โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลัวที่ไหน! อิหร่านล็อกเป้าถล่มฐานทัพสหรัฐฯใน 'คูเวต-บาห์เรน' หลังมะกันรื้อฟื้นโจมตี

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) หลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ในการโจมตีครั้งล่าสุดซึ่งทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วสั่นคลอนมากขึ้นไปอีก กองกำลัง IRGC ระบุว่า พวกเขาได้ดำเนินการปฏิบัติการร่วมด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ ในบันดาร์ซัลมาน เขตนาวิกโยธินที่ 5 ของบาห์เรน และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ในคูเวต รวมถึงยิงโดรน MQ9 ของสหรัฐฯ ที่พยายามแทรกแซงปฏิบัติการจนตก

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในบาห์เรนและคูเวต ขณะที่กองทัพคูเวตแถลงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของฝ่าย "ศัตรู"

ก่อนหน้านั้นไม่นาน สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหม่ และเพิกถอนใบอนุญาตที่เปิดทางให้อิหร่านขายน้ำมัน เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เรือเล็กกว่า 60 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตี โดยมุ่งตอบโต้อิหร่านอย่างหนักที่โจมตีเรือสินค้า ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

"การรุกรานที่ไม่สมควรโดยกองกำลังอิหร่านเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจนและอันตราย และบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ" CENTCOM ระบุในถ้อยแถลง

กองบัญชาการร่วมทางทหารสูงสุดของอิหร่าน (Khatam al-Anbiya Central Headquarters) ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็น "การกระทำที่ก้าวร้าวอย่างโจ่งแจ้ง" ขู่ว่าจะ "ตอบโต้อย่างรุนแรง" พร้อมเตือนว่า เตหะรานจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงการจัดการช่องแคบ

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและผู้เจรจาหลักของอิหร่าน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน เขาไม่เพียงแต่อ้างถึงการโจมตีทางทหารครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันครั้งใหม่ การละเมิด "มาตรการปรับเปลี่ยน" ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลด้วย

"ยุคแห่งการข่มขู่และการรีดไถจบลงแล้ว" กาลีบาฟ กล่าวในโพสต์บน X "เราจะไม่ยอมจำนน"

ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนเกาะคาร์กซึ่งเป็นศูนย์กลางน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงบนเกาะเกชม์ และในเมืองท่าซีริกและบันดาร์อับบาสทางตอนใต้

สถานีโทรทัศน์ Press TV ของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งทางตอนใต้ของเกาะคาร์ก ในขณะที่ CENTCOM ไม่ได้มีการเอ่ยถึงเกาะคาร์ก ซึ่งอิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันดิบถึง 90%

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ระบบเฝ้าระวังชายฝั่ง ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ และฐานปล่อยโดรน

แม้ยังไม่มีรายงานพลเรือนเสียชีวิตในอิหร่าน แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนจากสะเก็ดระเบิดจาก "กระสุนของศัตรู" ที่ตกใส่ท่าเรือพาณิชย์ในเมืองซีริก ตามข้อมูลจากนักข่าวสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานระบุว่าการโจมตียังพุ่งเป้าไปที่ท่าเรือประมงในเมืองซีริกและบันดาร์อับบาสด้วย

เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นภัยคุกคามล่าสุดต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางซึ่งสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อระงับความขัดแย้งที่เริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเตหะราน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้เจรจายังคงทำงานด้วยความสุจริตใจเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่าน ทว่าการควบคุมช่องแคบได้มอบอำนาจต่อรองมหาศาลให้แก่เตหะราน ซึ่งทำให้อิหร่านสามารถบีบให้เกิดภาวะชะงักงันกับกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลกได้

นักวิเคราะห์ชี้ว่า เตหะรานใช้การโจมตีเรือพาณิชย์เพื่อเน้นย้ำถึงอำนาจต่อรองนั้น ในขณะที่กำลังเจรจาข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับสหรัฐฯ

ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เพื่ออนุญาตให้ขายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และปิโตรเลียมจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค. แต่ในวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว และให้เวลาอิหร่านจนถึงวันที่ 17 ก.ค. เพื่อยุติการทำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม

ที่มา: รอยเตอร์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...