โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอ.เปิดแผนปรับโครงสร้างกำลังรบ รับภัยคุกคามใหม่ ลุยเพิ่มโดรน Kamikaze-จัดหา Gripen เฟส 2

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทอ.เปิดแผนปรับโครงสร้างกำลังรบ รับภัยคุกคามใหม่ ลุยเพิ่มโดรน Kamikaze-จัดหา Gripen เฟส 2

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รองเสธ.ทอ. และ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง ความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงGripen E/F เข้าประจำการ ว่า เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา พลอากาศเอกเสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ในฐานะประธานคณะกรรมการในระดับรัฐบาล ในโครงการจัดซื้อฯ ได้เดินทางไปประชุมกับรัฐบาลสวีเดน ที่สวีเดน โดยไปติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ รวมทั้งมีการพูดคุยโครงการระยะที่ 2 ซึ่งกองทัพอากาศจะขอตั้งงบประมาณในปี 2571

ดังนั้นก็ต้องเริ่มตั้งตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการที่กองทัพอากาศ แบ่งการดำเนินโครงการเป็นระยะ เพราะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้จำเป็นต้องมีการพูดคุยเจรจาต่อเนื่อง เพื่อให้แผนการจัดหาทดแทนครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีเครื่องบินขับไล่Gripen E/F เข้าประจำการ ได้ทันตามแผนที่กำหนดไว้

ขณะนี้กองทัพอากาศมีการปรับโครงสร้างกำลังรบ เพื่อให้พร้อมรองรับกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง ที่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่า. กรณีที่ต้องมีการใช้กำลังในโอกาสต่อไป กองทัพอากาศมีความพร้อมในทุกกมิติ เพื่อปฏิบัติการทางอากาศที่สามารถดำรงไว้ซึ่งประโยชน์ของชาติ รักษาเอกราชอธิปไตยได้

ซึ่งตอนนี้โครงการ ก็เป็นไปตามแผนทุกอย่าง ในระดับรัฐบาลก็มีการพูดคุยทั้งเรื่องโครงการที่เกี่ยวข้อง ตัวเครื่องบิน รวมถึง offset policy ที่ได้มีการพูดคุยกันไว้ มีการจัดทีมระดับกองทัพอากาศไทย ไปพูดคุยกับกองทัพอากาศสวีเดน

ส่วนระดับผู้ปฏิบัติ. ก็มีการพูดคุยทุกขั้นตอน ทุกภาคส่วน เพื่อให้โครงการในภาพรวมเดินหน้าไปได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสำเร็จลุล่วงตามเป้าประสงค์ที่วางแผนไว้

สำหรับ โครงการจัดซื้อเครื่องบินGripen E/F ตามแผน จัดซื้อทั้งหมด 12 เครื่อง โดยเข้ามาทดแทนเครื่องบินขับไล่ F16 ที่ฝูงบิน 102 กองบิน1 นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันปลดประจำการไปแล้ว

ขณะนี้ที่กองบิน1 จังหวัดนครราชสีมาเหลือแค่ F16 ที่ฝูงบิน 103 เท่านั้น ซึ่งคาดว่าปี 2580 จะได้เครื่องครบแน่นอน

แต่ก็อยู่ที่สถานภาพงบประมาณ ว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบให้กองทัพอากาศอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดก็อยู่ที่ความเหมาะสมของงบประมาณในช่วงเวลานั้น

กองทัพอากาศก็มีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจ และทำให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีทดแทน เพราะเราต้องคิดถึงสภาพความพร้อม เพื่อดำรงความสามารถในการปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องตลอดเวลา

