จีน-รัสเซียกระชับการเป็นหุ้นส่วนรอบด้าน เพิ่มความเชื่อมั่นในโลกที่ไม่แน่นอน
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ปักกิ่ง, 20 พ.ค. (ซินหัว) — การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมเพิ่มพูนเสถียรภาพและแรงขับเคลื่อนเชิงบวกอันเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในห้วงยามโลกปั่นป่วนวุ่นวาย
ขณะปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 30 ปี การสถาปนาการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย และวาระครบรอบ 25 ปี การลงนามสนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรจีน-รัสเซีย ซึ่งหมุดหมายสำคัญเหล่านี้ตอกย้ำการเติบโตและความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ที่เคารพผลประโยชน์หลักและข้อวิตกกังวลของอีกฝ่าย รวมถึงความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองฝ่ายแสวงหาวิถีทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศของตนเอง
ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำสองประเทศได้เดินหน้าสู่ระดับสูงขึ้นและขยายสู่มิติกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ในยุคใหม่ โดยสีจิ้นผิงและปูตินได้พบปะหารือกันตามงานระดับทวิภาคีและพหุภาคีมากกว่า 40 ครั้ง เมื่อนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา
การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-รัสเซียในยุคใหม่ได้เติบโตและมีสาระสำคัญยิ่งขึ้น โดยมีแรงหนุนจากความไว้วางใจทางการเมืองที่ลึกซึ้ง มิตรภาพเพื่อนบ้านที่ดี และความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านต่างๆ ส่วนกลไกการเจรจาเชิงองค์กรระหว่างหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ ในทุกระดับยังคงสร้างผลลัพธ์งอกงาม โดยมีแรงหนุนจากการสนับสนุนผลประโยชน์จากการพัฒนาของแต่ละฝ่ายซึ่งกันและกัน ขณะความร่วมมือทางพลังงานยังคงเป็นเสาหลักของความสัมพันธ์ โดยมีแรงหนุนจากรากฐานอันมั่นคงและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่ามูลค่าการค้าทวิภาคีในปี 2025 อยู่ที่ราว 2.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.45 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงเกินหลักสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซียติดต่อกัน 16 ปี
การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ช่วยกระตุ้นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่คึกคักและเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ โดยวาระ “ปีแห่งการศึกษาจีน-รัสเซีย” ในปี 2026 จะจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนหลายร้อยรายการ ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจากปีแห่งวัฒนธรรม กีฬา และวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้
นโยบายฟรีวีซ่าซึ่งกันและกันอำนวยความสะดวกแก่การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนสองประเทศอย่างมาก โดยสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวแห่งรัสเซียระบุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเยือนรัสเซียในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 มากกว่า 1.5 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.4 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เยือนจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.6 ในปี 2025
นอกจากความร่วมมือทวิภาคีแล้ว จีนและรัสเซียยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงของกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) และส่งเสริมระเบียบระหว่างประเทศแบบหลายขั้ว ขณะโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากระเบียบระหว่างประเทศยุคหลังสงครามตกอยู่ภายใต้ความกดดัน บรรทัดฐานที่กำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังถูกท้าทายมากขึ้น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น และความเสี่ยงกลับสู่สภาวะกฎแห่งป่า (law of the jungle) เพิ่มขึ้น
การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับรัสเซียมีนัยสำคัญยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลก รวมถึงการสนับสนุนพหุภาคีและระเบียบระหว่างประเทศ โดยจีนและรัสเซียระดมความพยายามระดับโลกเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและความยุติธรรมอย่างแน่วแน่ ปกป้องผลลัพธ์แห่งชัยชนะจากสงครามโลกครั้งที่สอง และคุ้มครองระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติ (UN) เป็นศูนย์กลาง และบรรทัดฐานพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
จีนและรัสเซียควรเสริมสร้างความร่วมมือระดับพหุภาคี ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักพหุภาคี และทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูสิทธิอำนาจและพลังของสหประชาชาติ เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ไม่แน่นอนและไร้เสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายควรรักษาการประสานงานและความร่วมมืออันใกล้ชิดภายใต้กรอบการทำงานต่างๆ อาทิ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) กลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) พร้อมส่งเสริมการพัฒนาระเบียบระหว่างประเทศไปในทิศทางที่ยุติธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น
ความแข็งแกร่งต่อเนื่องของความสัมพันธ์จีน-รัสเซียมีนัยสำคัญมากกว่าระดับทวิภาคี ขณะโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้ง และความร่วมมือจีน-รัสเซียแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่สามารถก้าวข้ามการเผชิญหน้าแบบฝักแบ่งฝ่ายและการแข่งขันแบบแพ้ชนะ แต่มีส่วนส่งเสริมโลกหลายขั้ว ความเป็นประชาธิปไตยของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนเสถียรภาพและความแน่นอนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง