คมนาคมสั่งลดค่า รถทัวร์-รถร่วม บขส. 3 สตางค์/กม. ดีเดย์ 11 ก.ค.นี้
วันนี้ (8 ก.ค.2569) จากคำสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ รมว.พลังงาน เร่งหาแนวทางลดภาระของประชาชน ล่าสุดมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลง อย่างเป็นทางการ โดยราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลปรับลดลงถึง 2.56 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ลงมาอยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปรับลดลง 2.51 บาท/ลิตร
การประกาศลดราคากะทันหันในครั้งนี้ ส่งผลให้บรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันหลายแห่ง คึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบน ถ.พระราม 2 จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก มีรถบรรทุก 10 ล้อ และรถพ่วง ทยอยเข้าคิวรอเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก
นายสุข ลัดลอด พนักงานขับรถบรรทุกขนส่งทางไกล เปิดเผยว่า การลดราคาครั้งนี้ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการได้อย่างมาก จากเดิมที่ราคาน้ำมันเคยสูงถึงลิตรละ 40 บาท ในการวิ่งรถระยะไกลไป-กลับ เส้นทางสมุทรสงคราม-ภูเก็ต ต้องใช้ปริมาณน้ำมันราว 200 ลิตร และแบกรับภาระค่าน้ำมันสูงถึง 16,000 บาท/เที่ยว แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงมาเหลือราว 34 บาท/ลิตร ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มสัดส่วนกำไรได้ดีขึ้น
ปั๊มน้ำมันโอดขาดทุนสต็อกค้างถัง วอนรัฐค่อย ๆ ลดราคา
แม้ว่าการปรับลดราคาน้ำมันจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและภาคการขนส่ง แต่ในมุมของผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน กลับได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง นายคณิน ยุวรรณศิริ เจ้าของสถานีบริการน้ำมันใน จ.สมุทรสงคราม สะท้อนปัญหาว่า การปรับลดราคาน้ำมันลงในจำนวนที่มาก และรวดเร็วแบบกะทันหันเช่นนี้
ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากสต็อกเก่า เนื่องจากน้ำมันค้างถังที่มีอยู่เดิม ซื้อมาในต้นทุนที่สูง แต่ต้องนำมาจำหน่ายในราคาใหม่ที่ต่ำลงทันที ซึ่งทำให้สถานีบริการน้ำมันสูญเสียรายได้ไปรายละหลายแสนบาท
ทั้งนี้ ตนไม่ได้คัดค้านนโยบายการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล แต่ใคร่ขอเสนอแนะให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนกรรมวิธีในการประกาศลดราคาในอนาคต เช่น การใช้วิธีทยอยปรับลดลงวันละ 80 สตางค์ หรือวันละ 1 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ สามารถบริหารจัดการสต็อกน้ำมันค้างถัง และรับมือกับสภาวะความผันผวนของราคาได้อย่างเป็นระบบและเท่าทัน
คมนาคมขานรับปรับลดค่ารถทัวร์ ยันใช้ระบบราคาลอยตัว
ด้านมาตรการรองรับจากกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า การลดราคาครั้งนี้ดำเนินการไปตามกลไกโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าขนส่งมีมติเห็นชอบ ให้ปรับลดอัตราค่าโดยสารรถประจำทางหมวด 2 (เส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) ลงในอัตรา 3 สตางค์/กิโลเมตร/ที่นั่ง
ยกตัวอย่างเช่น ระยะทางเดินทางทุก ๆ 100 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารจะปรับลดลง 3 บาทต่อที่นั่ง โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.2569 เป็นต้นไป ส่วนมาตรการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่น ๆ ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม
อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า อัตราค่าโดยสารในปัจจุบันใช้ระบบ "ลอยตัว" หากในอนาคตราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศ กระทรวงคมนาคม ก็มีความจำเป็น ที่จะต้องพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเดินรถต้องแบกรับภาระฝ่ายเดียว
เช่นเดียวกับ นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าบางส่วนเริ่มปรับลดค่าบริการลงแล้ว และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการแก้ไขบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาว่าจ้าง ซึ่งคาดว่าจะปรับลดค่าขนส่งได้ครบทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 วัน
ความหวังค่าครองชีพยังริบหรี่
สำหรับบรรยากาศในส่วนภูมิภาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำทีมเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ ซึ่งพบว่าปั๊มน้ำมันให้ความร่วมมือปรับลดราคาตามประกาศ และไม่มีปัญหาการกักตุนหรือจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน
ขณะที่ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนยังคงกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่อาจนำไปสู่สภาวะขาดแคลนพลังงานในอนาคต โดยประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่คาดหวังอยากเห็นราคาน้ำมันลดลงไปอยู่ที่ลิตรละไม่เกิน 30 บาท เพื่อให้สามารถลดภาระค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทว่าในความเป็นจริง ภาคการบริโภคและการค้าปลีกอาหาร ยังไม่มีแนวโน้มปรับลดราคาลงตาม โดย นายปิยะพงษ์ มิตรสัมพันธ์ เจ้าของร้านขายข้าวแกงใน ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันจะลดลง แต่ทางร้านยังคงต้องตรึงราคาข้าวแกงไว้เท่าเดิม เนื่องจากในช่วงที่น้ำมันปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้ ทางร้านไม่ได้ปรับราคาขายขึ้นตาม
อีกทั้งในปัจจุบัน ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น อาหารสด และผักสดในท้องตลาดก็ยังไม่มีการปรับลดราคาลงแต่อย่างใด ประกอบกับความกังวลในสถานการณ์โลก หลังจากเกิดเหตุปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ซึ่งส่งผลฉุดให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นทันทีร้อยละ 3 ทำให้ประชาชนและกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ในเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา ต่างแสดงความกังวลว่า การลดราคาน้ำมันในประเทศครั้งนี้ อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและไม่ยั่งยืน
อ่านข่าวอื่น :
สภาฯ 306 ต่อ 141 ผ่านร่างนิรโทษกรรม ยกเว้นคดีมาตรา 112 เยาวชน
รวบหนุ่มรัสเซียคาสนามบินภูเก็ต ซุกกัญชา 17 กก.เตรียมบินออกนอกประเทศ
เสียเวลาเปล่า! ทรัมป์ประกาศฉีก MOU หยุดยิงอิหร่านกลางเวที NATO