิศทางเดียวกันทั้งการเมืองระดับประเทศและระดับท้องถิ่นกันเลยทีเดียว สภากาแฟเลยภาวนาให้เป็นฝ่ายค้านไปนานๆ เพราะเห็นชัดเจนว่าใช้ฝีปากเก่งกว่าใช้ฝีมือ …๐

เอ่ยถึง “TH-AI Passport” ไม่พูดถึงเจ้าของโครงการอย่าง “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนตั้งแต่เผยโครงการนี้ออกมาก็กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” อย่างหนัก ที่สำคัญลามไปถึงวุฒิการศึกษาและแม่ผู้ให้กำเนิดอย่าง “กรุณา ชิดชอบ” ล่าสุดเจ้าตัวถึงได้เปิดใจครั้งแรกในเรื่องดังกล่าวแบบหมดเปลือกให้หายคาใจ ก่อนทิ้งท้ายว่าได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม งานนี้บอกเลยว่าเชียร์ให้ฟ้องให้เข็ด เพราะนี่ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นเอาคืนพวกเล่นชกใต้เข็มขัด ซึ่งเชื่อว่า “พ่อเนวิน” เองก็คงไฟเขียวให้ “ลูกนก” จัดเต็มสูบให้เป็นเยี่ยงอย่างเช่นกัน…๐

นอกจาก รมต.ไชยชนกที่เป็น “ดรามา” แล้ว อีกรายก็หนีไม่พ้นดรามาโหมกระหน่ำเช่นกันคือ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ไล่มาตั้งแต่ทรงผม การศึกษา จนถึงการไลฟ์สดขายทุเรียน และล่าสุดคือเรื่องกุ้ง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นเมื่อหันกลับไปดูผลสรุปแล้วต้องบอกว่า “พี่แต๋ม” โดนบูลลี่ หรือโดนด่าฟรีมาโดยตลอด ซึ่งเจ้าตัวก็ประกาศล่าสุดว่าไม่ท้อ และยอมรับว่าอาจสื่อสารไม่เพียงพอ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะอคติและความริษยาก็เป็นได้ เพราะการถูกยกย่องให้เป็น “ซูเปอร์จี” นั้นไม่ใช่ง่ายๆ ในการเป็นนักการเมืองหญิงของไทย …๐

ท.ศักดิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...