โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น SpaceX ทะยานแรง เดิมพันระดับจักรวาลกับแบรนด์ อีลอน มัสก์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

SpaceX เปิดตัวในตลาดหุ้นอย่างร้อนแรงจนมูลค่าพุ่งทะลุ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่เบื้องหลังแรงซื้อครั้งประวัติศาสตร์ คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของนักลงทุนต่อวิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานของ อีลอน มัสก์ ตั้งแต่การสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร ไปจนถึงการทำศูนย์ AI ในอวกาศ

13 มิ.ย. 2569- ร้อนแรงสุด ๆ สำหรับหุ้น SpaceX (SPCX) หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ในวันแรกของการซื้อขายในตลาด Nasdaq โดยปิดที่ 160.95 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% จากราคา IPO ก่อนจะปรับตัวขึ้นต่ออีกเกือบ 3.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ แตะระดับ 166.76 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นอีกราว 80,000 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีหุ้นหมุนเวียนกว่า 16 ล้านหุ้นในช่วงหลังตลาดปิด เพิ่มเติมจากปริมาณซื้อขายมากกว่า 500 ล้านหุ้นระหว่างวัน

[caption id="attachment_250168" align="aligncenter" width="1000"]

ภาพจาก google finance[/caption]

สิ่งที่น่าสนใจในการ IPO ของบริษัทอุตสาหกรรมอวกาศอย่าง SpaceX คือ วิสัยทัศน์ของผู้นำอย่าง อีลอน มัสก์ ที่ตั้งเป้าหมายสุดทะเยอทะยาน ทั้งการอาณานิคมบนดาวอังคาร และการนำศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ขึ้นไปอยู่ในอวกาศ

ขณะที่เป้าหมายการ IPO ของ SpaceX คือการระดมทุนมหาศาลอย่างน้อย 75,000 ล้านดอลลาร์ โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจอวกาศ การสื่อสารผ่านดาวเทียม ไปจนถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X และแพลตฟอร์ม AI ที่เป็นประเด็นถกเถียงอย่าง Grok ขณะที่มีการคาดการณ์จากบางฝ่ายว่า Tesla และ SpaceX อาจมีความเชื่อมโยงทางธุรกิจมากขึ้นในอนาคตด้วย

อ้างอิงบทความของ BBC ที่ระบุว่า อีลอน มัสก์ มีแผนนำเงินทุนที่ระดมได้จากการ IPO ครั้งนี้ไปขยายธุรกิจปัจจุบันของ SpaceX รวมถึงลงทุนในโครงการอนาคตต่าง ๆ เช่น

  • การทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อย
  • การสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร
  • การติดตั้งศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ

ขณะที่เอกสารชี้ชวนการลงทุนที่เผยแพร่ออกมาก็ระบุว่า “มนุษยชาติต้องหลีกเลี่ยง ชะตากรรมเดียวกับไดโนเสาร์ และเตรียมเข้าสู่ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่มีรากฐานอยู่ในอวกาศ เพราะแสงแห่งจิตสำนึก ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงดาวเคราะห์ดวงเดียว”

แน่นอนว่าเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ราวกับหลุดออกมาจากนิยาย Sci-Fi ของ SpaceX ย่อมทำให้มีผู้ตั้งข้อสงสัยจำนวนมากว่าเป้าหมายเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ แต่อีกด้านหนึ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ก็พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้งว่าเขาสามารถทำสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริงได้

ในอดีต อีลอน มัสก์ เคยผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยจรวดล้มเหลว, ปัญหาคอขวดในการผลิต การเผชิญความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่การแข่งขันด้าน AI ในปัจจุบันต้องใช้เงินมหาศาลและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าราคาหุ้นของบริษัท AI หลายแห่งอาจถูกประเมินมูลค่าสูงเกินจริง และมีความเสี่ยงที่ฟองสบู่จะแตกได้ในอนาคต

เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัท SpaceX มีรายได้ 18,600 ล้านดอลลาร์ แต่ขาดทุนสุทธิ 4,900 ล้านดอลลาร์ โดยเอกสาร IPO ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า บริษัทมี "ประวัติการขาดทุนสุทธิ และอาจไม่สามารถทำกำไรได้ในอนาคต"

