เก๋งอีวีซิ่งตกทางด่วน ทับมอเตอร์ไซค์ข้างล่าง เจ็บ 1 สาหัส 1
(8 ก.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีช่วงค่ำวานนี้(7 ก.ค.) เกิดเหตุระทึกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลัดตกจากทางด่วนศรีรัชลงมายังบริเวณถนนเจริญราษฎร์ 3 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยผู้บาดเจ็บรายแรกเป็นชายชาวอินเดีย ซึ่งขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ ได้ถูกรถ EV ที่ตกลงมาทับจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ขับขี่รถ EV ได้รับบาดเจ็บสาหัส
.
ล่าสุดเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทางด่วน 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังต้องรออาการของผู้ขับขี่รถ EV เนื่องจากอาการยังสาหัส ใส่เครื่องช่วยหายใจ จึงยังไม่สามารถสอบปากคำได้ ส่วนผลตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการส่งตรวจทางการแพทย์เรียบร้อยแล้ว โดยใช้วิธีเจาะเลือดแทนการเป่าวัดแอลกอฮอล์ เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่สามารถเป่าเครื่องตรวจได้ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นชายชาวอินเดีย กระดูกแขนซ้ายแตก ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สาหัส
.
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ขับขี่รถ EV ขับมาตามทางด่วนตามปกติ เมื่อมาถึงช่วงทางลงถนนจันทน์ ได้พุ่งชนแบริเออร์จนรถตกลงมายังถนนด้านล่าง โดยไม่พบว่ามีรถคันอื่นตัดหน้า และไม่พบร่องรอยการเบรก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
.
เบื้องต้นตำรวจยืนยันว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้มีความผิดตามกฎหมายแน่นอน แต่จะเข้าข่ายข้อหาใดบ้าง ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์และพยานหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบการดำเนินคดีต่อไป
.
ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเช้านี้ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำกรวยยางมาตั้งกั้นพื้นที่ ขณะที่เสาไฟสัญญาณเตือนทางข้ามถนนได้รับความเสียหายจนหักเอียงลงมา และมีเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการรื้อถอน โดยหัวหน้าทีมที่เข้ารื้อถอนระบุว่า เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายเป็นไปได้ที่อาจถึงหลักแสนบาท และที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน โดยคาดว่าจะใช้เวลารื้อถอนประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนการติดตั้งเสาใหม่จะนัดหมายดำเนินการอีกครั้งหลังขั้นตอนการเคลมประกันกับรถยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวแล้วเสร็จ
.
ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับ น.ส.ผกามาศ อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า เมื่อคืนช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะกำลังนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังคล้ายของหนักตกลงมา จนสะดุ้งตื่น จากนั้นไม่ถึง 5 นาที ก็ได้ยินเสียงรถกู้ภัยและรถฉุกเฉินวิ่งเข้ามา ตนกับสามีจึงรีบออกมาดู และพบว่ามีรถตกลงมาจากทางด่วน โดยสังเกตเห็นเสาไฟได้รับความเสียหาย จึงรู้ว่าเป็นรถตกลงมา ไม่ใช่อุบัติเหตุรถชนกันบนถนนด้านล่าง
.
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บในรถยนต์ไฟฟ้ามีเพียง 1 คน มีเลือดออกบริเวณสันจมูก และหมดสติ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบทัน แต่ได้รับบาดเจ็บที่แขน ซึ่งจากที่เห็นอาการไม่น่าจะรุนแรงมาก
.
น.ส.ผกามาศ บอกอีกว่า ช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม บริเวณดังกล่าวมีปริมาณรถไม่มาก การจราจรสามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า หากผู้ขับขี่ไม่ได้เมาสุราหรือขับมาด้วยความเร็วสูง ก็มองว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรถตกลงมาจากทางด่วนได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน