โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ณัฐพงษ์จวก รัฐบาลปัดตกกฎหมายประชาชน ชี้ป้องทุนมากกว่าคน

PostToday

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาแสดงความผิดหวังต่อมติของรัฐบาลที่ไม่ส่งร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาผ่านเพจเฟซบุ้กส่วนตัว โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่มาจากการเข้าชื่อของภาคประชาชนถึง 6 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิ เสรีภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นธรรมในสังคม แต่กลับถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้นทางทางการเมือง จนทำให้เกิดคำถามสำคัญว่ารัฐบาลกำลังทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างแท้จริง หรือกำลังเลือกปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนและโครงสร้างอำนาจเดิมมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม

หนึ่งในร่างกฎหมายที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากคือ ร่างกฎหมาย PRTR และร่างกฎหมายโรงงาน ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสารพิษหรือมลพิษที่โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบกิจกรรมอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนของตนเอง นายณัฐพงษ์มองว่าการที่รัฐบาลเลือกไม่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว เท่ากับเป็นการปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านมลพิษและอุบัติภัยทางอุตสาหกรรมต่อไป ขณะที่กลุ่มทุนอุตสาหกรรมยังคงได้รับความสะดวกในการดำเนินกิจการโดยขาดการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดิน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนกว่า 3 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตป่าทับซ้อนพื้นที่ทำกิน ก็เป็นอีกหนึ่งร่างกฎหมายที่ถูกปัดตก ทั้งที่ประชาชนจำนวนมากอาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐเสียอีก พรรคฝ่ายค้านมองว่าปัญหานี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างระหว่างรัฐกับประชาชน และการไม่ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเท่ากับปล่อยให้ประชาชนจำนวนมากต้องอยู่กับความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดินและการถูกดำเนินคดีจากการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม

ในส่วนของร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พรรคฝ่ายค้านชี้ว่าร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของคนทำงานในโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการมีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม สิทธิลาดูแลครอบครัว การจัดให้มีมุมปั๊มนมในสถานประกอบการ รวมถึงการได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีในสถานที่ทำงาน แต่สุดท้ายร่างกฎหมายดังกล่าวกลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเช่นกัน ซึ่งนายณัฐพงษ์เห็นว่าเป็นการสะท้อนมุมมองของรัฐที่ยังไม่ให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานอย่างเพียงพอ แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตรฐานพื้นฐานในหลายประเทศทั่วโลกแล้วก็ตาม

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายปฏิรูปศาลทหารและกองทัพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลและความยุติธรรมให้ประชาชน ก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เดินหน้าต่อเช่นเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจเดิมของรัฐบาล และเป็นการรักษาระบบที่ขาดการตรวจสอบจากประชาชนเอาไว้ต่อไป

อีกประเด็นสำคัญที่นายณัฐพงษ์หยิบยกขึ้นมาคือ เรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าผู้แทนคณะรัฐมนตรีได้กล่าวในสภาว่า หากในอดีตรัฐสภารับหลักการและใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก ปัญหาอาจไม่เกิดขึ้น เพราะร่างดังกล่าวยังคงเปิดทางให้สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. มีอำนาจร่วมลงมติในวาระที่ 3 แม้จะลดสัดส่วนลงเหลือ 1 ใน 5 ของจำนวน สว. ทั้งหมดก็ตาม ซึ่งนายณัฐพงษ์ตั้งคำถามกลับว่า คำกล่าวเช่นนี้เป็นการคิดแทนประชาชนและสมาชิกรัฐสภาหรือไม่ พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาเหตุผลสำคัญที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถผ่านความเห็นชอบได้ เป็นเพราะ สส. ฝ่ายรัฐบาลเองไม่ได้แสดงเจตจำนงตามมติของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เห็นชอบให้ลดอำนาจของ สว. ลง และยังขาดความจริงจังในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

แม้ร่างกฎหมายหลายฉบับจะถูกปฏิเสธในครั้งนี้ แต่นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรคประชาชนจะยังคงเดินหน้าผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป โดยจะนำข้อเสนอและประเด็นต่าง ๆ ไปปรับปรุงพัฒนาให้รอบด้านมากขึ้น ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้งในอนาคต พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของฝ่ายค้านคือการผลักดันนโยบายและกฎหมายที่สะท้อนเสียงของประชาชน แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการเมืองหรือแรงต้านจากผู้มีอำนาจก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...