ส่วนที่บอกว่าอนาคตมีการปรับกำลังโครงสร้างกำลังรบ จากที่เรามีเครื่องบินเป็น 100 เครื่อง ต่อไปต้องเอาเฉพาะเครื่องที่มีคุณภาพจริงๆ จะเหลือจำนวนเท่าไหร่ โฆษกทอ.กล่าวว่า เราไม่ได้คิดเฉพาะเครื่องบินขับไล่อย่างเดียว แต่ต้องมองภาพรวมว่าอะไรที่สามารถทดแทนเครื่องบินรบได้ ซึ่งจากบทเรียนสถานการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมา เราจะพบภาพการใช้ Kamikaze Drone ขีปนาวุธ. ยิงอะไรระยะไกลพื้นสู่พื้น ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะด้วยงบประมาณที่จำกัด เราไม่สามารถดำรงขีดความสามารถดังเช่นในอดีต ที่เรามี 8 ฝูงบินขับไล่ไว้ได้ ก็คงต้องกลับมาคิดว่าตอนนี้จำนวนไหนที่เหมาะสมที่สุดที่ทำให้เราสามารถบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เบื้องต้นน่าจะเหลือประมาณ 3 ฝูงบินขับไล่ แต่อาจเพิ่มขึ้นหรือไม่. หลังเกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพอากาศ. ก็ต้องกลับมาคิด วิเคราะห์ ว่าโครงสร้างกำลังรบที่มีความสมดุลในทุกมิติ เราจำเป็นต้องดำรงขีดความสามารถของฝูงบินขับไล่ไว้กี่ฝูงบิน ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายในเชิงการบริหารอย่างมาก เพราะในอนาคตก็ต้องคาดการณ์ขีดความสามารถของประเทศรอบบ้านที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสถานภาพงบประมาณของเราเอง เพราะเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในอนาคต

“ขีดความสามารถที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วเป็นการลงทุนของกองทัพอากาศ เมื่อ 40 ปีที่แล้วกับ F16 และ 15 ปีที่แล้วกับเครื่องGripen มันเป็นการเตรียมการเพื่อในวันที่เราจำเป็นต้องใช้กำลังทางอากาศกองทัพอากาศต้องพร้อม จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจและขอให้เชื่อมั่นว่ากองทัพอากาศของท่านสามารถดูแลปกป้องเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติให้กับท่านได้ ส่วน offset ที่เราไปคุยเพิ่มเติมได้รวบเฟส 2 และ 3 เข้าด้วยกันเราได้อะไรต่อรองเพิ่มเติม โฆษกทอ. กล่าวว่า ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะรวบ 2 เฟส แต่ยืนยันว่าระยะที่ 2 เกิดขึ้นแน่ โดยเป้าสุดท้ายจะต้องมี 12 เครื่อง ส่วนจะบริหารจัดการอย่างไรให้ครบ 12 เครื่อง ก็มีหลากหลายปัจจัย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสถานภาพงบประมาณ สภาพเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะสุดท้ายเราต้องงมองผลประโยชน์ของประเทศในภาพรวม เราเพียงแต่นำเสนอว่าในยามที่เรา ต้องดำรงขีดความสามารถดำรงไว้ซึ่งขีดความสามารถ กองทัพอากาศจำเป็นต้องดำเนินการอย่างไร แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องวิเคราะห์สถานภาพในภาพรวม ว่าบริหารจัดการแบบไหน ผมถึงบอกว่าในอนาคตเราจะไม่เห็นกองทัพอากาศที่แมนเนจเครื่องบินขับไล่อย่างเดียว แต่เราจะมีขีดความสามารถในทุกมิติที่ครบถ้วน”

เช่นAutonomus System เราจะเห็นภาพของกองทัพอากาศ Kamikaze Drone ซึ่งอาจจะสร้างเองก็ได้ หรือมีอาวุธยิงระยะไกล หรือแม้แต่ขีดความสามารถทางอวกาศ ในการทำหน้าที่ถ่ายภาพดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ไม่สนใจว่าจะเป็นสภาพอากาศแบบไหนกลางวันหรือกลางคืน

รวมถึงขีดความสามารถทางมิติไซเบอร์ ที่เราต้องมั่นใจว่าระบบหลักๆของเรา เช่น อุปกรณ์สั่งการและควบคุม จะไม่ถูกแฮ็ก จะสามารถปฏิบัติการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

เหล่านี้ เป็นสิ่งที่กองทัพอากาศต้องคิดเราไม่สามารถมุ่งเน้นทางใดทางหนึ่งแต่เราต้องมั่นใจว่าในทุกองค์ประกอบถูกยกระดับขีดความสามารถ เพราะมันคือความได้เปรียบ และเราสามารถดำรงขีดความสามารถเหล่านี้ในยามที่กองทัพอากาศต้องใช้กำลัง เราต้องไม่มีเครื่องหมายคำถามใดๆ และพร้อมปฏิบัติภารกิจทำให้งานที่รับผิดชอบประสบความสำเร็จ

ส่วนจากแผนการจัดหาที่คาดว่ากองทัพอากาศ จะได้รับเครื่องบินGripen E/F ครบทั้งฝูง 12 เครื่อง ในปี 2580 หรือเร็วกว่านั้น โฆษกทอ.กล่าวว่า ไทยจะได้รับเครื่องบินGripen เครื่องแรก ในปี 2572

