โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ทนายสายหยุด’ ชี้คดี ตชด.ยิงวิน อ้างป้องกันตัวได้ยาก ลดโทษหรือไม่ต้องรอศาลตัดสิน

เดลินิวส์

อัพเดต 15 มิถุนายน 2569 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ทนายสายหยุด” วิเคราะห์คดีตำรวจ ตชด. ยิงกลุ่มวิน จยย. หากต่อสู้คดีด้วยเหตุป้องกันตัว ต้องเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ แต่คู่กรณีวิ่งหนีแล้ว แนวโน้มเข้าข่ายป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ส่วนลดโทษหรือไม่ ต้องรอการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม

จากกรณี ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี ตำรวจสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ก่อนเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน พร้อมอาวุธปืนของกลาง โดยให้การเบื้องต้นว่าถูกกลุ่มคู่กรณีรุมทำร้ายร่างกายก่อนเกิดเหตุ

ตกลงราคาไม่ได้! ตชด.คลั่งชักซิกซาวเออร์รัวยิงวินจักรยานยนต์ดินแดง ดับ 1 เจ็บ 2 ราย

ล่าสุด ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ระบุว่า ด้วยความเคารพต่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญเสียอิสรภาพ

ผมก็เป็นทนายอยู่ในสายคดีอาชญากรรม และเป็นคนที่ชอบศึกษาและสะสมอาวุธปืน ขอวิเคราะห์กรณีน้องตำรวจ ตชด. ที่ยิงพี่วินจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ ผมขอแยกองค์ประกอบเป็นดังนี้ครับ หาก ตชด. จะอ้างป้องกัน ต้องพอสมควรแก่เหตุ มือเปล่าก็ต้องสู้กันด้วยมือเปล่า อาวุธก็ต้องสู้กันด้วยอาวุธ

กรณีนี้อย่างไรก็ตาม เป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุแน่นอน!! เมื่อป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุก็จะกลายเป็นฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

ถ้าจะให้พอสมควรแก่เหตุ น้อง ตชด. น่าจะต้องยิงปืนขึ้นฟ้าหรือยิงขู่ไปก่อนสัก 1 นัด แต่กรณีนี้คู่กรณีวิ่งหนีแล้ว

ส่วนจะมีเหตุลดโทษหรือไม่อย่างไรอันนี้ผมไม่ก้าวล่วงดุลพินิจของศาล.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...