ขนส่งทางรางสั่งด่วน! ตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนักงานคุมรถไฟ ก่อนทำหน้าที่
ขนส่งทางรางสั่งด่วน! ตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนักงานคุมรถไฟ 100% ก่อนทำหน้าที่
กรมการขนส่งทางราง ยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด หลังได้รับรายงานผลการตรวจปัสสาวะของ นายสยมพร สอนกูล พนักงานขับรถไฟขบวนแหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ที่เกิดอุบัติเหตุชนกับรถโดยสารประจำทางและยานพาหนะอื่น ๆ บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 30 ราย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผลการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุชัดเจนว่า พบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว
ล่าสุด วันที่ 17 พ.ค. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับพนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่ ควบคุมการเดินรถ รวมถึงพนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น พนักงานกั้นถนนและพนักงานสับเปลี่ยนประแจ แบบ 100% ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยนำมาตรการ "Zero Tolerance" หรือต้องเป็นศูนย์เท่านั้นมาบังคับใช้ พร้อมทั้งสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ นายสยมพร ซึ่งตรวจสอบพบเพิ่มเติมว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง นอกจากนี้ยังได้สั่งพักงานพนักงานคุมไม้กั้นในชั่วโมงเกิดเหตุ และสั่งสืบสวนเชิงลึกไปถึงผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้เปิดเผยข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 90 ซึ่งให้อำนาจแก่ผู้ตรวจการขนส่งทางรางในการสั่งตรวจหรือทดสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกายของพนักงานประจำหน้าที่หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการเสพสิ่งมึนเมาหรือยาเสพติด โดยขณะนี้ทางกรมฯ อยู่ระหว่างการเร่งออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อสร้างความมั่นใจและยึดมั่นในความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนผู้ใช้บริการระบบรางและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ออกแล้ว! ใช้ emergency brake หยุดรถ แต่ช้าเกินไป!
- ธอส. งัดมาตรการด่วน ลดดอกเบี้ย ผู้ประสบเหตุรถไฟชนรถเมล์
- นายกฯ อนุทิน เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุรถไฟชนรถเมล์ กำชับรักษา-เยียวยาเต็มที่
ติดตามเราได้ที่