ทนายยื่นร้อง ‘กมธ.พัฒนาการเมือง’ สอบ อบจ.สงขลา กู้เงิน 2 พันล้านเอาไปซ่อมถนน
"ทนายอาร์ม" ร้อง "กมธ.พัฒนาการเมือง"สอบปมกู้เงิน 2 พันล้าน ของ อบจ.สงขลา ชี้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทำชาวสงขลาเป็นหนี้ อ้างทำประชาคมแล้ว แต่ไม่เปิดข้อมูลความเห็น ด้าน"ภคมน" จี้ "นายกรัฐมนตรี" สอบความผิดปกติให้โปร่งใสไม่เกรงกลัวว่าใครพวกใคร
18 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา น.สภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายพงศธร สุวรรณรักษา หรือทนายอาร์ม ตัวแทนเครือข่ายบ้านเกิดเมืองนอน จังหวัดสงขลา ถึงปัญหาการกู้เงิน 2 พันล้านบาทของอบจ.สงขลา
โดยนายพงศกร กล่าวว่า ปัญหาการกู้ยืมเงินของ อบจ.จังหวัดสงขลามูลค่า 2 พันล้านบาท เป็นการกู้หนี้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ทำให้จังหวัดสงขลา มีปัญหาเรื่องการพัฒนาไม่สามารถดำเนินการใดๆได้อย่างน้อย 10 ปี การกู้ยืมเงินดังกล่าวผิดต่อระเบียบในการกู้ยืม ที่จะต้องเป็นกรณีที่เร่งด่วนไม่สามารถใช้งบปัจจุบันได้แต่เรื่องของอบจ.จังหวัดสงขลามีการกู้ยืมเงินไปซ่อมถนนทั้งหมด ซึ่งเป็นการตั้งกู้เงินก่อนที่จะมีโครงการซ่อมแซมถนน และยังมีเรื่องการทำประชาคม ที่ไม่เป็นความจริงและข้อมูลถูกบิดเบือน
นายพงศกร กล่าวว่า ตนยื่นเรื่องนี้ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นคนเดิม ได้รับการตอบกลับมาว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ไม่นานมานี้คนเดิมถูกย้าย เป็นอธิบดีคนใหม่เข้ามา อนุมัติทันทีทำให้ชาวสงขลาเคลือบแคลงใจ ที่ต้องทนรับหนี้ 2 พันล้านอย่างไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม จึงอยากให้กรรมาธิการ ช่วยเหลือชาวสงขลายับยั้งเงินก้อนนี้ยับยั้งการกู้เงินของ อบจ.จังหวัดสงขลา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท
ด้านน.ส.ภคมน กล่าวว่า การที่จัดทำโครงการสาธารณะระดับนี้จะต้องจัดทำความคิดเห็นซึ่งในช่วงแรกเว็บไซต์ของ อบจ.สงขลามียอดคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น 7,000 กว่าความเห็น ซึ่งดูแล้วเป็นความผิดปกติ และเมื่อเข้าไปขอข้อมูลในการแสดงความคิดเห็นนั้นก็ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงต้องตรวจสอบกันว่า 7,000 ความเห็นที่เข้าไปแสดงความเห็นนั้นเป็นความเห็นจริงๆของประชาชนหรือประชาชนรู้หรือไม่ว่าจะมีการเกิดสิ่งนี้ขึ้น ซึ่งกมธ. จะติดตามเรื่องนี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณและประชาชนควรได้รู้ว่างบประมาณที่อบจ. กู้มาประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ด้วยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
"ไม่ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ส่วนไหนของประเทศไทย ประชาชนตั้งคำถามสิ่งแรกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับใคร ดังนั้น รัฐบาลต้องแก้ข้อครหานี้ให้ได้ ให้เห็นถึงความผิดปกติทุกอย่างของประเทศว่าไม่มีเบื้องหลัง นายกรัฐมนตรีบอกเองว่ารัฐบาลนี้ไม่มีนอก ไม่มีนัย แต่ไม่แน่ใจว่ามีใบสั่งหรือไม่ ฉะนั้น ต้องทำให้โปร่งใสทั้งหมดตรวจสอบให้โปร่งใสทั้งหมด เราอยากเห็นการใช้อำนาจของรัฐบาลของผู้มีอำนาจ ในประเทศนี้ที่จะตัดสินเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงกลัวว่าใครพวกใคร" น.ส.ภคมน กล่าว