หนุนท่องเที่ยวเขตทหาร! "ดร.กัลยาณี" ร่วม "ArmyLand" เยือนศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่-โรงผลิตน้ำแร่ทหาร
">
ดร.กัลยาณี ร่วม ArmyLand ลงพื้นที่ ศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่ครบวงจร และโรงผลิตน้ำแร่หน่วยทหารช่วยเหลือประชาชน
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษเปิดเผยว่า พลโท พลศักดิ์ ศรีเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก ได้จัดกิจกรรมสื่อสัญจร ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานท่องเที่ยวและกีฬาของกองทัพบก ภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวภาครัฐ-เอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนง ได้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมในเขตทหาร เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง-กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย โดยพลโท พลศักดิ์ ศรีเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบกได้มอบหมายให้ พลตรี ภูวดล สุขสวัสดิ รอง ผอ.สง.ททก.ทบ. พลตรีประยุทธ์ สุริยชุตานนท์ รอง ผอ.สง.ททก.ทบ.(สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก) นำคณะ ประกอบด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ ประธานภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารหน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้อง คณะสื่อมวลชน,อินฟลูเอนเซอร์ ฯ ร่วมเดินทางไปในโครงการสื่อมวลชนสัญจร เส้นทาง “ระนอง–ชุมพร” ระหว่างวันที่ 9–12 มิถุนายน 2569
โดยวันแรกคณะได้ไปที่ วัดข่อย ซึ่งอยู่ติดกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่มีศิลปะชั้นสูงของช่างงสิบหมู" มาร่วมสร้างอาคาร มีพระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ ที่ถือเป็นพุทธสถานศิลป์ หนึ่งเดียวในโลก ที่ควรไปชม..
จากนั้นคณะไปที่ วัดสุวรรณคีรี จ.ระนอง ไฮไลท์คือ มีพุทธสุวรรณคีรีเจดีย์ เจดีย์องค์สีทองอร่ามที่ถอดแบบจากศิลปะพม่า เป็นศูนย์รวมแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
วันที่สองของการเดินทางไป ArmyLand กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ชมศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่ครบวงจร และเยี่ยมชมโรงผลิตน้ำแร่ของ ร.25 พัน.2 ที่ ตั้งอยู่ในค่ายรัตนรังสรรค์ เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะมักจะเปิดให้หน่วยงาน องค์กร หรือประชาชนเข้ามาศึกษาดูงานกระบวนการผลิตน้ำดื่มและน้ำแร่สะอาดตามวาระต่างๆ ที่นี่เป็นพื้นที่น้ำพุร้อนธรรมชาติและศูนย์การเรียนรู้ที่หน่วยทหารพัฒนาขึ้นเพื่อบริการชุมชน เป็น น้ำแร่ที่บริสุทธิ์มากไม่มีกลิ่นกำมะถัน
จากนั้นคณะไปวัดบ้านหงาว , จุดชมวิวเขาฝาชี Skywalk ชมวิวเมือง ระนอง 360 องศา , เยี่ยม บ้านร้อยปีเทียนสือ ชมสถาปัตยกรรมโบราณชิโนโปรตุเกสที่เก่าแก่กว่าร้อยปี ว่ากันว่าใครมาระนองแล้วถ้าไม่ได้มาบ้านเทียนสือถือว่าพลาด บ้านนี้ เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล เข้าชมฟรี แต่มีตู้บริจาคตามศรัทธาเพื่อสนับสนุนบ้านให้คงอยู่. เป็นตระกูลที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองระนองคนแรก เรื่องราวคนจีนเชื้อสายฮกเกี้ยนสมัยก่อน มาแล้วถือว่าได้ประโยชน์มากเพราะคุณศุภกร เจ้าของบ้านทายาทอันดับหกมาอธิบายด้วยตนเอง สอนวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์แถบมลายู และสอนวิธีถ่ายภาพให้ถูกต้องได้หลักฮวงจุ้ยที่ดีด้วย นี่คือจิตวิทยาระดับเซียนที่ทำให้ผู้ที่ชอบถ่ายรูปเดินตามติดผู้บรรยายไปฟังทุกจุดโดยไม่ต้องบังคับ คณะปิดท้ายด้วยการไป แช่เท้าน้ำแร่เพื่อรักษาสุขภาพที่บ่อน้ำพุร้อน รักษะวาริน
วันสุดท้ายของการเดินทาง คณะไปแวะคอคอดกระ ชมส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายู มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลองให้ได้ถ่ายภาพ พื้นที่ส่วนนี้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ หากขุดคอคอดกระจะร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวไทย โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายู แต่เนื่องด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับอังกฤษที่เป็นเจ้าของกิจการท่าเรือในปีนังและสิงคโปร์โครงการนี้จึงต้องระงับไป .. จากนั้นคณะไป พระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แล้วไปที่ ArmyLand มณฑลทหารบกที่ 44 จังหวัด ชุมพร เพื่อชมกิจกรรมภายในค่าย โดยมี พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 คอยต้อนรับคณะและจัดกิจกรรม อาชาบำบัด , ทดสอบกำลังใจ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ร่วม ผจญภัย โดยการกระโดดหอสูง ระดับ 34 ฟุต เป็นการท้าทายความกล้าหาญ และพลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ได้มอบเครื่องหมายแสดงความสามารถทางทหาร หรือ "ปีก" สัญลักษณ์ที่แสดงถึงการผ่านหลักสูตรพิเศษ เช่น การโดดร่ม ให้ด้วย
จากนั้นคณะได้เดินทางไปกราบสักการะพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ณ พระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" คณะสื่อมวลชนยังได้ไปเยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ซึ่งพัฒนาไว้ เพื่อเก็บน้ำให้ได้เพียงพอต่อการบรรเทาปัญหาอุทกภัย และเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ที่นี่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ พระมหากรุณาธิคุณของ พระมหากษัตริย์ไทย ได้ชมภาพล้ำค่าของ "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" ที่มีจัดแสดงไว้อย่างสวยงาม ทำให้ การเดินทางครั้งนี้ทุกคนมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นพสกนิกรของพระองค์ในแผนดินไทยที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยปกป้องชาติไทยตลอดมา มีทหารไทยเป็นกำลังพล พลังสำคัญในการพัฒนาชาติ ร่วมขับเคลื่อน ให้ประเทศปลอดภัย ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าอยากไปท่องเที่ยวในเขตทหาร ทุกแห่ง อยากประชาสัมพันธ์ว่า เขตทหารไม่ห้ามเข้า ทหารทุกคนทำงานรับใช้แผ่นดิน เสียสละ ทำโครงการต่างๆเช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง, โครงการทหารพันธุ์ดี โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ฯลฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร โดยกองทัพบกสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในระบบบูรณาการแบบกลุ่ม (Cluster) ระหว่างหน่วยงาน และสภาวะจากสถานการณ์โลก ที่ต้องช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย รวมพลังปรับ บทบาทกองทัพ สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทบ.-ททท.ได้ลงนาม MOU “ส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวการนันทนาการ การกีฬาในเขตทหาร และพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก” เปิดแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร สู่การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย