โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แก้วตา’ลากไส้ปชน.แลกคดีม.112

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 มิถุนายน 2569 เวลา 4.04 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศึกอดีตคนกันเองพรรคส้ม "ธิษะณา" ฟาด "เท้ง-ปชน." อ่อนหัดเป็นฝ่ายค้าน เดินตามก้น ปชป.ทั้งที่มีสส.มากกว่าหลายเท่า ลากไส้เคยคิดวางโมเดลที่มา ส.ส.ร.เหมือนร่างฉบับปกสีน้ำเงิน ปูดโดนบีบคดีอดีต 44 สส.แก้ 112 เลยไม่ร่วมสังฆกรรม "เสรีพิศุทธ์" ปมเขากระโดง “ณัฐพงษ์” เสียงแข็งไม่มีไอโอ ยันไม่หวั่นเลือดไหลออก พท.ยื่นร่างแก้ไข รธน. 4 มิ.ย.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ให้ความเห็นทางการเมืองโดยเฉพาะการเมืองในสภาฯ ว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ค่อนข้างที่จะเป็นผู้ตาม ทั้งเรื่องเงินกู้ 4 แสนล้าน ก็ยื่นตามหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เขาชวนไปร่วมลงชื่อก็ไม่ยอมไปร่วมกับเขา แล้วไปบอกว่าร่างของ ปชป.ไม่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่จริง ปชป.มีทีมกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มแข็งมาก ถ้าจะเทียบก็คือเก่งที่สุดในประเทศได้เลย เพราะไม่เคยแพ้คดีเวลาฟ้องใคร ไปดูสถิติได้

“แล้วคุณบอกว่าร่างของ ปชป.ไม่สมบูรณ์ มันเป็นการเล่นการเมืองแบบไปแซะคนอื่น แล้วไม่ใช่ความจริง เขาเก่งกว่าคุณ เอาง่ายๆ พรรคเขาไม่เคยโดนยุบ พวกคุณโดนยุบเรื่องหุ้นสื่อซ้ำซาก ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก โอเค มันก็อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เราก็ต้องยอมรับ แต่ความละเอียดรอบคอบ คุณสู้ ปชป.ไม่ได้ แล้วคุณก็ไปกล่าวหาว่าร่างของเขาไม่ดีเท่าของตัวเอง” น.ส.ธิษะณากล่าว

อดีต สส.พรรค ปชน.ผู้นี้วิพากษ์ต่อไปว่า นอกจากนี้ลักษณะเหมือนนายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านเสียมากกว่า ทั้งที่มีจำนวน สส.แค่ 20 กว่าคน แล้วผลโพลที่ผ่านมาก็คือนายอภิสิทธิ์ได้คะแนนนำโดดเด่นมากกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. แต่นายณัฐพงษ์ก็ออกมาแก้ต่างว่ามีคนหลายคนใน ปชน.ที่ติดโพล รวมกันแล้วคะแนนได้มากกว่า

น.ส.ธิษะณากล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญสถานการณ์เข้าทางพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อยู่แล้ว ซึ่งจะเลือก ส.ส.ร.โดยการเลือกตั้งทางอ้อม ที่ใช้ผู้แทนราษฎรจากสภาล่างคือ สส. และสภาบนคือ สว. ถ้าถามว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ก็คิดว่าเป็นประชาธิปไตยระดับหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งทางอ้อมก็มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนก็เลือกผู้แทน แล้วผู้แทนก็มาเลือก ส.ส.ร. ถ้าในบริบทนี้ที่ปชน.ชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก เขาจะไม่ออกมาพูดว่าให้การเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100% แต่เขาจะให้ผู้แทนเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เพราะตัวเขามีจำนวน สส.มากที่สุด โครงสร้างนี้เคยมีการพูดกันใน ปชน.ว่าจะให้เป็นแบบนี้ คือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมดีหรือไม่ ว่าเราเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เพราะตอนนั้นเขามั่นใจว่าจะได้เสียงส่วนมากในรัฐสภา หลังจากที่ชนะเลือกตั้งปี 2566 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก็มีการพูดถึงหลากหลายรูปแบบในการเลือก ส.ส.ร. แต่ยังไม่ได้มีการตกผลึก 100% ว่าจะเป็นอย่างไร แต่การเลือกตั้งทางอ้อมก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นประชาธิปไตย

อดีต สส.ปชน.กล่าวอีกว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทางอ้อมไม่ใช่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาผูกขาดแค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งด้วย แต่บังเอิญว่ารอบนี้ ภท.ชนะเลือกตั้ง 190 กว่าเสียง ทำให้ได้เปรียบอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้พรรคเสียงข้างน้อยต้องเสนอร่างของตนขึ้นมา ซึ่งก็เห็นด้วยทั้ง 2 รูปแบบ แต่ถ้าได้ร่างของ ภท.มันก็จะเอียงไปทาง ภท.

