โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รวมพอร์ต 5 นักลงทุนระดับโลก ถือหุ้นอะไรบ้าง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 พ.ค. เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ภาพรวมการปรับพอร์ตของ 5 นักลงทุน ระดับโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์, เรย์ ดาลิโอ,แคธี วูด,จิม ไซมอนส์ และ จอร์จ โซรอส ณ ไตรมาส 1 ปี 2026 พบว่า AI ยังเป็นธีมหลัก แต่เงินทุนเริ่มไหลสู่โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และเศรษฐกิจจริง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เจาะข้อมูลพอร์ตล่าสุดของนักลงทุนระดับโลกทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย วอร์เรน บัฟเฟตต์, เรย์ ดาลิโอ,แคธี วูด,จิม ไซมอนส์ และ จอร์จ โซรอส ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดยังคงให้ความสำคัญกับธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซมิคอนดักเตอร์, โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงานอย่างชัดเจน แต่รูปแบบการปรับพอร์ตของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามสไตล์การลงทุนของตนเอง

ฝั่งวอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังคงเน้นหุ้นคุณภาพสูงและธุรกิจที่มีกระแสเงินสดมั่นคง แต่มีการเพิ่มน้ำหนักใน อัลฟาเบท อย่างโดดเด่น ขณะที่เรย์ ดาลิโอ เพิ่มการลงทุนในกลุ่มบิ๊กเทค ชิป AI หน่วยความจำ และห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านหุ้นอย่าง เอ็นวิเดีย , บรอดคอม , ไมครอน เทคโนโลยี , ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (TSMC), มาร์เวล เทคโนโลยี และ แอปพลายด์ แมทีเรียลส์

ในอีกด้านหนึ่งแคธี วูด ยังคงเดินเกมในธีมนวัตกรรมอย่างเข้มข้น โดยเพิ่มน้ำหนักใน แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ , คริสเปอร์ เทอราพิวติกส์ , เทมปัส เอไอ , เซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป , โรบินฮูด มาร์เก็ตส์ , อเมซอน ดอทคอม , อัลฟาเบท และ คอร์วีฟ สะท้อนการผสมระหว่าง AI Infrastructure, คริปโท/ฟินเทค และไบโอเทค

ขณะที่ จิม ไซมอนส์ ผ่าน เรอเนซองซ์ เทคโนโลยีส์ (Renaissance Technologies) เพิ่มน้ำหนักใน เอ็นวิเดีย , แอปเปิล, คินรอส โกลด์ , โรบินฮูด มาร์เก็ตส์ , ยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป , ลินเด และ เวสเทิร์น ดิจิทัล แต่ลด พาลานเทียร์ เทคโนโลยีส์ , ไมครอน เทคโนโลยี , อินเทล และหุ้นกลุ่มผู้บริโภคบางส่วน

ส่วน จอร์จ โซรอส เปลี่ยนภาพพอร์ตอย่างชัดเจนจากไตรมาสก่อน โดยลดน้ำหนักบิ๊กเทคที่เคยโดดเด่น เช่น อัลฟาเบท , บรอดคอม และTSMC ลงอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนหมุนเงินเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรม พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน กลุ่มผู้บริโภค และเฮลธ์แคร์มากขึ้น โดยเฉพาะ จีอี เวอร์โนวา , คอมฟอร์ต ซิสเต็มส์ ยูเอสเอ , แคตเตอร์พิลลาร์ ,โปรเพโทร โฮลดิงส์ , อเมริกัน ทาวเวอร์ , ดานาเฮอร์ และ โมโตโรลา โซลูชันส์

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้ AI ยังเป็นธีมหลักของตลาด แต่กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เริ่มมองกว้างขึ้นไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI และเศรษฐกิจจริง ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ระบบไฟฟ้า อุตสาหกรรม วัสดุ ทองคำ และเฮลธ์แคร์

วอร์เรน บัฟเฟตต์: เพิ่ม อัลฟาเบท แต่แกนหลักยังเป็นหุ้นคุณภาพและกระแสเงินสดมั่นคง

พอร์ตของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผ่าน เบิร์กเชียร์ แฮททาเวย์ ยังคงสะท้อนสไตล์การลงทุนแบบเน้นคุณภาพสูงและถือระยะยาว โดย แอปเปิล (Apple: AAPL) ยังเป็นหุ้นอันดับหนึ่งของพอร์ตที่ 21.99% แม้สัดส่วนลดลงเล็กน้อยจาก 22.60% แต่จำนวนหุ้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (American Express: AXP) ที่ยังมีน้ำหนักสูงถึง 17.43% และ โคคา-โคลา (Coca-Cola: KO) ที่ 11.56% ซึ่งทั้งสองบริษัทยังคงเป็นหุ้นหลักของ Berkshire มาอย่างยาวนาน

