โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดบวก 182 จุด จากแรงซื้อหุ้นท่องเที่ยว ขณะหุ้นเทคร่วงกด Nasdaq-S&P 500

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดาวโจนส์ปิดบวก 182 จุด จากแรงซื้อหุ้นท่องเที่ยว ขณะหุ้นเทคร่วงกด Nasdaq-S&P 500

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มิ.ย. 69 6:37: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (24 มิ.ย.) โดยดัชนีแนสแดคและS&P 500 ปิดแดนลบ เนื่องจากถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่ร้อนแรงเกินไป ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มท่องเที่ยว

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,848.90 จุด เพิ่มขึ้น 182.06 จุด (+0.35%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,358.22 จุด ลดลง 7.24 จุด (-0.10%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 25,476.64 จุด ลดลง 110.40 จุด (-0.43%)

บรรยากาศการซื้อขายบางส่วนได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามอิหร่าน หลังมีการคาดการณ์ว่าจะมีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากขึ้นเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านได้แจ้งว่า ไม่มีแผนเรียกเก็บค่าผ่านทางใดๆ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีย่อตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการ Micron Technology ซึ่งประกาศหลังปิดตลาด โดยปิดลดลง 0.3% ก่อนดีดตัวขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายได้รายไตรมาสและคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยปีนี้ หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 200%

ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการลงทุนของกลุ่ม Hyperscaler ซึ่งพึ่งพาการออกหนี้ รวมถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่คาด เป็นปัจจัยที่เร่งให้ตลาดปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของดัชนีแนสแดค 100 หายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

ไมเคิล โมนาแฮน หุ้นส่วนและผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Founder ETFs กล่าวว่า ประเด็นตะวันออกกลางกำลังคลี่คลายลง ราคาพลังงานกำลังปรับลดลง แต่ในขณะเดียวกัน การลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียังคงเดินหน้าต่อไป และด้วยเหตุผลบางอย่าง ตลาดดูจะชื่นชอบบริษัทที่ได้รับเม็ดเงินลงทุน ขณะที่บริษัทที่เป็นผู้ควักเงินลงทุนกลับถูกกดดันจากแรงขาย"

นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองภายในสิ้นเดือนธ.ค. นี้ ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group จากเดิมที่คาดว่าจะปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว ในอัตรา 0.25%

ตลาดยังจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ซึ่งจะประกาศในวันพฤหัสบดี เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ดัชนีหุ้นกลุ่มสายการบินใน S&P 500 พุ่งขึ้น 5.2% ขณะที่หุ้นบริษัทท่องเที่ยว นำโดย Expedia Group ปิดพุ่งขึ้น 6.97% และ Booking Holdings พุ่งขึ้น 7.29%

- หุ้น Cerebras Systems ผู้ออกแบบชิป ร่วงลง 19.6% หลังคาดการณ์ว่าอัตรากำไรตลอดทั้งปีจะลดลงต่ำกว่าไตรมาสแรก นอกจากนี้ ราคาหุ้นยังถูกกดดันหลังจาก OpenAI เปิดตัวชิปประมวลผลสำหรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งมีชื่อว่า Jalapeño

- หุ้น 6 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมากที่สุดที่ 1.2% ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับขึ้น 0.8% ช่วยชดเชยแรงกดดันจากการปรับตัวลงของกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

- หุ้นกลุ่มบริษัทสร้างบ้านพุ่งขึ้น หลังทรัมป์ยกเลิกแผนลงนามในกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง ซึ่งมีเป้าหมายเร่งเพิ่มปริมาณที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา โดยหุ้น Hovnanian Enterprises พุ่งขึ้น 11.3%, หุ้น PulteGroup พุ่ง 7.2% และหุ้น Toll Brothers เพิ่มขึ้น 6.7%

- หุ้น Hertz ผู้ให้บริการเช่ารถ ดิ่งลง 40.7% ระบุว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 2 มีแนวโน้มใกล้เคียงกรอบล่างสุดของคาดการณ์ พร้อมประกาศแผนเสนอขายหุ้นสามัญมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 25,810 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 22,920 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 1.03 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 205 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 226 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,323 ตัว และหุ้นลบ 2,499 ตัว โดยมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 1.08 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 25 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 4 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 206 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 177 ตัว

ที่มา Reuters

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน CAPITAL WITH PURPOSE 2026 งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่

โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน คลิกภาพ!

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...