โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘จิ้มแจ่ม’ พริกยักษ์นครสวรรค์ แตกไลน์ ‘น็อคเอาท์’ เครื่องดื่มคนสู้ชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. เวลา 01.14 น.
นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เส้นทางความสำเร็จ 25 ปีของ เดอะ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการไม่ย่อท่อ เริ่มต้นจากการส่งออกพริกบดและพริกดองจากห้องเล็ก ๆ จนตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนจะส่งต่อโอกาสกลับคืนสู่สังคม ด้วยการสร้างค่ายมวยเพื่อช่วยเหลือเด็กที่เคยเผชิญความรุนแรงและโดนชีวิตน็อกเอาต์มาตลอด พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจเครื่องดื่มพลังงานเพื่อคนสู้ชีวิต

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร” หรือ “เคนโด้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “บริษัท จิ้มแจ่ม ไทยแลนด์ จำกัด” ถึงเส้นทางการเติบโตของโรงงานพริกครบวงจรในจังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงทิศทางการรุกตลาดในประเทศและการเปิดตัวเครื่องดื่มแบรนด์ใหม่ ‘น็อคเอาท์’

เส้นทาง 25 ปี ครัวไทยสู่ครัวโลก

คุณเคนโด้ได้เท้าความถึงจุดเริ่มต้นของบริษัท เดอะ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งโดยคุณเออร์วิน เดอ สมิธ และคุณวิชาดา เดอ สมิธ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าคุณพิม สองสามีภรรยาที่มีความตั้งใจอยากจะเอาอาหารไทยไปสู่ครัวโลก เนื่องจากตระกูลของคุณเออร์วินอยู่ในวงการนำเข้าอาหารไทยไปยุโรปอยู่แล้ว ทั้งสองท่านเล็งเห็นว่าวัตถุดิบของประเทศไทยเป็นเกรดพรีเมี่ยมที่ใครก็อยากได้ โดยเฉพาะพริก ซึ่งเป็นเบสสำคัญของอาหารทั่วโลกที่ต้องใช้ จึงได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

จิ้มแจ่ม

ธุรกิจนี้เริ่มจากห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง บดพริกด้วยมือ ค่อย ๆ ทำกันไป โดยคุณเออร์วินจะเป็นคนติดต่อกับต่างประเทศ ปรากฏว่าธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะชาวต่างชาติเชื่อมั่นในพริกของไทย และคำว่า “ผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย” จากขายได้เล็ก ๆ ไม่กี่ตู้ ก็ขยับขึ้นมาเป็น 10 ตู้ และใหญ่ขึ้นจนมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ ภายใต้มาตรฐานรับรองระดับสากลอันเข้มงวด ครอบคลุมตั้งแต่ ซอส, น้ำจิ้ม, เครื่องแกง, อาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น

เชื่อมเกษตรกร 2 หมื่นไร่

คุณเคนโด้บอกอีกว่า ปัจจุบันมีฟาร์มคอนแทร็กต์อยู่ประมาณ 20,000 ไร่ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่ค้าขายกันมากว่า 20 ปี เคล็ดลับคือ โรงงานเราไม่ได้ต้องการพริกที่สวยงามส่งตลาดสด แต่เราต้องการพริกอุตสาหกรรม หรือพริกเบอร์รวม จะเม็ดเล็ก เม็ดงอ เรารับซื้อหมด ทำให้เกษตรกรไทยไม่ต้องติดหลุมพรางเรื่องค่าปุ๋ยค่ายาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สวยงาม

เขาสามารถปลูกแบบปลอดภัยตามมาตรฐานเกษตรกรรม ลดสารเคมี ทำให้ต้นทุนต่ำและได้กำไร มีผลผลิต 5-7 ตัน/ไร่ โรงงานเราใช้สัญญาใจในการดูแลกันมาอย่างยาวนาน วันไหนราคาพริกในตลาดตกเราก็ซื้อในราคามาตรฐาน วันไหนพริกราคาขึ้นเขาก็ไม่โขกราคาเรา ทุกวันนี้กำลังการผลิตของเราอยู่ที่ 200 ตันขึ้นไปต่อวัน รับซื้อพริกเข้าโรงงานวันละ 50-100 ตัน โดยเน้นพริกยำแดงหรือพริกซอสเป็นหลัก

