โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นพดล” การันตี “เกาะกูด” ปลอดภัย! กางกฎหมายทะเล UNCLOS บล็อก “กัมพูชา” ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ ยันกระบวนการประนอมแค่ข้อเสนอแนะ ไม่มีผลผูกมัดไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เกาะกูด” ยังไงก็ของไทย! เคลียร์ชัดปมกฎหมายทะเลโลก หลังสังคมคาใจ “กัมพูชา” ดึงเกมเข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ ด้าน สว.นพดล อินนา กางหลักฐานยันชัด UNCLOS คุ้มครองสิทธิ์ไทยเต็มร้อย บังคับเขมรถอยร่นเส้นแบ่งเขตแดนพ้นระยะ 12 ไมล์ทะเล ชี้ผลสรุปคณะกรรมการเป็นแค่ “ข้อเสนอแนะ” ถ้าไทยเสียเปรียบกดปัดตกได้ทันที ไร้อำนาจฮุบอธิปไตย!

วันที่ 14 มิ.ย.2569 นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยระบุว่า ปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ในประเด็นที่กัมพูชาเรียกร้องให้เข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ยืนยันว่า กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่การดึงประเทศที่สามหรือบุคคลที่สามเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาท เพื่อทดแทนการเจรจาทวิภาคี (การเจรจาระหว่างสองประเทศ) อย่างที่หลายฝ่ายกำลังวิตกกังวล เนื่องจากในอดีตทั้งประเทศไทยและกัมพูชา ต่างได้ลงนามสงวนสิทธิ์ร่วมกันตามมาตรา 287 ของอนุสัญญา UNCLOS ไว้แล้วอย่างชัดเจน ว่าจะไม่ขึ้นศาลโลก ไม่ขึ้นศาลกฎหมายทางทะเล และไม่ใช้อนุญาโตตุลาการในการตัดสินข้อพิพาทนี้ มาตรา 298 ของ UNCLOS ระบุไว้ว่า หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการของ "คณะกรรมการประนีประนอม" โดยภายในระยะเวลา 21 วัน ทั้งสองฝ่ายจะต้องเสนอชื่อตัวแทนฝ่ายละ 2 คน และร่วมกันเลือกประธานคนกลางอีก 1 คน รวมเป็นคณะกรรมการทั้งสิ้น 5 คน เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นายนพดล กล่าวต่อว่า จากการพิจารณาโมเดลข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศติมอร์-เลสเตและประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นกรณีแรกของโลกที่นำกระบวนการประนอมภาคบังคับนี้มาใช้ พบว่าในระหว่างที่คณะกรรมการทั้ง 5 ท่านกำลังศึกษาข้อมูล ทั้งสองประเทศก็ยังคงเดินหน้าเปิดเจรจาทวิภาคีควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อสามารถตกลงกันได้ในประเด็นใด ก็จะส่งข้อตกลงนั้นให้คณะกรรมการรับทราบ จนกระทั่งหาข้อยุติร่วมกันได้สำเร็จในที่สุด

ดังนั้น กรณีของไทยและกัมพูชาจึงคาดว่าจะเป็นกรณีที่สองของโลก โดยปัจจุบันฝ่ายไทยพยายามเสนอให้กัมพูชาหันมาเน้นการพูดคุยในกรอบทวิภาคีก่อนเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการภาคบังคับเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...