“ตลาดหุ้นยุโรป” ฟื้นตัว จับตาเงินเฟ้อยูโรโซน ท่ามกลางสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ
"ตลาดหุ้นยุโรป" ฟื้นตัว จับตาเงินเฟ้อยูโรโซน ท่ามกลางสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 94% ว่า ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.33 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (2 มิ.ย.) หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อวันก่อนหน้า โดยนักลงทุนกำลังรอข้อมูลสำคัญที่จะสะท้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงผลของราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นต่อเงินเฟ้อในยุโรป
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ บวก 0.2% ส่วน CAC 40 ของฝรั่งเศส และ DAX ของเยอรมนี ปรับตัวขึ้น 0.9% และ 1% ตามลำดับ
ก่อนหน้านี้ ดัชนี Stoxx 600 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ หลังความหวังที่ว่าสงครามในอิหร่านจะยุติลงเริ่มเลือนรางลง แต่ตลาดกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในวันอังคาร
นักลงทุนกำลังรอการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเบื้องต้น (Flash Inflation) ของยูโรโซน ซึ่งจะเผยแพร่ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร โดยข้อมูลดังกล่าวจะช่วยประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม
ก่อนหน้านี้ อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนเพิ่มขึ้นเป็น 3% ในเดือนเมษายน จาก 2.6% ในเดือนมีนาคม และยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ 2%
ยุโรปถือเป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางต่อวิกฤตราคาพลังงาน เนื่องจากเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิรายใหญ่ของโลก
จากข้อมูลของ LSEG นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 94% ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ เพื่อต่อสู้กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
บรรยากาศการลงทุนยังได้รับอิทธิพลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดี Donald Trump ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า เขาไม่ได้สนใจหากการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านล้มเหลว
"ผมไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย" ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า การเจรจาที่ยืดเยื้อมานานเริ่มน่าเบื่อมากแล้ว
การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านหยุดชะงักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ยังคงถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่อการค้าพลังงานโลก
ด้าน Hannah Neumann ประธานคณะผู้แทนความสัมพันธ์กับอิหร่านของรัฐสภายุโรป ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า รัฐบาลอิหร่านมีแรงจูงใจที่จะยืดสถานการณ์ความไม่แน่นอนออกไป
เธอมองว่า อิหร่านอาจใช้กลยุทธ์ถ่วงเวลาในการเจรจา จนกระทั่งทรัมป์หมดความสนใจและถอนตัวออกจากกระบวนการเจรจา ขณะที่อิหร่านยังคงสามารถรักษาอำนาจต่อรองผ่านการควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้
นอยมันน์ยังระบุว่า สหภาพยุโรปยังมีข้อสงสัยว่าสงครามครั้งนี้สร้างประโยชน์จริงหรือไม่
"ผ่านไปแล้วสามเดือน เรายังไม่เห็นว่าสงครามนี้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งต่อภูมิภาคหรือต่อโลก"
เธอกล่าวว่า ทั้งสหภาพยุโรป ประเทศอ่าวอาหรับ แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ยุโรปต้องการให้สงครามยุติลง แต่ก็ยังต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในระบอบการปกครองของอิหร่านด้วย พร้อมเรียกร้องให้สหภาพยุโรปมีบทบาทบนโต๊ะเจรจามากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางแล้ว นักลงทุนยังติดตามพัฒนาการของสงครามระหว่าง Russia และ Ukraine หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อหลายเมืองของยูเครนในช่วงเช้าวันอังคาร
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของ North Atlantic Treaty Organization และ European Union ได้ออกมาประณามรัสเซีย หลังโดรนของรัสเซียลำหนึ่งพุ่งชนอาคารอพาร์ตเมนต์ใน Romania ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนยูเครน
ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปกำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 21 เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อมอสโก
อ้างอิง : www.cnbc.com