โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ที่ดินนิคมฯตึงตัว ดีมานด์เพิ่มดันราคา โรงงาน-คลังสินค้า ค่าเช่าพุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติผ่าน BOI ในไตรมาส 1/2569 จะ “ชะลอ” ลงตามแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ “ดีมานด์” ภาคอุตสาหกรรมไทยยังไม่หาย สะท้อนผ่านที่ดินนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือขายจำกัด ค่าเช่าคลังสินค้าและโรงงานสำเร็จรูปทยอยปรับขึ้น ส่งผลให้อำนาจต่อรองกำลังเปลี่ยนจาก“ผู้เช่า” ไปสู่ “เจ้าของโครงการ” เปิดฉากวัฏจักรรอบใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมไทย

FDI ชะลอพักฐานท่ามกลางโลกผันผวน

พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม บริษัท คุชแมน แอนด์ เวลคฟีลด์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากพิจารณาเชิงโครงสร้าง จะพบว่าการชะลอตัวครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนการสูญเสียความน่าสนใจของประเทศไทย หากเป็นผลจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนด้านการค้าโลกที่ยังคงส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้หลายบริษัทชะลอการตัดสินใจลงทุนระยะสั้น เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลก

สิงคโปร์แชมป์ลงทุนดาต้าเซนเตอร์ ทะลุแสนล้าน

ข้อมูลการลงทุนที่ผ่านการอนุมัติจาก BOI ในไตรมาสแรกปีนี้ พบว่า “สิงคโปร์” กลายเป็นประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด ด้วยมูลค่า 118,868 ล้านบาท หรือคิดเป็น 57% ของเงินลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่โครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Data Center 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 45,304 ล้านบาท และการผลิต Flexible Printed Circuit Board และ Multilayer Printed Circuit Board อีกกว่า 39,620 ล้านบาท

ตามมาด้วย จีน มูลค่าการลงทุน 24,422 ล้านบาท หรือ 12% ของ FDI ทั้งหมด โดยเน้นการผลิต Printed Circuit Board ชนิด High Density Interconnect และชิ้นส่วนเครื่องจักรความแม่นยำสูง ส่วนญี่ปุ่นยังรักษาฐานการลงทุนในไทยอย่างเหนียวแน่น ด้วยมูลค่า 20,554 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10%

"3 ประเทศนี้ รวมกันคิดเป็นเกือบ 79% ของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติทั้งหมด สะท้อนว่าฐานการผลิตในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ยังคงเป็นหัวใจของการลงทุนระดับภูมิภาค"

ที่ดินนิคมเหลือน้อย ทุนต่างชาติแย่งกันซื้อ

แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่าตัวเลข FDI คือ “ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม” กำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างชัดเจนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 8% ขณะที่ความต้องการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นถึง 18%

“ช่องว่าง” ระหว่างอุปสงค์และอุปทานขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่ดินพร้อมขายเหลืออยู่ในตลาดไม่มากนัก แม้จะมีโครงการใหม่ทยอยเปิดตัวและจะแล้วเสร็จภายในปี 2569-2570 รวมประมาณ 20,290 ไร่ ก็ตาม แต่ตลาดยังเชื่อว่าปริมาณดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะกลาง

"ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเฉลี่ยทั่วประเทศขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 8.4 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นราว 7% จากปีก่อน และยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง"

การขยายตัวของราคาที่ดินไม่ได้เกิดจากความต้องการของโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากนักลงทุนที่ต้องการถือครองที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการรองรับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นอีกแรงผลักสำคัญให้ราคาที่ดิน

แม้บางโครงการจะยุติการดำเนินงานและคืนพื้นที่ แต่ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงถึงประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และความจำเป็นที่ภาครัฐต้องติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

โรงงาน-คลังสินค้าอัตราเช่าสูงสุดในรอบหลายปี

การขยายตัวของการลงทุนส่งผลโดยตรงต่อตลาดโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าไตรมาส 2 ปี 2569 ไม่มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด ทำให้อุปทานยังทรงตัว ขณะที่ความต้องการยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พื้นที่โรงงานสำเร็จรูป (Ready Built Factories: RBFs) ยังคงอยู่ที่ 3.42 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราการเช่าเฉลี่ยเพิ่มเป็น 89.55% ด้านคลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready Built Warehouses: RBWs) มีพื้นที่รวม 6.05 ล้านตารางเมตร อัตราการเช่าเฉลี่ยขยับขึ้นเป็น 85.28%

"ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่ว่างในตลาดกำลังถูกดูดซับอย่างต่อเนื่อง แม้อุปสงค์จะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ความสม่ำเสมอของความต้องการ ทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง"

ค่าเช่าปรับขึ้น เจ้าของโครงการกลับมาถือไพ่เหนือกว่า

เมื่อพื้นที่ว่างลดลง ค่าเช่าจึงเริ่มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าเช่าเฉลี่ยของโรงงานสำเร็จรูปเพิ่มจาก 194 บาท เป็น 196 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ขณะที่ค่าเช่าคลังสินค้าปรับจาก 158 บาท เป็น 160 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน แม้อัตราการเพิ่มขึ้นจะไม่สูง

สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ หากย้อนกลับไปในช่วงหลังโควิด ตลาดอยู่ในภาวะที่ผู้เช่ามีอำนาจต่อรองสูง เจ้าของโครงการต้องแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาอัตราการเช่า

แต่สถานการณ์ล่าสุดกำลังเปลี่ยนไป เมื่อโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดจำกัด ขณะที่พื้นที่คุณภาพสูงในทำเลยุทธศาสตร์เริ่มหายาก ส่งผลให้อำนาจการกำหนดราคาค่อย ๆ กลับมาอยู่ในมือของผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะโรงงานและคลังสินค้าสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งยังคงได้รับความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

ครึ่งปีหลัง 2569 จับตา 3 ความเสี่ยง

สำหรับแนวโน้มตลอดช่วงครึ่งหลังปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมยังมีทิศทางเติบโต ทั้งอัตราการเช่าและค่าเช่าที่มีโอกาสปรับเพิ่มต่อเนื่องแรงหนุนสำคัญมาจากการก่อสร้างโครงการใหม่ที่ยังมีจำนวนจำกัด ส่งผลให้พื้นที่ว่างถูกดูดซับเร็ว ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดิจิทัล และการผลิตมูลค่าสูง ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

อย่างไรก็ตาม ยังมี 3 ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
  • ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนแรงงานต่ำกว่า รวมถึงมาตรการจูงใจด้านภาษีที่เข้มข้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ความท้าทายยังมีอยู่ แต่ภาพใหญ่ของตลาดกำลังสะท้อนชัดว่า ประเทศไทยยังรักษาบทบาทฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ได้

เมื่อ “ที่ดิน” กลายเป็นทรัพยากรที่หายาก ขณะที่ “อุปทานใหม่” เดินช้ากว่าความต้องการ วัฏจักรใหม่ของอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมจึงไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนโรงงานที่สร้างเพิ่ม แต่กำลังวัดกันที่“ใครถือสินทรัพย์คุณภาพไว้ในมือ”

นั่นคือเหตุผลที่ตลาดนิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโรงงานสำเร็จรูปในปี 2569 ไม่ได้อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวเท่านั้น หากกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “ความขาดแคลน” กลายเป็นตัวกำหนดราคา และอำนาจต่อรองกำลังเคลื่อนจากผู้เช่าไปสู่เจ้าของโครงการอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...