จุดที่น่าสนใจที่สุดในไตรมาสนี้คือการเพิ่มน้ำหนักใน อัลฟาเบท (Alphabet: GOOGL) อย่างชัดเจน โดยเพิ่มขึ้นมาเป็น 5.93% ของพอร์ต จากเดิม 2.04% หลังเพิ่มหุ้นกว่า 36.4 ล้านหุ้น และยังเปิดสถานะใหม่ใน อัลฟาเบท คลาส C (Alphabet: GOOG) อีก 0.39% ของพอร์ต

การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ เบิร์กเชียร์ มีสัดส่วนของเงินลงทุนต่อบิ๊กเทคและระบบนิเวศ AI มากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะ Alphabet มีทั้งธุรกิจค้นหาออนไลน์ ยูทูบ คลาวด์ และแพลตฟอร์ม AI ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลระยะยาว

ขณะเดียวกัน บัฟเฟตต์ยังลดน้ำหนักใน แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America: BAC), เชฟรอน (Chevron: CVX), นูคอร์ (Nucor: NUE) และ คอนสเตลเลชัน แบรนด์ส (Constellation Brands: STZ) โดยเฉพาะ Chevron ที่ลดจำนวนหุ้นลงกว่า 45.8 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 6.64%

อย่างไรก็ตามเบิร์กเชียร์ ยังถือ อ็อกซิเดนทัล ปิโตรเลียม (Occidental Petroleum: OXY) ที่ 6.55% ทำให้ภาพรวมด้านพลังงานยังมีน้ำหนักสำคัญในพอร์ต เพียงแต่มีการสลับน้ำหนักภายในกลุ่มมากขึ้น

อีกจุดที่สะท้อนการปรับพอร์ตแบบเลือกหุ้นรายตัวมากขึ้น คือการเพิ่ม เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ คอมพานี (The New York Times Company: NYT) จาก 0.13% เป็น 0.48% และเพิ่ม เลนนาร์ (Lennar: LEN) เป็น 0.33% รวมถึงเปิดสถานะใหม่ใน เดลตา แอร์ไลน์ส (Delta Air Lines: DAL) ที่ 1.01% ของพอร์ต

ภาพรวมของบัฟเฟตต์จึงไม่ได้สะท้อนว่าเบิร์กเชียร์ เปลี่ยนจากการลงทุนแบบเน้นคุณค่าไปเป็นสายเติบโต แต่สะท้อนการขยายสัดส่วนการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันชัดเจน ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยี สื่อคุณภาพสูง การเดินทาง และธุรกิจที่มีรายได้มั่นคง

แคธี วูด: ยังคงเชื่อในนวัตกรรม แต่หมุนพอร์ตสู่ AI ไบโอเทค และฟินเทคมากขึ้น

[caption id="attachment_205161" align="aligncenter" width="1200"]

แคธี วูด

ภาพจาก x.com @CathieDWood[/caption]

พอร์ตของ แคธี วูด ภายใต้ อาร์ค อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ (ARK Investment Management) ยังคงมี เทสลา (Tesla: TSLA) เป็นหุ้นอันดับหนึ่งที่ 8.18% แม้จะลดจำนวนหุ้นลงเล็กน้อย

ขณะที่ พาลานเทียร์ เทคโนโลยีส์ (Palantir Technologies: PLTR), คอยน์เบส โกลบอล (Coinbase Global: COIN), เทราดายน์ (Teradyne: TER) และ โรคุ (Roku: ROKU) ถูกลดน้ำหนักลง สะท้อนการทำกำไรหรือปรับลดความเสี่ยงในหุ้นที่มีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม แคธี วูดยังไม่ได้ลดความเชื่อในธีมนวัตกรรม ตรงกันข้าม พอร์ตมีการเพิ่มน้ำหนักในหลายธีมสำคัญ โดย แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (Advanced Micro Devices: AMD) เพิ่มขึ้นเป็น 4.29% ของพอร์ต และกลายเป็นหุ้นอันดับสอง สะท้อนความเชื่อในธีม AI Compute และเซมิคอนดักเตอร์

