ส่อคดีพลิก รวบพม่าปล้นไทย อ้างไทย ใช้ปืนจี้ชิงรองเท้าคอนเวิร์ส
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 19 พ.ค. เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 01.30 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsส่อคดีพลิก ตำรวจรวบแก๊งพม่า ทำร้ายปล้นหนุ่มไทย ให้การอ้างแฉ เยาวชนไทย ใช้ปืนจี้ชิงรองเท้าคอนเวิร์สก่อน
จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊ก รายหนึ่ง โพสต์ข้อความ ตนเป็นกระแสโด่งดังน้องชาย ถูกกลุ่มวัยรุ่น คาดว่าเป็นชาวเมียนมาร์ เกือบ 10 คน ก่อเหตุรุมทำร้าย แถมยังปล้นรองเท้าไปอีก 1 คู่ เหตุเกิด บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าวัดช่องลม ขาเข้าชลบุรี ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเกือบเที่ยงคืน ของวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสสังคมโพสต์ตามหา รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกไล่ล่าตามหากลุ่มผู้ก่อเหตุทันทีหลังทราบเรื่อง ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก. สภ.บางละมุง, พ.ต.ท.วุฒิพงศ์ กาสา สว.สส.สภ.บางละมุง ร.ต.อ.อัษฎา จารุสมบัติ รอง สว.ส.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ. บางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ไปควบคุมตัวกลุ่มแก๊งพม่าทั้งหมดมาสอบสวน โดยทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายเยาวชนไทยจริง
แต่หนึ่งในกลุ่มพม่ายังให้การอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอีกว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นถูกเยาวชนใช้คล้ายอาวุธปืนขู่บังคับเอารองเท้าคอนเวิร์สไป 1 คู่ กระทั่งกลุ่มเพื่อนที่เหลือตามมาเจอ จึงเข้าไปช่วยเหลือ จนเกิดเหตุชุลมุนตามที่ปรากฏในคลิปวงจรปิด พร้อมยืนยันแย้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนเกิดเหตุนี้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองก็ตกเป็นผู้ถูกกระทำเช่นกัน
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสอบปากคำทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง และต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยโดยมีสหวิชาชีพ เนื่องจาก มีเยาวชนเป็นคู่กรณีในเหตุการณ์นี้ด้วย ซึ่งหากพบว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป
ขณะที่กลุ่ม “ไทยไม่ทน” นำโดยเฮียตี๋กระทะร้อน และเบิร์ดพัทยา พร้อมทีมงาน ซึ่งติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เปิดเผยภายหลังทราบข่าวการจับกุมว่า รู้สึกพอใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งติดตามคดีอย่างจริงจังจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ครบทั้งกลุ่ม