โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องไลฟ์สไตล์ Gen Z ใช้ AI เป็นเลขาคู่ใจ ช่วยทำงานทุ่นแรง

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากนึกถึงภาพจำของGen Z ในยุคนี้ ภาพที่ลอยมาในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นภาพของเด็กแนวเทคฯ ที่มี AI เป็นเหมือนจิตแพทย์ส่วนตัว เป็นเพื่อนปรับทุกข์ยามเหงา หรืออาจจะเลยเถิดไปถึงการมี AI เป็น ‘แฟนทิพย์’ คอยมอร์นิ่งคอลในทุกๆ เช้า

แต่ช้าก่อน ผลสำรวจล่าสุดจากรายงานของ Harvard Business Review (HBR) ร่วมกับ Gallup และ Walton Family Foundation ที่ได้เจาะลึกความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวชาวอเมริกันเกือบ 2,500 คน กำลังจะบอกเราว่า “สิ่งที่เราคิด… อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น” เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง Gen Z กับ AI ในชีวิตจริงนั้น มันไม่ได้โรแมนติกหรือแฟนตาซีขนาดนั้น แต่มันคือความสัมพันธ์ที่เน้นใช้งานจริงและที่สำคัญคือมันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ

เมื่อ AI ไม่ใช่ ‘แฟน’ แต่คือ ‘เลขาคู่ใจ’

วัยรุ่น Gen Z มอง AI เป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพล้วนๆ ในรอบเดือนที่ผ่านมา มี Gen Z ถึง 74% ที่ใช้งาน AI Chatbot เป็นประจำ โดย 65% สารภาพว่าพวกเขาใช้ AI แทนการพิมพ์ค้นหาบน Google ไปแล้ว นอกจากนี้ 52% ใช้มันช่วยสะสางงาน และ 46% ใช้เป็นผู้ช่วยในการเขียนบทความหรืออีเมล

ตัดภาพมาที่โหมดฮีลใจหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว ตัวเลขกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง มีเพียง 32% เท่านั้นที่เคยปรึกษา AI เรื่องความสัมพันธ์หรือการตัดสินใจในชีวิต และมีแค่ 23% ที่คุยกับบอตในฐานะ ‘เพื่อน’ ส่วนคนที่ใช้ AI ในฐานะ ‘แฟนหนุ่ม/แฟนสาว’ มีแค่ 10% เท่านั้นเอง

พูดง่ายๆ ก็คือ สำหรับ Gen Z แล้ว AI ไม่ใช่ที่พึ่งทางใจ แต่คือเครื่องมือทุ่นแรงชั้นยอดต่างหาก

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า กฎระเบียบของออฟฟิศทำอะไรความอยากรู้อยากลองของ Gen Z ไม่ได้ เพราะ 1 ใน 6 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (16%) ยอมรับอย่างแมนๆ ว่า "ก็ยังใช้ AI ทำงานอยู่ดี ถึงแม้หัวหน้าจะสั่งห้ามเด็ดขาดก็เหอะ!" ซึ่งนี่สะท้อนให้เห็นว่า การสั่งแบนไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากจะทำให้เกิดวัฒนธรรมการ "แอบใช้แบบหลบๆ ซ่อนๆ" และทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจในองค์กรเปล่าๆ

ความกลัวลึกๆ ของ Gen Z

ถึงแม้จะใช้กันอย่างเมามัน แต่ Gen Z ก็มีความย้อนแย้งในตัวเองอยู่ไม่น้อย พวกเขาไม่ได้หลับหูหลับตาอวยเทคโนโลยีใหม่นี้ แต่กลับมีความวิตกกังวลต่ออนาคตอย่างน่าสนใจ

  • 79% กลัวว่า AI จะทำให้มนุษย์เรา ‘ขี้เกียจขึ้น’
  • 62% กังวลว่ามันจะทำให้คนเรา ‘ฉลาดน้อยลง’

พวกเขากลัวว่าการพึ่งพา AI มากเกินไป จะไปแย่งชิงโอกาสในการ ‘เรียนรู้จากการลงมือทำจริง’ ทำให้ทักษะการคิดวิเคราะห์อ่อนแอลง และลดทอนปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งความกังวลนี้ไม่ใช่คิดไปเอง เพราะผลการทดลองจากสถาบันระดับโลกอย่าง MIT Media Lab และ Wharton School ก็ยืนยันว่า ความเสี่ยงเหล่านี้มีอยู่จริง

Gen Z หลายคนแชร์ว่า พวกเขาใช้ AI ในเวย์ที่สร้างสรรค์มากๆ เช่น ใช้มันช่วยย่อยปัญหาใหญ่ๆ ที่น่าปวดหัวให้กลายเป็นสเต็ปง่ายๆ ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่คิดไม่ถึง และโยนงานน่าเบื่อให้ AI ทำ เพื่อที่ตัวเองจะได้เอาเวลาไปโฟกัสกับงานที่มีคุณค่าและมีความหมายมากกว่า

มีผลการทดลองหนึ่งในรายงานระบุว่า คนที่ฝึกฝนทักษะการเขียนโดยมี AI คอยซัพพอร์ต ท้ายที่สุดแล้วจะมีพัฒนาการทางทักษะที่ดีกว่าคนที่นั่งเขียนอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว นั่นแปลว่า ถ้าเราใช้ AI อย่างถูกวิธี มันจะไม่ใช่การ ‘แย่งงาน’ แต่เป็นการ ‘อัปสกิล’ ให้เราเก่งขึ้นต่างหาก

HBR ได้ทิ้งท้ายคำแนะนำ ให้กับบรรดาผู้นำองค์กรและ HR ยุคใหม่ไว้ 4 ข้อ เพื่อปรับจูนที่ทำงานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเด็กยุคนี้:

  • เข้าใจความย้อนแย้ง: อย่ามองว่าพนักงานที่กังวลเรื่อง AI เป็นคนขวางโลก ความกลัวว่าตัวเองจะสูญเสียทักษะ เป็นเรื่องจริงใจที่องค์กรต้องรับฟัง
  • อย่าสั่งแบน: เพราะข้อมูลฟ้องอยู่แล้วว่าห้ามไม่ได้ เปลี่ยนจากการแบน เป็นการสร้างกติกาที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือร่วมกันดีกว่า
  • บำบัดความกลัวด้วยการลองใช้: ผลสำรวจบอกว่า ยิ่งใช้บ่อย ความวิตกกังวลจะยิ่งลดลง ดังนั้น จัดเวิร์กชอปให้พนักงานได้ลองเล่น กับ AI บ่อยๆ จะช่วยลดความตื่นตระหนกได้ดีที่สุด
  • เน้นเคสที่เสริมมนุษย์ไม่ใช่แทนมนุษย์: แสดงให้เห็นชัดๆ ว่า AI มาเพื่อช่วยลบล้างงานที่น่าเบื่อ เพื่อให้พนักงานมีเวลาเหลือไปใช้สมองคิดสร้างสรรค์ และมีเวลาไปนั่งปรึกษางานกันจริงๆ

Gen Z ในวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่โลกการทำงานด้วยความสมาร์ทและรู้เท่าทัน พวกเขาไม่ได้มอง AI เป็นพระเจ้า หรือสัตว์ประหลาด แต่เป็น ‘พาร์ตเนอร์’ ที่ต้องใช้ซ่อมงาน

ที่มา:Cayman Independent

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...