ขณะที่ อัลฟาเบท (Alphabet: GOOGL) เพิ่มขึ้นเป็น 1.61% และ คอร์วีฟ (CoreWeave: CRWV) เพิ่มเป็น 1.53% ทำให้พอร์ตมี Exposure ต่อ AI Infrastructure และ Cloud Compute มากขึ้น

ด้านเฮลธ์แคร์และไบโอเทคกลับมาโดดเด่นเช่นกัน โดย คริสเปอร์ เทอราพิวติกส์ (CRISPR Therapeutics: CRSP) เพิ่มขึ้นเป็น 4.19%, เทมปัส เอไอ (Tempus AI: TEM) เพิ่มขึ้นเป็น 3.38% และยังคงถือ บีม เทอราพิวติกส์ (Beam Therapeutics: BEAM), ทวิสต์ ไบโอไซเอนซ์ (Twist Bioscience: TWST) และ เท็นเอ็กซ์ จีโนมิกส์ (10x Genomics: TXG) ในสัดส่วนสำคัญ

ในฝั่งฟินเทคและสินทรัพย์ดิจิทัล มีการเพิ่ม เซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป (Circle Internet Group: CRCL) เป็น 3.35%, โรบินฮูด มาร์เก็ตส์ (Robinhood Markets: HOOD) เป็น 3.24% และ บูลลิช (Bullish) เป็น 1.82% ขณะที่ คอยน์เบส โกลบอล (Coinbase Global: COIN) ถูกลดลงเหลือ 3.22%

ภาพรวมจึงสะท้อนการหมุนภายในธีมสินทรัพย์ดิจิทัล มากกว่าการถอนตัวออกจากธีมนี้ โดยพอร์ตของ ARK กำลังขยับจากนวัตกรรมเชิงผู้บริโภค ไปสู่ AI Infrastructure, Digital Finance และ Biotech มากขึ้น

เรย์ ดาลิโอ: เพิ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ และสินทรัพย์เชิงโครงสร้าง

[caption id="attachment_247452" align="aligncenter" width="1000"]

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ray Dalio[/caption]

พอร์ตของ เรย์ ดาลิโอ ผ่าน บริดจ์วอเตอร์ แอสโซซิเอตส์ (Bridgewater Associates) ยังคงมีลักษณะกระจายความเสี่ยงแบบมหภาค โดย เอสพีดีอาร์ เอสแอนด์พี 500 อีทีเอฟ ทรัสต์ (SPDR S&P 500 ETF Trust: SPY) ยังเป็นอันดับหนึ่งที่ 12.67% แม้จำนวนหน่วยจะลดลงเล็กน้อย

ขณะที่ ไอเชียร์ส คอร์ เอสแอนด์พี 500 อีทีเอฟ (iShares Core S&P 500 ETF: IVV) ลดลงจาก 10.45% เหลือ 7.81% หลังลดจำนวนหน่วยกว่า 1.5 ล้านหน่วย สะท้อนว่า Bridgewater ยังใช้ ETF ดัชนีเป็นแกนหลักของพอร์ต แต่เริ่มจัดสรรเงินไปยังธีมเฉพาะมากขึ้น

ธีมที่เด่นที่สุดคือ AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดย อเมซอน ดอทคอม (Amazon.com: AMZN) เพิ่มขึ้นเป็น 4.08% ของพอร์ต จาก 1.64% หลังเพิ่มหุ้นกว่า 2.44 ล้านหุ้น

ขณะที่ เอ็นวิเดีย (NVIDIA: NVDA) เพิ่มเป็น 3.65%, บรอดคอม (Broadcom: AVGO) เพิ่มเป็น 2.54%, ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology: MU) เพิ่มเป็น 2.23% และเปิดสถานะใหม่ใน ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company: TSMC) ที่ 1.62%

นอกจากนี้ยังมี มาร์เวล เทคโนโลยี (Marvell Technology: MRVL), แอปพลายด์ แมทีเรียลส์ (Applied Materials: AMAT), เคแอลเอ คอร์ปอเรชัน (KLA Corporation: KLAC), อริสตา เน็ตเวิร์กส์ (Arista Networks: ANET), เซเลสติกา (Celestica: CLS) และ แอปเปิล (Apple: AAPL) ที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก

