‘เจ้าหญิงเอเลโอนอร์แห่งเบลเยียม’ เจ้าหญิงนักไวโอลิน เจริญพระชันษาครบ 18 ปีบริบูรณ์
เจ้าหญิงเอเลโอนอร์แห่งเบลเยียม เจริญพระชันษาครบ 18 ปีบริบูรณ์ในสัปดาห์ที่มีความหมายยิ่งต่อราชวงศ์เบลเยียม ซึ่งยังเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษาของพระราชบิดา คือสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลลิปอีกด้วย เจ้าหญิงประสูติที่เมืองอันเดอร์เลชต์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 2008 เป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในบรรดาพี่น้องทั้ง 4 พระองค์ต่อจากมกุฎราชกุมารีเอลิซาเบธ เจ้าชายกาเบรียล และเจ้าชายเอ็มมานูเอล พระนามเต็มของพระองค์คือ เอเลโอนอร์ ฟาบิโอลา วิกตอเรีย อานน์ มารี ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์แห่งราชวงศ์และเป็นการถวายพระเกียรติแด่บุคคลสำคัญในราชวงศ์ยุโรป โดยมีเจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งสวีเดนทรงเป็นพระมารดาทูนหัว
นับตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ชีวิตของเจ้าหญิงดำเนินไปอย่างสงบและเรียบง่ายภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดใน
พระราชวังลาเคน ทรงมีความสนิทสนมกับพระราชบิดาและพระราชมารดาอย่างมาก และในช่วงเวลาหนึ่งเป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวที่ยังประทับอยู่ในพระตำหนักของครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บรรดาพระเชษฐาและพระเชษฐภคินีต่างแยกย้ายไปทรงศึกษาต่อในเมืองอื่นหรือต่างประเทศ ในด้านการศึกษา เจ้าหญิงทรงมีประวัติการศึกษาในระดับนานาชาติที่โดดเด่น โดยทรงเริ่มเรียนในหลักสูตรภาษาเนเธอร์แลนด์ที่เมืองเตอร์ฟูเรน และทรงจบหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องนานาชาติ (International Baccalaureate) จากโรงเรียนนานาชาติแห่งบรัสเซลส์ ซึ่งช่วยขัดเกลาทักษะทางภาษาที่หลากหลาย พระองค์ทรงสื่อสารภาษาเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
และยังทรงมีความรู้พื้นฐานภาษาอิตาลี ซึ่งเป็นการสืบทอดมรดกทางทางวัฒนธรรมจากพระอัยยิกา คือสมเด็จพระราชินีเปาล่า
ท่ามกลางความสมดุลระหว่างธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์และชีวิตส่วนพระองค์ เจ้าหญิงทรงมีงานอดิเรกที่ชัดเจน อย่างด้านดนตรี ซึ่งทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการทรงไวโอลิน ซึ่งเจ้าหญิงเคยทรงร่วมบรรเลงในโอกาสพิเศษต่างๆ ของครอบครัวมาแล้ว ต่างจากพระราชบิดาและพระเชษฐาที่ทรงเปียโน นอกจากนี้ยังโปรดการเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งสกี เรือใบ เทนนิส ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และไอคิโด สะท้อนถึงการใช้ชีวิตอย่างคล่องแคล่วและมีระเบียบวินัย แม้จะทรงมีบุคลิกที่ค่อนข้างสำรวมและรักสันโดษ แต่ความสุภาพเรียบง่ายนี้ก็มาพร้อมกับความอ่อนไหวต่อป่ญหาสังคมที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงวัยเยาว์ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่พระองค์ทรงมีส่วนร่วมในกิจกรรมการศุล เช่น การเตรียมอาหารให้กับผู้ยากไร้ และการโทรศัพท์ไปพูดคุยเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุ