ครม.เงาส้ม จี้ กษ.-พณ.เรียกถก Shrimp Board ช่วยผู้เลี้ยงกุ้งใต้
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงผลการประชุม "ครม.เงา" พรรคประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดแก้ไขปัญหามาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย พร้อมออกมาตรการให้สอดคล้องกับขนาดผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
หลังคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจได้เรียกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงข้อมูลสถานการณ์ และแผนการดำเนินการ แต่พบว่ารัฐบาลยังประเมินผลกระทบด้วยข้อมูลที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ตอบโจทย์และไม่เท่าทันสถานการณ์
นายสิทธิพล เผยข้อกังวล 3 ประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ประเด็นแรกคือปริมาณผู้ได้รับผลกระทบที่รัฐประเมินต่ำกว่าความจริงมาก โดยกรมประมงประเมินความเสียหายเพียงเดือนละ 300-400 ตัน หรือเฉลี่ยวันละ 10 ตัน และคาดว่าหากมาเลเซียปิดด่าน 12 เดือน ความเสียหายจะอยู่ที่ 4,205 ตัน ขณะที่ภาคเอกชนสะท้อนว่าข้อมูลจริงต่างจากข้อมูลในระบบของรัฐถึง 5-10 เท่า และมีความสำคัญในเชิงราคา เพราะเพียงปริมาณกุ้งล้นตลาดเล็กน้อยก็สามารถฉุดราคาตลาดทั้งระบบให้ลดลงได้
ประเด็นที่สองคือราคากุ้งที่กระทรวงพาณิชย์ใช้อ้างอิงเป็นราคาในภาคกลาง ซึ่งไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลรายงานว่าราคาลดลงเพียงเล็กน้อยและบางตัวสูงขึ้นด้วยซ้ำ ขณะที่ข้อมูลจากภาคเอกชนระบุว่าราคากุ้งในภาคใต้ลดลงไปแล้ว 20-50 บาทต่อกิโลกรัม
ประเด็นที่สามคือมาตรการของรัฐบาลเสี่ยงไม่ทันกับความเร่งด่วนของปัญหา เนื่องจากกุ้งที่อยู่ในแพเหลือเวลาเพียง 10-15 วัน ขณะที่มาตรการเฉพาะหน้าของกระทรวงพาณิชย์คือการระบายภายในประเทศจะเริ่มทำได้ปลายเดือนมิถุนายนนี้และรองรับได้เพียง 400 ตัน ซึ่งช้าและปริมาณน้อย ส่วนมาตรการของกระทรวงเกษตรฯ ส่วนใหญ่เป็นมาตรการทั่วไปสำหรับสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่การรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ การเพิ่มจุลินทรีย์ และการพัฒนาระบบเลี้ยงกุ้งคาร์บอนต่ำ
นายสิทธิพล เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่ หนึ่งต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) เพื่อขออนุมัติการพยุงราคากุ้งที่ 20 บาทต่อกิโลกรัมให้เกิดขึ้นจริง สองเร่งสำรวจข้อมูลในพื้นที่จริงเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และสามต้องเร่งเจรจาเปิดด่านนำเข้าโดยเร็วที่สุด พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยจัดหางบประมาณสำหรับโครงการระบายสินค้าที่ประกาศไว้แล้วแต่ยังเริ่มได้ช้า และขยายปริมาณการกระจายสินค้าให้รองรับผลผลิตจริงรวมถึงผลกระทบที่พี่น้องเกษตรกรกำลังประสบ