โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอ็กโซติค ฟู้ด” โกย 2 พันล.ปี68 รับตลาดซอสเครื่องปรุงทั่วโลกพุ่ง

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - “เอ็กโซติค ฟู้ด” ปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก ดันซอสพริกศรีราชาไทยสู่ Premium Global Brand ภายใต้แบรนด์ Exotic Food และ Flying Goose ส่งออกกว่า 80 ประเทศ สร้างยอดขายทะลุ 2 พันล้านบาท

นางสาววาสนา จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดซอสและเครื่องปรุงอาหารทั่วโลกยังมีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมทำอาหารรับประทานเอง กระแสอาหารเอเชีย รวมถึงเทรนด์อาหารรสจัดและเผ็ดที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มซอสพริกศรีราชาที่กลายเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่เติบโตสูงในตลาดเครื่องปรุงอาหารโลก จากความนิยมของอาหารเอเชียและการนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนูในระดับสากล

ข้อมูลจาก IMARC Group ระบุว่า ตลาดซอสพริกทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ขณะที่ Statista ประเมินว่า ตลาดซอสและเครื่องปรุงอาหารทั่วโลกมีมูลค่าราว 280.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ย 6.14% ต่อปี ด้าน Fortune Business Insights คาดว่า ตลาดซอส และเครื่องปรุงอาหารทั่วโลกจะขยายจาก 259 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สู่กว่า 380 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 สะท้อนแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอาหารโลก จากความนิยมอาหารเอเชียและความต้องการรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น

นางสาววาสนา กล่าวว่า บริษัทเลือกบุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เพราะมองเห็นว่าเป็นโอกาสแบบ Blue Ocean ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยได้มหาศาล หากมีการวางตำแหน่งแบรนด์อย่างถูกต้อง โดยกลยุทธ์สำคัญ คือการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวในแต่ละประเทศ (Exclusive Distributor) เพื่อสร้างพันธมิตรระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดร่วมกัน ส่งผลให้ปัจจุบันสินค้าของบริษัทวางจำหน่ายผ่านจุดขายกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก ผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตและโมเดิร์นเทรดชั้นนำในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก

“เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าอาหารไทย แต่ต้องการสร้างแบรนด์ไทยที่ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อมั่นและจดจำได้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าเอสเอ็มอีไทยสามารถสร้างแบรนด์ระดับโลกได้ หากมีคุณภาพ มาตรฐาน และ Brand Value ที่แข็งแรง”

นางสาววาสนา กล่าวว่า ปัจจุบัน สินค้าของ เอ็กโซติค ฟู้ด ทั้งแบรนด์ Flying Goose และ Exotic Food มีตลาดใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศใหม่ๆ เช่น ในทวีปแอฟริกา เอเชีย ยุโรปและอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของวัฒนธรรมอาหารไทยในตลาดโลก และรสชาติอาหารไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในอนาคต

เอ็กโซติค ฟู้ด มองว่า “Brand Value” คือหัวใจสำคัญของการสร้างธุรกิจระยะยาว และเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความแตกต่างได้มากกว่าการแข่งขันด้านราคา โดยบริษัทใช้กลยุทธ์วาง Positioning ให้สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย สวยงาม และโดดเด่นบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก

ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์รสชาติไทยแท้ พร้อมปรับสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคสากลมากขึ้นผ่านการนำเสนอรสชาติของซอสพริกศรีราชาภายใต้แบรนด์ Flying Goose มากที่สุดในตลาดกว่า 50 รสชาติ และเครื่องปรุงอาหารไทยภายใต้แบรนด์ Exotic Food กว่า 700 SKUs

นอกจากการพัฒนาคุณภาพสินค้า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ในระยะยาว ผ่านกิจกรรมส่งเสริมแบรนด์และการทำ Collaboration ร่วมกับเชฟชื่อดัง และร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดัง และไลฟ์สไตล์แบรนด์ในต่างประเทศ เช่น Anya Hindmarch174; และ Percival เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค และทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างใกล้ชิด

ล่าสุดนำเสนอผลิตภัณฑ์กว่า 700 SKU ผ่านแนวคิด “Premium Global Thai Brand”ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสทางธุรกิจและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยปีที่แล้วบริษัทฯสร้างยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...