เมื่อกองทัพอากาศดำเนินโครงการจัดซื้อใดๆ จะไม่ได้รับในทันที แต่ต้องใช้เวลาในการจัดหา และไม่ใช่ว่าจะพร้อมใช้งานในทันทีด้วย เนื่องจากต้องสร้างนักบินให้ครบจำนวนเครื่องในฝูงด้วย

เช่น Gripen 1 ฝูง ใช้นักบิน 24 นาย ซึ่งผมในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับฝูงบินGripen C/D คนแรก คาดว่าจะต้องใช้เวลา 5 - 10 ปี เพื่อสร้างนักบินที่พร้อมปฏิบัติภารกิจได้ครบ 24 นาย และยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อีกด้วย เช่น ชั่วโมงบินของนักบิน สภาพเครื่องบิน และงบประมาณ แต่การจัดซื้อเครื่องบินGripen ฝูงนี้ ก็มีความจำเป็นในการทดแทนฝูงบินที่กำลังถูกปลดประจำการในอนาคต แต่ด้วยประสบการณ์ที่กองทัพอากาศ เคยใช้เครื่องบินGripen C/D มาก่อนแล้ว เชื่อว่าจะทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่านสั้นลง ทำให้ฝูงบินGripen ใหม่มีความพร้อมรบได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ศักยภาพของเครื่องบินขับไล่ในปัจจุบัน ยังมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เครื่องบินGripen มีระบบ AI มาช่วยสนับสนุนข้อมูลในห้องนักบิน (AI Assits Fighter) เช่น นำเสนอทางเลือกต่างๆ ให้นักบินในการปฏิบัติการ รวมทั้งมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง โดย 1 เครื่อง ดูแลเรื่องระบบหลัก ส่วนอีกเครื่องเปิดกว้างให้สามารถเข้าถึงและอัพเกรดขีดความสามารถได้ในอนาคต

อีกทั้ง ลิขสิทธิ์ของระบบ LinkT ที่สามารถติดตั้งกับแพลตฟอร์มต่างๆ ระหว่างทุกเหล่าทัพ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องในงานด้านความมั่นคง ก็สามารถใช้เครือข่ายข้อมูลนี้รวมกันได้ ทั้งในด้านการทหาร และการบรรเทาสาธารณภัย

โฆษกทอ. ยังยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคง เนื่องจากรัฐบาลมีหน่วยงานต่างๆ ที่ติดตามถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ จึงตระหนักดีถึงสภาวะด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เช่น กรณีที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนล่าสุด ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไรบ้าง เพียงแต่รัฐบาลต้องดูแลหลากหลายมิติ ไม่ใช่เพียงความมั่นคงเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีทางออกที่ดีที่สุดต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคงอยู่ตลอด

ส่วนความกังวลของประชาชนต่อความเป็นไปได้ที่ประเทศเพื่อนบ้าน จะมีเครื่องบินรบในอนาคต โฆษกกองทัพอากาศ ยืนยันว่า เราเตรียมผลิตนักบิน บนพื้นฐานว่า “น้องต้องไปรบได้ ” เราฝึกเราสร้างเขา บนพื้นฐานว่าเขาต้องออกไปปฏิบัติภารกิจและประสบความสำเร็จ เครื่องบินขับไล่ทุกแบบที่เราซื้อ เราซื้อบนพื้นฐานของการที่เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีประสิทธิภาพ

เครื่องบินขับไล่ทุกแบบของกองทัพอากาศ รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ติดตั้งบนเครื่อง ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี เช่น ขีปนาวุธนำวิถีด้วยความร้อน IRIS-T หรือ Meteor ซึ่งมีระยะจู่โจมไกลหลายร้อยกิโลเมตร

สิ่งเหล่านี้คืออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มาพร้อมเครื่องบินขับไล่ ที่ทำให้เรามั่นใจว่า เรามี State of the art มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เราเหนือกว่าภัยคุกคามรอบๆ ตัวที่มีอยู่ กองทัพอากาศคิดไปข้างหน้าอยู่เสมอ

ประกอบกับการฝึกนักบินที่เรามีความเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากจำเป็นต้องมีการปฏิบัติการทหารในอนาคต ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน หากต้องไปรบ motto ของเราคือ “รบแล้วต้องชนะ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...