เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน
สปอตไลต์จึงส่องไปที่กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การนำของ "บิ๊กรุท" พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มือทำงานจากค่ายภูมิใจไทย ที่เลือกเดินเกมแบบก้มหน้าก้มตาเร่งปั้นผลงานให้รัฐบาลทั้งหมด หนีจากการถูกโจมตีว่าไม่มีผลงาน มากกว่าการไปตอบโต้แรงเสียดทานทางการเมือง
ผลงานช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนแนวทางบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ได้มุ่งจับเพียงปลายแถว แต่ขยับไปทุบโครงสร้างและตัดท่อน้ำเลี้ยงของขบวนการอาชญากรรมรายใหญ่ คดีสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาเขย่าคือปริศนาน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรกลางทะเล ซึ่งถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอรับไปดำเนินการ
อีกหมากสำคัญคือ ยุทธศาสตร์ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนสีเทา โดยใช้กฎหมายฟอกเงินเป็นหัวหอกประสานการทำงานกับสำนักงาน ปปง.แกะรอยเส้นทางการเงินตามหลัก Follow the Money จนนำไปสู่การอายัดบัญชีม้า ยึดคฤหาสน์ ซูเปอร์คาร์ และสินทรัพย์ดิจิทัล การโจมตีฐานการเงินเช่นนี้ถือเป็นวิธีสกัดองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้ตรงจุดที่สุด
ล่าสุดยังให้นโยบายกรมสอบสวนคดีพิเศษ จัดการเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและฟอเร็กซ์ ด้วยการเข้าตรวจค้นเป้าหมายหลายจุด ยึดเงินสด รถยนต์หรู และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล พร้อมขยายผลถึงผู้บงการเบื้องหลัง ซึ่งมีรายงานเชื่อมโยงบุคคลหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมืองพรรคประชาชน และรัฐมนตรีเงาคนดัง คนบันเทิง และภาคธุรกิจเอกชน
ดังนั้นในทางการเมือง การเลือกตอบคำวิจารณ์ด้วยผลงานมากกว่าการปะทะคารม จึงอาจเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุดของ “บิ๊กรุท” เพราะท่ามกลางกระแสดิสเครดิตรัฐบาล ไม่มีเกราะกำบังใดจะแข็งแรงไปกว่าผลงานที่ประชาชนมองเห็นและความจริงที่สัมผัสได้
การทลายทุนเทา ฉ้อโกง ฟอกเงิน สางคดีโกงระดับชาติ และรื้อเครือข่ายอาชญากรรมที่ฝังรากลึก จึงไม่ใช่เพียงบททดสอบกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างแต้มต่อและความเชื่อมั่นให้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้อยู่จนครบวาระ.
ช่างสงสัย