บทความของ BBC ได้อ้างอิงความเห็นของ Ruth Foxe-Blader นักวิเคราะห์จากบริษัทเงินร่วมลงทุน Citrine Venture Partners ที่มองว่า จำนวนโครงการและความหลากหลายของธุรกิจ SpaceX เป็นจุดขายสำคัญ เพราะบริษัทไม่ได้พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ขณะที่ Michael Hewson จาก iForex มองว่า นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่กับความสามารถของ อีลอน มัสก์ ในการทำให้วิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานเหล่านี้เกิดขึ้นจริง

การ IPO ของ SpaceX ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระแส IPO ยักษ์ใหญ่ด้าน AI ในปีนี้ โดยคาดว่า Anthropic และ OpenAI จะตบเท้าเข้า IPO ตามมาในลักษณะเดียวกัน ที่สำคัญคือหลักการยังเหมือนกันด้วย คือมีเงินจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่บริษัท ทั้งที่ยังไม่มีหลักประกันว่ากำไรในอนาคตจะเติบโตเพียงพอมารองรับมูลค่าที่เกิดขึ้น

ในแง่ของอำนาจการตัดสินใจ อีลอน มัสก์จะยังคงถือสิทธิ์ออกเสียงมากกว่า 80% ของบริษัท แม้หลังการIPO แล้ว ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยจากปัจจุบัน ซึ่งนั่นหมายความว่า อีลอน มัสก์ จะยังเป็นผู้กำหนดตัวผู้บริหารบริษัท, ทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์ระยะยาวแทบทั้งหมด

ด้วยอำนาจที่รวมศูนย์อยู่กับ อีลอน มัสก์ มากขนาดนี้ บริษัท SpaceX อาจไม่จำเป็นต้องมีกรรมการอิสระที่เป็นบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงกับบริษัทเลยก็ได้ สถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนบางส่วน เพราะอำนาจตัดสินใจแทบทั้งหมดจะกระจุกตัวอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว

รายงานของ Harvard Law School เตือนว่า โครงสร้างอำนาจลักษณะนี้สร้างความเสี่ยงต่อผู้ถือหุ้นรายอื่น เพราะผู้บริหารและบุคคลวงในของ SpaceX จะสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับดีลธุรกิจสำคัญต่าง ๆ ได้โดยแทบไม่มีแรงคานอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการ, การทำธุรกรรมกับบริษัทอื่นของของอีลอน มัสก์ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนของตัว อีลอน มัสก์เอง

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นคือการที่ SpaceX ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท AI ของอีลอน มัสก์ อย่าง xAI ซึ่งเริ่มต้นมาจากการที่ อีลอน มัสก์ เข้าไปซื้อ Twitter ในปี 2022 และเปลี่ยนชื่อเป็น X จากนั้น xAI ก็เข้าซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ในปี 2025

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การบริหารที่คาดเดาได้ยาก แถมยังมีธุรกิจจำนวนมากอยู่ในมือพร้อมกัน แต่สำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม ชื่อเสียงของเขาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้นักลงทุนให้เข้ามาลงทุนด้วยเช่นกัน นั่นจึงทำให้มองได้ว่า SpaceX อาจกำลังใช้ความเป็น “แบรนด์ อีลอน มัสก์” สร้างจุดขายให้กับ SpaceX มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว สะท้อนได้จากความพยายามเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าร่วมในวงกว้างกว่าปกติ

การเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX จึงไม่ใช่เพียงการระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่าตลาดทุนทั่วโลกจะยอมให้ "วิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์" มีมูลค่าสูงได้มากเพียงใด และนักลงทุนจะยอมรับโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ในมือของเขาได้แค่ไหนในระยะยาว ซึ่งสุดท้ายแล้วเป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะตัดสินใจว่าหุ้น SpaceX มีมูลค่าคุ้มค่ากับราคานี้หรือไม่

อ้างอิง : bbc.com, bbc.com, google.com/finance

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ IPO SpaceX ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...