หลายคนเซอร์ไพรส์ เพิ่งรู้อาชีพเก่า ตูน ปรินดา - ไก่ ภาษิต ไม่ธรรมดาจริง ๆ
จากกรณีแอร์โฮสเตสการบินไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าที่รับหิ้วข้ามประเทศ แลกค่าจ้าง 8,800 บาท จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 มีช่วงพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โดย ตูน ปรินดา และ ไก่ ภาษิต ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากประสบการณ์ตรง ซึ่งทำให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยถึงกับเซอร์ไพรส์ เพราะเพิ่งทราบว่าทั้งคู่เคยเป็นอดีตลูกเรือของการบินไทยมาก่อน
ตูน ปรินดา ซึ่งเคยทำหน้าที่แอร์โฮสเตส เปิดเผยว่า การรับหิ้วของสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การรับของจากบุคคลอื่นไปส่งยังปลายทาง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับคดีที่กำลังเป็นข่าว และการที่ลูกเรือซื้อสินค้าด้วยตัวเอง เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา หรือเครื่องสำอาง เพื่อนำกลับมาขายต่อและบวกค่าหิ้ว
เธอระบุว่า การรับหิ้วแบบที่สองพบเห็นได้ค่อนข้างมาก แต่ตลอดเวลาที่ทำงาน รวมถึงสอบถามเพื่อนที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ไม่เคยพบหรือเคยได้ยินว่ามีกลุ่มรับหิ้วของในลักษณะแบบแรกเลย
ตูนยังเล่าว่า ระหว่างการฝึกอบรมของการบินไทย ครูผู้สอนย้ำเตือนอย่างเข้มงวดว่า ห้ามรับฝากสิ่งของจากผู้อื่นโดยเด็ดขาด ดังนั้นเชื่อว่าแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมน่าจะทราบดีว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้าม ส่วนจะรู้หรือไม่ว่าสิ่งของที่รับหิ้วเป็นอะไรนั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
ขณะที่ ไก่ ภาษิต อดีตสจวร์ดการบินไทย เปิดเผยว่า ตนเองก็เคยรับหิ้วของเช่นกัน แต่เป็นการซื้อสินค้าด้วยตัวเองตามออร์เดอร์ เช่น สบู่และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก่อนนำกลับมาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเป็นรูปแบบที่ลูกเรือหลายคนคุ้นเคย และแตกต่างจากการรับของจากบุคคลอื่นไปส่งโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้ ตูนยังตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติของที่นิยมรับหิ้วมักเป็นสินค้าราคาแพงที่มีส่วนต่างเพียงพอสำหรับค่าหิ้ว แต่ในคดีที่เป็นข่าว กลับเป็นกระเป๋าผ้า 12 ใบ แลกค่าจ้างเพียง 8,800 บาท ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตเช่นกัน
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ตูน ปรินดา - ไก่ ภาษิต ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ดังกล่าว หลายคนก็แอบเซอร์ไพรส์นิดหน่อยว่า เพิ่งจะรู้ว่าอาชีพเก่าของทั้งคู่คือ สจวร์ดและ แอร์โฮสเตส
อ่านข่าวเพิ่มเติม