จิ้มแจ่ม

“ความจริงอาชีพเกษตรกรคือการปลูก หน้าที่แปรรูปและหาตลาดควรเป็นของอุตสาหกรรม สิ่งที่เราทำสำเร็จคือการเอาเกษตรกรมาแมตช์กับอุตสาหกรรมของเรา ให้เขาโฟกัสกับการปลูกให้ดีที่สุด ที่เหลือเราจัดการเอง”

รุกตลาดในประเทศเป็นปีแรก

คุณเคนโด้เล่าต่อว่า ที่ผ่านมาส่งออกมากกว่า 90% ส่วนตลาดในไทยเพิ่งเริ่มต้นปีนี้ยังไม่ถึง 5% โดยสินค้าแปรรูปแบ่งเป็น 1) วัตถุดิบ เช่น พริกบด และพริกดอง ส่งออกเป็นถังปริมาณกว่า 1 ตันไปยังทั่วโลก ซึ่งพริกดองหรือที่ฝรั่งเรียกซัมบัลโอเล็ก ถือเป็นสินค้าเรือธงที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท

จิ้มแจ่ม

2) การรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซอสแบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์ รวมถึงพริกในน้ำมันรำข้าวที่ติดท็อป 1 ใน 5 ของอเมริกา

และ 3) สินค้าแบรนด์ของตัวเอง ชื่อแบรนด์ “จิ้มแจ่ม” ไทยแลนด์ มีทั้งกลุ่มซอส กลุ่มน้ำจิ้ม กลุ่มพริกแกง และกลุ่มพริกดอง ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไปเมื่อช่วงงาน THAIFEX-Anuga Asia 2026 เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

แตกไลน์เครื่องดื่มน็อคเอาท์

คุณเคนโด้ได้เล่าถึงที่มาของการทำแบรนด์เครื่องดื่ม “น็อคเอาท์” มาจากคุณพิมได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมและช่วยเหลือเด็ก ๆ มาตลอด หนึ่งในนั้นคือการให้โอกาสเด็กต่างจังหวัดที่มีความฝันอยากเป็นนักมวยแต่ไม่มีทุน จึงทำค่ายมวยชื่อ “จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง” อยู่ในพื้นที่โรงงาน จ.นครสวรรค์ ดูแลเด็กกินนอนและให้การศึกษากว่า 300 คน ปัจจุบันปั้นขึ้นมาพร้อมขึ้นชก 7 คน ล่าสุดไปชนะน็อกที่เวทีราชดำเนินและลุมพินีมาแล้ว

จากค่ายมวยตรงนี้เลยต่อยอดมาทำเครื่องดื่มชื่อแบรนด์ “น็อคเอาท์” ภายใต้คอนเซ็ปต์ หมัดเด็ดคนสู้ชีวิต เพื่อส่งต่อพลังและให้โอกาสคน ซึ่งแรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของคุณพิมชาวร้อยเอ็ด แต่เติบโตมาจากสลัมห้วยขวาง เป็นลูกแม่ค้าส้มตำ และเคยเผชิญความรุนแรงในครอบครัว เรียกได้ว่า “ชีวิตวัยเด็กโดนน็อกเอาต์มาตลอด” แต่เขาหลุดพ้นมาได้ด้วยความมุ่งมั่นของตัวเอง พยายามฝึกพูดภาษาอังกฤษตั้งแต่ 10 ขวบ เพื่อขายของให้ต่างชาติ จนเติบโตและประสบความสำเร็จ

จิ้มแจ่ม

เครื่องดื่มน็อคเอาท์จึงเปิดตัวมา 2 รสชาติแรกคือ สีดำที่เป็นเครื่องดื่มให้พลังงาน (Energy Drink) และสีเหลืองที่เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ (Electrolyte Drinks) โดยได้คุณแสนชัย มวยไทยยิม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ KNOCKOUT ในฐานะเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาพลังงานและความสด เปรียบเสมือนตัวแทนของความมุ่งมั่นและชัยชนะ สอดคล้องกับหัวใจหลักของแบรนด์ที่ต้องการส่งต่อพลังให้แก่ผู้บริโภคในทุกสถานการณ์