ภาพรวมสะท้อนว่า ดาลิโอไม่ได้มอง AI ผ่านหุ้นเมกะแคปเพียงอย่างเดียว แต่ลงทุนครอบคลุมทั้งการออกแบบชิป หน่วยความจำ โรงงานผลิต เครื่องจักร เครือข่าย และฮาร์ดแวร์ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

ในอีกด้านหนึ่ง ดาลิโอลดน้ำหนักใน แลม รีเสิร์ช (Lam Research: LRCX), แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (Advanced Micro Devices: AMD), ออราเคิล (Oracle: ORCL) และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson: JNJ)

แต่ยังคงถือ ไมโครซอฟท์ (Microsoft: MSFT), เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms: META) และ อัลฟาเบท (Alphabet: GOOGL)

นอกจากนี้ยังเพิ่ม นิวมอนต์ (Newmont: NEM) และ ยูเนียน แปซิฟิก (Union Pacific: UNP) รวมถึงถือ จีอี เวอร์โนวา (GE Vernova: GEV) ต่อเนื่อง

ภาพรวมของดาลิโอจึงสะท้อนสไตล์ที่ใช้ ETF เป็นแกนหลัก แต่เพิ่ม Satellite Positions ในธีม AI เซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน ทองคำ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้พอร์ตรับประโยชน์จากการเติบโตของเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็ยังมีสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยง

จิม ไซมอนส์: โมเดล Quantitative Trading ยังเน้น Momentum และ Valuation

[caption id="attachment_247526" align="aligncenter" width="1228"]

ภาพจาก simonsfoundation.org[/caption]

พอร์ตของ จิม ไซมอนส์ ผ่าน เรอเนซองซ์ เทคโนโลยีส์ (Renaissance Technologies) มีลักษณะกระจายตัวสูง โดยหุ้นอันดับหนึ่งอย่าง ยูไนเต็ด เทอราพิวติกส์ (United Therapeutics: UTHR) มีน้ำหนักเพียง 1.66% ของพอร์ต

ตามด้วย พาลานเทียร์ เทคโนโลยีส์ (Palantir Technologies: PLTR) ที่ 1.60%, แอปเปิล (Apple: AAPL) ที่ 1.22%, คินรอส โกลด์ (Kinross Gold: KGC) ที่ 1.22% และ ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology: MU) ที่ 1.14%

โครงสร้างนี้สะท้อนสไตล์การลงทุนเชิงปริมาณ ที่ไม่ได้พึ่งพาหุ้นไม่กี่ตัว แต่กระจายสถานะจำนวนมากตามสัญญาณของโมเดล

จุดที่น่าสนใจคือ Renaissance เพิ่มน้ำหนักใน แอปเปิล (Apple: AAPL) และเพิ่ม เอ็นวิเดีย (NVIDIA: NVDA) อย่างมาก โดยจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 1.65 ล้านหุ้น

ขณะเดียวกันยังเพิ่ม คินรอส โกลด์ (Kinross Gold: KGC), เวอริไซน์ (VeriSign: VRSN), โรบินฮูด มาร์เก็ตส์ (Robinhood Markets: HOOD), ยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป (UnitedHealth Group: UNH), นิวโรไครน์ ไบโอไซเอนซ์ (Neurocrine Biosciences: NBIX), ลินเด (Linde: LIN) และ เวสเทิร์น ดิจิทัล (Western Digital: WDC)

อย่างไรก็ตาม พอร์ตไม่ได้ไล่ซื้อหุ้นเทคทั้งหมด โดย Renaissance ลด พาลานเทียร์ เทคโนโลยีส์ (Palantir Technologies: PLTR), ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology: MU), อินเทล (Intel: INTC), แซนดิสก์ (SanDisk), คาร์วานา (Carvana: CVNA), เวย์แฟร์ (Wayfair: W) รวมถึงหุ้นเฮลธ์แคร์บางตัว

ภาพรวมของ จิม ไซมอนส์ จึงไม่ได้สะท้อนมุมมองเชิง Narrative แบบนักลงทุนทั่วไป แต่สะท้อนการหมุนพอร์ตตามข้อมูลและสัญญาณตลาด โดยยังคงมี Exposure ต่อ AI ผ่าน เอ็นวิเดีย (NVIDIA: NVDA), แอปเปิล (Apple: AAPL), พาลานเทียร์ เทคโนโลยีส์ (Palantir Technologies: PLTR) และหุ้นในกลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