"คุณพูดว่าเป็นระบอบน้ำเงินหรืออะไร แต่ สส.พรรคภูมิใจไทยก็มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับที่คุณพูดว่าระบอบทักษิณ แต่นายทักษิณ ชินวัตร ก็มาจากการเลือกตั้ง แม้อุดมการณ์เขาจะเป็นแบบไหนก็ตาม"

คดี ม.112 แลก 'เขากระโดง'

เมื่อถามว่า คนใน ปชน. เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ก็เคยออกมาเปิดเผยว่าทราบอยู่แล้วว่าฉากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบนี้ และ ปชน.มีแผนรองรับ มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะทำสำเร็จ น.ส.ธิษะณากล่าวว่า เขาพูดแบบนี้ทุกครั้ง รอบที่แล้วเขาก็พูดแบบนี้ ก่อนที่จะโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเขาสามารถควบคุมได้ ด้วยการที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และจะใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในการควบคุมรัฐบาล สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ กลายเป็นว่าพรรคข้าราชการใหญ่สุด มีการโยกย้ายข้าราชการ แต่งตั้ง กกต. องค์กรอิสระเขาวางไว้หมด

ส่วนแผนที่ ปชน.วางไว้ คิดว่าถ้ามีการ Compromise ซึ่งถ้าไม่ Compromise ก็ค่อนข้างยากแล้ว เพราะ ปชน.ไม่ได้ชนะเสียงข้างมากเหมือนเดิม อำนาจต่อรองก็ค่อนข้างน้อย จะไม่มีใครมาขอเสียงรอบนี้ ครั้งที่แล้วนายอนุทินได้เสียงน้อย จำเป็นจะต้องมาขอเสียงจาก ปชน.ในการโหวตเป็นนายกฯ แต่ตอนนี้ไม่ต้องพึ่ง ปชน.แม้จะเป็นทางใดก็ตาม คุณน่าจะประเมินสถานการณ์พลาด ไม่สามารถกดดัน ภท.ได้

“สถานการณ์ตอนนี้พรรคประชาชนโดนบีบด้วยซ้ำจากคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข ม.112 คิดว่าที่พรรคประชาชนไม่ได้ร่วมลงชื่อกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเขากระโดง น่าจะเป็นเพราะเรื่องคดี 44 สส.” อดีต สส.กทม.พรรค ปชน.วิเคราะห์ไว้

เมื่อถามว่า เกมของ ปชน.ตอนนี้ที่ให้ สส.ออกมาวิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเดือด เช่นการพูดเรื่องประกันสังคมหรือเรื่องต่างๆ ในระยะยาว จะสามารถช่วยให้ ปชน.มีกระแสกลับมาได้หรือไม่ น.ส.ธิษะณากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่นำเสนอว่าคนรับมากน้อยแค่ไหน อย่างเรื่องประกันสังคมก็เป็นชุดข้อมูลที่ดี แต่คิดว่าหากมีการโจมตีด้วยข่าวปลอมเยอะก็จะลดความน่าเชื่อถือลง เช่น สนาม กทม. หากเกมของ ปชน.ไม่ทำอย่างรอบคอบก็เป็นไปได้ที่จะทำให้คะแนนตก ซึ่งหากเราจะเทียบเกมในสภาเรื่องการตรวจสอบ ปชป.เก่งกว่าเยอะ เขาทำมาหลายสิบปี เป็นฝ่ายค้านมาตลอดชาติ ในการตรวจสอบก็ต้องดูเกมว่า ปชป.จะตรวจสอบแล้วเห็นผลลัพธ์มากกว่า ปชน.มากน้อยแค่ไหน สุดท้ายการออกมาพูดทำให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมจริงมากน้อยแค่ไหน

“คุณออกมาพูดเรื่องประกันสังคม แล้วคุณสามารถผลักดันในการแก้กฎหมายหรือออกประกาศกระทรวง กระทรวงแรงงานจะเอาด้วยกับคุณหรือไม่ให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างนายจุลพันธ์ รมว.แรงงาน ทำเรื่องทำฟันฟรี เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์และเห็นผลเป็นรูปธรรม ประชาชนอยากเห็นอะไรแบบนี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าคุณพูดไปเรื่อยๆ ด่าไปเรื่อยๆ เพื่อเอาไลก์ เอาแชร์ เอาความสะใจ แต่สุดท้ายประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยนอกจากได้รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ตอบสนองประชาชนจริงๆ มันไม่เกิด เหมือนเขาทำงานไม่เป็น ทำได้แค่ออกมาพูด หากเป็นแบบนี้สุดท้ายจะถูกกล่าวหาว่าดีแต่พูด” น.ส.ธิษะณากล่าว