ตั้งเป้ารายได้ 500 ล.ภายใน 1 ปี

สำหรับช่องทางการตลาดในประเทศ เราเน้นร่วมงานกับคนสู้ชีวิตด้วยกัน โดยจับมือกับสมาคมแท็กซี่ ให้พี่ ๆ คนขับรถแท็กซี่หลักหมื่นคันเป็นตัวแทนจำหน่ายและกระจายสินค้า ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อสร้างรายได้เสริมให้พวกเขา พร้อมนำกำไรส่วนหนึ่งมอบเข้ากองทุนของสมาคมแท็กซี่เพื่อดูแลยามเจ็บป่วยด้วย

ส่วนการทำตลาดในประเทศ คาดว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะนามสกุลเราคือ ‘เกรดส่งออก’ สินค้าที่ขายในประเทศใช้วัตถุดิบเดียวกับที่ส่งออก 100% ไม่มีลดเกรด แต่ทำราคาที่จับต้องได้ ให้คนไทยได้กินของดี เพราะเราเป็นโรงโม่ที่คุมต้นทุนเองตั้งแต่ต้นน้ำ ปัจจุบันมีการวางแผนลุยทั้งออนไลน์ เตรียมทำโฆษณาสินค้าผ่านการเล่าเรื่องราวชีวิตของแสนชัยผ่านระบบเอไอ (AI) และออฟไลน์กระจายตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ

ส่วนตลาดต่างประเทศเราค่อนข้างเชี่ยวชาญ ส่งออกไปทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง สินค้าที่ขายได้ดีกับทุกกลุ่มคือ พริกดองหรือซัมบัลโอเล็ก ล่าสุดก็เพิ่งเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายจากมาดากัสการ์ เพื่อนำ‘น็อคเอาท์’ ไปลุยตลาดแอฟริกา รวมถึงตลาดอเมริกาและยุโรปก็กำลังจะตามมา

สำหรับเป้าหมายในปีนี้ คาดว่ายอดขายรวมของแบรนด์จิ้มแจ่มและน็อคเอาท์ในประเทศไทยจะไปถึงที่ 500 ล้านบาท

ส่วนระยะยาวอีก 10 ปี เชื่อแน่นอนว่า เดอะ สมิธ จะเติบโตกว่านี้มาก แต่คงไม่ได้มองแค่เรื่องผลกำไร แต่อยากเห็นเด็กในค่ายมวยที่เราปั้นมาตั้งแต่ชกไม่เป็น ก้าวไปคว้าเข็มขัดแชมป์โลกเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย นั่นคือเป้าหมายสูงสุด

ในโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยโดนน็อก

คุณเคนโด้ยังได้กล่าวทิ้งท้ายเพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนอีกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยโดนน็อก จำไว้ว่ายิ่งเราโดนทุบ โดนกดให้ต่ำลงไปเท่าไหร่ มันเหมือนสปริง เวลาที่ดีดตัวกลับขึ้นมามันจะดีดขึ้นมาสูงเป็นเท่าตัวเสมอ การโดนชีวิตน็อกตั้งแต่อายุยังน้อย หรือในวัยทำงาน มันยังดีกว่าไปโดนชีวิตน็อกเอาต์ตอนอายุ 70 ปีที่คุณไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาสู้แล้ว

“ถ้าวันนี้คุณกำลังโดนน็อกอยู่ ให้คิดว่าเป็นเรื่องดี ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง แล้ววันหนึ่งคุณจะเป็นฝ่ายกลับไปน็อกอุปสรรคทุกอย่างในชีวิตเอง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘จิ้มแจ่ม’ พริกยักษ์นครสวรรค์ แตกไลน์ ‘น็อคเอาท์’ เครื่องดื่มคนสู้ชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...