จอร์จ โซรอส: ลดหุ้นบิ๊กเทคฯ หมุนสู่ Industrial, Energy และ Power Infrastructure

[caption id="attachment_247454" align="aligncenter" width="1000"]

ภาพจาก georgesoros.com[/caption]

พอร์ตของ จอร์จ โซรอส ผ่าน โซรอส แคปิตอล แมเนจเมนต์ (Soros Capital Management) เปลี่ยนภาพอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

อัลฟาเบท (Alphabet: GOOGL) ที่เคยมีน้ำหนักสูงถึง 20.29% ถูกลดลงเหลือเพียง 0.77% ขณะที่ บรอดคอม (Broadcom: AVGO) และ ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company: TSMC) ก็ถูกลดน้ำหนักลงอย่างมากเช่นกัน

การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการลดเดิมจอร์จ โซรอส: ลดหุ้นบิ๊กเทคฯ หมุนสู่ Industrial, Energy และ Power Infrastructure

พอร์ตของ จอร์จ โซรอส ผ่าน โซรอส แคปิตอล แมเนจเมนต์ (Soros Capital Management) เปลี่ยนภาพอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

อัลฟาเบท (Alphabet: GOOGL) ที่เคยมีน้ำหนักสูงถึง 20.29% ถูกลดลงเหลือเพียง 0.77% ขณะที่ บรอดคอม (Broadcom: AVGO) และ ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company: TSMC) ก็ถูกลดน้ำหนักลงอย่างมากเช่นกัน

การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการลดเดิมพันใน Big Tech และ AI Semiconductor หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มดังกล่าว

เงินลงทุนถูกหมุนเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น โดย คอมฟอร์ต ซิสเต็มส์ ยูเอสเอ (Comfort Systems USA: FIX) เพิ่มขึ้นเป็น 7.09%, จีอี เวอร์โนวา (GE Vernova: GEV) เป็นสถานะใหม่ที่ 7.01%, แคตเตอร์พิลลาร์ (Caterpillar: CAT) เพิ่มเป็น 5.08% และ โมโตโรลา โซลูชันส์ (Motorola Solutions: MSI) เพิ่มเป็น 2.68%

นอกจากนี้ยังมี เอ็มคอร์ กรุ๊ป (Emcor Group: EME), ควอนตา เซอร์วิสเซส (Quanta Services: PWR) และ เจเนอแรค โฮลดิงส์ (Generac Holdings: GNRC) ในพอร์ตด้วย

ธีมดังกล่าวสะท้อนการมองไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และงานก่อสร้างเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน Data Center, Electrification และ Reshoring

กลุ่มพลังงานก็มีบทบาทมากขึ้น โดย โปรเพโทร โฮลดิงส์ (ProPetro Holding: PUMP) เพิ่มเป็น 6.84% ของพอร์ต และยังมี บลูม เอนเนอร์จี (Bloom Energy: BE) ที่ 2.24%

นอกจากนี้ โซรอสยังเพิ่มหรือถือหุ้นในกลุ่มผู้บริโภคและเฮลธ์แคร์หลายตัว เช่น อเมซอน ดอทคอม (Amazon.com: AMZN), อัลคอน (Alcon: ALC), ดานาเฮอร์ (Danaher: DHR), โลว์ส (Lowe’s: LOW), สตาร์บัคส์ (Starbucks: SBUX), โฮม ดีโปต์ (Home Depot: HD), โซเอทิส (Zoetis: ZTS), ไนกี้ (Nike: NKE), ทีเจเอ็กซ์ คอมพานีส์ (TJX Companies: TJX), เน็ตฟลิกซ์ (Netflix: NFLX) และ บุ๊กกิง โฮลดิงส์ (Booking Holdings: BKNG)

ภาพรวมของโซรอสในไตรมาสนี้จึงดูเหมือนการทำกำไรจาก AI และ Big Tech ก่อนหมุนเข้าสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อุตสาหกรรม และธุรกิจคุณภาพในเศรษฐกิจจริงที่มีมูลค่าน่าสนใจกว่า

หมายเหตุ : ข้อมูลจากแบบรายงาน Form 13F เป็นข้อมูลที่ผู้จัดการกองทุนยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ทุกไตรมาส ภายใน 45 วันหลังสิ้นสุดไตรมาส ทำให้ข้อมูลมีความล่าช้าจากสถานการณ์จริง และพอร์ตลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ณ เวลาที่เผยแพร่ข้อมูล (ข้อมูล ณวันที่ 19 พ.ค.2569)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...