'เท้ง' ยัน ปชน.ไม่มีไอโอ

ด้านนายณัฐพงษ์กล่าวถึงเรื่องนี้ทันที โดยเมื่อถามถึงการที่ น.ส.ธิษะณาพูดถึงโมเดลที่มาของ สส. ของ ปชน.ว่าเคยคิดจะใช้โมเดลเหมือนกับที่ ภท.เสนอ ว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในตอนนี้คือ การวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับ 3 หลักการที่ ปชน.เคยเสนอไป ซึ่งร่างของพรรคการเมืองใดก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการ ควรเป็นร่างที่ได้รับความเห็นชอบในวาระที่ 1 อยากให้ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมืองได้รับหลักการทุกร่าง แล้วนำไปพิจารณาต่อในวาระที่ 2 ด้วยกัน

เมื่อถามถึงเรื่องไอโอของ ปชน. ที่ให้ผู้ช่วย สส.สร้างแอ็กหลุมตอบโต้ผู้เห็นต่างทางการเมือง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของ น.ส.ธิษะณาเอง ยืนยันว่า ปชน.ไม่เคยที่จะมีระบบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือทำไอโอเช่นนั้น ข้อแตกต่างที่สำคัญคือไอโอถูกจ้างมา และคนที่ถูกจ้างมาก็มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในการที่จะผลิตข่าวปลอม ผลิตข่าวบิดเบือนเพื่อที่จะโจมตีฝั่งตรงข้าม ย้ำว่า ปชน.ไม่เคยมีเช่นนั้นแน่นอน ส่วนที่แต่ละพรรคการเมืองอาจจะมีด้อม มีกองเชียร์ของตัวเอง ก็เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ที่อาจจะมีผู้สนับสนุนของแต่ละพรรคออกมา ปชน.ไม่เคยไปควบคุมความคิดเห็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

หัวหน้าพรรค ปชน.ยังกล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรค ปชน. ทยอยลาออกเพื่อไปร่วมทำงานกับฝั่งรัฐบาล มองว่าสะท้อนเสถียรภาพในพรรคหรือไม่ว่า ปชน.ดูที่จุดหมายปลายทางเป็นหลัก ว่าเข้ามาทำงานการเมืองเพราะอะไร สิ่งที่เราแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นคือ ไม่ได้มีระบบผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ได้มีอำนาจอื่น ไม่มีเป่าคดีให้ใคร เพราะเราไม่มีอำนาจรัฐ วิธีการควบคุมคน เราไม่เคยใช้อำนาจเงินหรือรัฐควบคุมคนให้อยู่กับเรา แต่เราใช้เรื่องอุดมการณ์และเป้าหมายว่ามาทำงานการเมืองเพราะอะไร ส่วนเพื่อนร่วมพรรคคนอื่นๆ จะย้ายไปอยู่สังกัดพรรคใดบ้างก็อยากให้ไปถามเจ้าตัวแต่ละคนเอง ทุกคนมีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเอง

“ก็เป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจได้ คิดว่าไม่มีผิดไม่มีถูก อยู่ที่เป้าหมายของแต่ละคนว่าตัดสินใจเข้ามาทำการเมืองเพราะอะไร พวกเราไม่มีสิทธิ์ไปปิดกั้นอยู่แล้ว เราไม่มีอำนาจเงิน อำนาจรัฐเข้าไปควบคุม”

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าสมาชิกในพรรคจะไหลออกไปอีก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวล มันเป็นธรรมชาติของพรรคมวลชนแบบพวกเรา ที่ต้องคอยพัฒนาคนจากคนที่เคยอยู่แถวหลังให้มาอยู่แถวหน้า

ส่วนความเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า พท.จะยื่นร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ส่วนสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม คือการกำหนดให้มี ส.ส.ร. 100 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เบื้องต้นในจังหวัดจำนวน 300 คน และรัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน อีกส่วนหนึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตัวแทนขององค์กรต่างๆ จำนวน 52 คน โ ดยร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดกรอบสาระสำคัญบางประการให้ ส.ส.ร.จะต้องพิจารณา เช่น จะต้องยังคงรูปแบบประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว จะแบ่งแยกมิได้ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นต้น

"การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงในการลงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา" นายชูศักดิ์กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...