โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดี ภายหลังนำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางเข้าพบคณะผู้ไต่สวนอิสระตามหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่คณะผู้ไต่สวนได้ชี้แจงพฤติการณ์ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมาทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อมูลเพียงจากกระแสข่าวของสื่อมวลชนเท่านั้น

สัญญาภัชระ ชี้แจงถึงขั้นตอนทางกฎหมายว่า กระบวนการในวันนี้เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ายื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและชี้แจงด้วยวาจา ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะมีการนัดหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

ทนายความกล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พยายามนำเสนอข้อเท็จจริงมาโดยตลอดว่า อำนาจในการดำเนินคดีนี้เป็นสิทธิ์ขาดของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวน หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกระบวนการในวันนี้ถือเป็นการยืนยันความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว

สัญญาภัชระ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันว่า กำลังเกิดลักษณะการดำเนินคดีแบบ 2 สำนวน 2 องค์กร โดยส่วนหนึ่งอยู่ในมือของคณะผู้ไต่สวนอิสระ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกระบวนการที่ยังต้องรอฟังคำสั่งจากอธิบดีอัยการ

ทางทีมทนายความมองว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ควรสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง การดำเนินคดีควรใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน และไม่ควรปล่อยให้เกิดความซ้ำซ้อนใน 2 องค์กร นอกจากนี้ คดีในลักษณะนี้ใช้ระบบไต่สวนเป็นหลัก จึงควรเริ่มต้นกระบวนการจากการไต่สวน ไม่ใช่เริ่มจากการสอบสวน

สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธการให้การในชั้นสอบสวนนั้น ทนายความอธิบายว่า เป็นเพราะประเมินแล้วว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจและมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง หากนำพยานหลักฐานไปชี้แจงในชั้นสอบสวน อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเลือกที่จะสงวนพยานหลักฐานไว้เพื่อนำมาแสดงต่อคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาโดยตรง

ส่วนประเด็นที่คณะผู้ไต่สวนมีมติ 9 ต่อ 0 ในการรับเรื่องไว้นั้น ทนายความประเมินว่า เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยเท่านั้น ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความพร้อมเต็มที่ในการนำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียว สังคมจึงยังไม่ควรด่วนสรุป

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงประเด็นคลิปวิดีโอหรือพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้นำทองคำไปมอบเป็นสินบน ทนายความยืนยันว่า วันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของการแสดงหลักฐานดังกล่าว เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาและพฤติการณ์เท่านั้น โดยพฤติการณ์ที่ได้รับแจ้งมีเพียงบางส่วนที่สอดคล้องกับสื่อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...