โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต. ขอประชาชนไว้ใจยึดผลประโยชน์ชาติ เจรจาแบ่งเขตแดนกับกัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 23.02 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กต. ขอประชาชนไว้ใจยึดผลประโยชน์ชาติ เจรจาแบ่งเขตแดนกับกัมพูชา แจงคืบหน้าตั้งประธานผู้ประนอม ‘UNCLOS’ ขีดเส้น 30 วัน ย้ำเลิก MOU 2544 หวังรีเซตเจรจา ยันกอด MOU 2543 เดินหน้าเขตแดนทางบก

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากระบวนการระงับข้อพิพาททางทะเล ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) พร้อมชี้แจงกรอบแนวคิดของรัฐบาลไทยต่อการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศกัมพูชา ว่า ได้หารือกับผู้ประนอมฝ่ายไทยถึงความคืบหน้าในการเลือกประธานกรรมาธิการกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) โดยกระบวนการคัดเลือกประธานฯ จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน แม้ตามกฎหมายจะไม่ได้ระบุว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศคู่กรณี แต่ในทางปฏิบัติควรเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนดังกล่าว คณะกรรมาธิการจะกำหนดกรอบวิธีการทำงาน และเชิญประเทศไทยไปนำเสนอข้อมูล โดยคาดว่าจะมีการประชุมร่วมกันทุก 1-2 เดือน

"ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลกซึ่งมีกติกา ในฐานะภาคี UNCLOS เราต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หากไทยไม่ยอมรับกระบวนการภาคบังคับนี้ เราก็จะไม่สามารถแต่งตั้งผู้ประนอมฝ่ายไทยได้ และจะส่งผลต่อความเชื่อถือของประเทศในเวทีโลก เวลาไปเจรจาข้อตกลงอื่น ๆ ยืนยันว่าไทยจะต่อสู้ตามกระบวนการอย่างเต็มที่และดีที่สุด" รมว.การต่างประเทศ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไทย-กัมพูชา ปี 2544 ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในไหล่ทวีป (OCA) มีเจตนาเพื่อให้เกิดการเจรจาภายใต้บริบทใหม่ เนื่องจากหากยังคงใช้ MOU 2544 ต่อไป การเจรจาจะไม่มีวันสำเร็จ เพราะกรอบเดิมตั้งอยู่บนพื้นฐานการอ้างสิทธิของกัมพูชาที่ขีดเส้นผ่าเกาะกูด ซึ่งฝ่ายไทยไม่ยอมรับ ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS จึงยังไม่จำเป็นต้องก้าวไปถึงขั้นการประนีประนอมภาคบังคับ แต่สามารถใช้แนวทางประนีประนอมโดยสมัครใจได้ หากได้ข้อยุติในพื้นที่ทางทะเล ก็จะช่วยเปิดทางไปสู่การเจรจาพื้นที่ทางบกที่กัมพูชาให้ความสำคัญต่อไปได้ง่ายขึ้น

สำหรับคำถามที่ว่า มีโอกาสจะยกเลิก MOU ปี 2543 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า MOU 2543 ยังคงมีประโยชน์และควรเดินหน้าต่อ หากตัดมิติทางการเมืองออกไป เนื่องจากมีการตกลงเรื่องหลักเขตแดนไปได้มากแล้ว

พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงข้อกังวลเรื่องแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่เคยทำให้ไทยเสียเปรียบในคดีปราสาทเขาพระวิหาร โดยระบุว่า ใน MOU 2543 เปิดช่องให้ใช้เอกสารและหลักฐานอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย ไม่ได้ผูกขาดเฉพาะแผนที่ดังกล่าว โดยจะต้องพิจารณาเนื้อหาในสนธิสัญญาและหลักสันปันน้ำตามธรรมชาติเป็นสำคัญ

"สำหรับการต่างประเทศยุคปัจจุบัน การรับฟังเสียงของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศยึดผลประโยชน์ของชาติและกฎหมายเป็นหลัก อะไรที่ประชาชนมีข้อกังวล เราพร้อมรับฟังและดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรปิดบัง" นายสีหศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดของไทยภายใต้กรอบ UNCLOS รมว.การต่างประเทศ ระบุว่า ไม่อยากให้มองไปถึงขั้นนั้น เพราะเมื่อพิจารณาตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว เส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างสิทธินั้น ไม่น่าเป็นไปได้ กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมพร้อมรับมือในทุกฉากทัศน์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย และมุ่งเจรจาเพื่อหาทางออกที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win) เพื่อให้เป็นข้อตกลงที่ยอมรับได้และยั่งยืนร่วมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...