โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'เอกนิติ' ชงคลอดงบปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน กู้เพิ่ม 7.88 แสนล้าน ดันจีดีพีโต 2%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงใช้นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล พร้อมวางเป้าหมายลดการขาดดุลการคลังให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ว่า โดยรัฐบาลกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั่วประเทศ

คาดจีดีพีปี 70 โต 2.2% เงินเฟ้อ 1%

รัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะขยายตัวในช่วง 1.7 - 2.7% โดยมี ค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของการค้าโลกที่จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5 - 1.5% ค่ากลางที่ 1%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในด้านนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เพื่อรักษาเสถียรภาพและดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตยั่งยืน

กู้ชดเชยขาดดุล 7.88 แสนล้าน วางเป้าไม่เกิน 3% ในปี 72

นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลโดยประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 3,145,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน และจะมีการ กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 788,000 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าจะปรับลดขนาดการขาดดุลให้เหลือไม่เกิน 3% ภายในปี 2572 เพื่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านหนี้สาธารณะ ณ เดือนเมษายน 2569 มียอดคงค้างอยู่ที่ 12.78 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.66% ของ GDPโดยแบ่งเป็นสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลโดยตรง (เกิดจากการกู้ยืมและค้ำประกันเงินกู้) 12.23 ล้านล้านบาท ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 70% ส่วนสถานะเงินคงคลังปัจจุบัน ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 341,018.2 ล้านบาท

เจาะลึกโครงสร้างงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวว่า วงเงินงบประมาณทั้งหมดถูกจำแนกออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  • รายจ่ายประจำ 2,786,367.1 ล้านบาท คิดเป็น 73.6%
  • รายจ่ายลงทุน 789,171.5 ล้านบาท คิดเป็น 20.8%
  • รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท คิดเป็น 4%
  • รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท คิดเป็น 1.9%

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตั้งงบประมาณในส่วนของงบกลางจำนวน 693,800 ล้านบาท คิดเป็น 18.3% เพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมถึงการเยียวยาภัยพิบัติ และงบชำระหนี้ภาครัฐอีก 462,470.3 ล้านบาท คิดเป็น 12.2%

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้วางแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ โดยจัดสรรผ่านด้านต่างๆ ดังนี้

  • ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

ได้รับจัดสรร 969,161.6 ล้านบาท คิดเป็น 25.4% มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 12.4 ล้านคน เบี้ยความพิการ 3.4 ล้านคน และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด รวมถึงการดูแลที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย

  • ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ

จัดสรร 676,320.2 ล้านบาท คิดเป็น 17.9% เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ (AI Plus) และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

  • ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

จัดสรร 611,194.5 ล้านบาท คิดเป็น 16.1% เน้นนโยบาย "เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา" (Anywhere Anytime) การคืนครูให้นักเรียน และการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

  • ด้านความมั่นคง

จัดสรร 407,165.1 ล้านบาท คิดเป็น 10.7% มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

จัดสรร 348,427.4 ล้านบาท คิดเป็น 9.2% เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตั้งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงการส่งเสริม SME

  • ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จัดสรร 137,507.8 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ชูกลยุทธ์ "5T" นโยบายสำคัญ 5 ด้าน

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยึดหลักการจัดทำงบประมาณภายใต้หลัก 5T ประกอบด้วย

  • Target: ตรงเป้าหมาย ตรงปัญหา
  • Transparent: โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • Transition: ข้ามผ่านวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
  • Transformation: เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรม AI และดิจิทัล
  • Together: ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
บรรยากาศการประชุมสภาฯ ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เสนอร่างพ.ร.บ.งบปี 70

นอกจากนี้ งบประมาณปี 2570 มุ่งเน้นนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

  • ด้านเศรษฐกิจ ชูโครงการ "คนตัวเล็ก Plus" ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และ "Digital AI Plus" เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่
  • ด้านความมั่นคง เน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ไขปัญหายาเสพติด
  • ด้านสังคม นโยบาย "การศึกษาเท่าเทียม Plus" เรียนฟรีมีงานทำ และ "สูงวัย Plus" ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
  • ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านนโยบาย "สีเขียว Plus" และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
  • ด้านการบริหารภาครัฐ ปฏิรูปกฎหมายและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลด้วยนโยบาย "AI Plus" และ "Thailand Plus"

“การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เป็นการพิจารณาที่ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ประชาชนและสร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างยั่งยืน”นายเอกนิติ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...