โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เท‘ลดหย่อนภาษี’บัตรคนจน

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 5.19 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สยบดรามา! "บอร์ดบัตรคนจน" มีมติไม่ใช้เกณฑ์นำชื่อพ่อแม่มาลดหย่อนภาษี ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนรอบใหม่ พร้อมโยน ครม.ตัดสิน "ยกเลิก" เกณฑ์ถาวร

ที่กระทรวงการคลัง วันที่ 11 มิถุนายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 7/2569 มีมติเห็นชอบไม่ใช้เกณฑ์ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 4-21 มิ.ย.2569 ขณะเดียวกันเมื่อการลงทะเบียนเสร็จสิ้น จะมีการนำข้อมูลทั้งหมดจากทุกเกณฑ์การคัดกรองมาพิจารณา เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อผู้รับสิทธิ์ในวันที่ 17 ก.ค.2569 เพื่อให้ ครม.ตัดสินใจว่าจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกเกณฑ์อื่นใดบ้าง โดยจะเป็นการพิจารณาทบทวนเพียงครั้งเดียว

“ผู้ที่กังวลเกี่ยวกับเกณฑ์ดังกล่าวว่าจะต้องอุทธรณ์หรือไม่ อย่างไร ตอนนี้ขอให้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เพราะคณะกรรมการยืนยันว่าจะไม่มีการนำเกณฑ์นี้มาใช้ในการลงทะเบียนครั้งนี้ ส่วนจะมีการปรับปรุงทั้งหมดทุกเกณฑ์หรือไม่นั้น ครม.จะดูความเหมาะสมในทุกเกณฑ์ที่ทุกคนกังวลอีกครั้งเมื่อมีข้อมูลครบ โดยจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขต่างๆ ทำโดยครั้งเดียว ซึ่งจะทำให้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเกณฑ์ที่ทุกคนกังวลนี้ จะมีการยกเลิกหรือไม่เป็นอำนาจของ ครม.ตัดสินใจทั้งหมด” โฆษกกระทรวงการคลังระบุ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเดินหน้าตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2568 ที่ได้มีการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ อย่างชัดเจนในการหาตัวผู้ที่มีความยากจนอย่างแท้จริง แบ่งเป็น 1.กลุ่มที่ตกหล่นและยังไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลชายขอบ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มอื่นๆ ที่ยังเดือดร้อนอยู่ ขณะนี้มีประมาณ 1.5 แสนราย กลุ่มนี้จะใช้วิธีการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ลงไปสำรวจตรวจสอบ เพื่อบรรจุรายชื่อบุคคลที่มีความเดือดร้อนตามเกณฑ์ของโครงการเข้ามา

2.กลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของกระทรวงมหาดไทย และ พม. ประมาณ 1.04 ล้านราย ซึ่งขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ได้ทำงานเชิงรุกโดยการลงไปตรวจสอบแล้วว่าต้องการลงทะเบียนหรือไม่ ซึ่งดำเนินการสำเร็จไปแล้ว 7.2 แสนราย หรือราว 70% ของรายชื่อทั้งหมด และยังเหลืออีกราว 3.2 แสนราย ที่ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยในส่วนนี้เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 21 มิ.ย.แน่นอน

“คนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเดิมและมายืนยันรับสิทธิ์ ได้มีการดำเนินการไปแล้วจำนวนมาก แต่ยังพบว่ามีอีกราว 4 แสนราย ที่ยืนยันสิทธิ์ แต่ข้อมูลไม่ถูกต้องเล็กน้อย เช่น กรอกข้อมูลไม่ครบ หรือมีข้อมูลตกหล่นที่ไม่ได้เป็นสาระสำคัญ ในส่วนนี้คณะกรรมการมีมติว่า หากสามารถระบุตัวตนได้ก็ให้แก้ไขโดยการยิงฐานข้อมูลได้เลยโดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน แต่จะมีอีกประมาณ 200 ราย ที่ข้อมูลลงทะเบียนไม่ถูกต้องอย่างมีสาระสำคัญ กลุ่มนี้ก็จะมีการประสานงานกับธนาคารกรุงไทยและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ลงไปพบโดยตรงว่าเกิดความผิดพลาดอย่างไร ก็จะมีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป” นายวินิจกล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 มิ.ย.2569 พบว่า มีการลงทะเบียนเพื่อยืนยันรับสิทธิ์ผ่าน 5 ช่องทางแล้ว จำนวน 11.28 ล้านราย และมีการตรวจสอบสิทธิสำเร็จแล้ว 10.8 ล้านราย

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการคลังยืนยันว่า การเปิดลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ เน้นการคัดกรองคนที่ยากจนและเดือดร้อนที่สุดอย่างแท้จริงเพื่อเข้าสู่ระบบการให้ความช่วยเหลือผ่านสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้เน้นเรื่องการตัดคนออก และการลงทะเบียนในอดีตไม่ได้มีกระบวนการเชิงรุกเท่านี้ จึงอยากชี้แจงให้ชัดเจนว่า แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ถือบัตรเดิม ก็ยังสามารถเข้าสู่กระบวนการคัดกรองของกระทรวงมหาดไทยและ พม.ได้ โดยกระบวนการทั้งหมดยึดผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริงเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ยึดตัวเลขงบประมาณเป็นที่ตั้งแต่อย่างใด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...