โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แพทย์อึ้งทั้งทีม! หนุ่มทน "ปัสสาวะขัด" นาน 3 ปี สุดท้ายผ่าเจอ "สิ่งนี้" หนักทะลุ 1.3 กิโล

sanook.com

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อึ้งทั้งโรงพยาบาล! หนุ่มทน

อุทาหรณ์ชายวัยทอง! ทนฉี่ขัดคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ช็อกหมอผ่าเจอนิ่วยักษ์หนักเท่าก้อนอิฐ หวิดไตวายดับ

อาการปัสสาวะติดขัดหรือเจ็บแสบเวลาเข้าห้องน้ำ เป็นสัญญาณเตือนทางสุขภาพที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะผู้ชายวัยกลางคนทื่ชอบทึกทักเอาเองว่าเป็นเพียงแค่อาการต่อมลูกหมากโตตามวัย ทว่าเคสอุทาหรณ์ล่าสุดจากประเทศจีนอาจทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดทันที เมื่อความชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้นาน 3 ปี กลับเพาะก้อนนิ่วยักษ์ขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ 2 กำปั้นชนกันซ่อนอยู่ในร่างกาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวชวนตะลึงที่เกิดขึ้นในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อผู้ป่วยชายวัย 56 ปี นามสมมุติ "นายเฉิน" ได้เข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินที่แผนกศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยแพทย์กวางตุ้ง (วิทยาเขตสวีเวิน) หลังพบว่า มีก้อนนิ่วยักษ์ขนาด 10x13 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 1.3 กิโลกรัม ฝังอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นสถิติก้อนนิ้วในกระเพาะปัสสาวะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในพื้นที่ทางตะวันตกของมณฑล

3 ปีแห่งความทรมาน: คิดว่าโรคคนแก่ ที่ไหนได้ภัยเงียบโตคับท้อง

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน นายเฉินเริ่มมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกะปริดกะปรอย และมีอาการเจ็บแสบขัดอย่างรุนแรงทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ แถมบ่อยครั้งที่ปัสสาวะอยู่ดี ๆ น้ำปัสสาวะก็หยุดไหลกลางคัน จนเขาต้องคอยเปลี่ยนท่านั่งหรือท่ายืน และพยายามเบ่งอยู่พักใหญ่ถึงจะปัสสาวะต่อได้ นอกจากนี้ในบางครั้งยังมีอาการปัสสาวะปนเลือดและปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายเฉินคิดว่าเป็นเพียงอาการเสื่อมของระบบต่อมลูกหมากตามปกติของชายวัยทอง ประกอบกับตารางงานทำไร่ทำนาที่ยุ่งตลอดปี เขาจึงเลือกที่จะซื้อยากินประทังอาการไปวัน ๆ โดยไม่ยอมไปพบแพทย์ จนกระทั่งระยะหลังอาการทวีความรุนแรงขั้นสุด ในตอนกลางวันเขาไม่สามารถเดินทางไปไหนไกล ๆ ได้เลยเพราะปวดปัสสาวะตลอดเวลา ส่วนตอนกลางคืนต้องสะดุ้งตื่นมาเข้าห้องน้ำวันละ 3-4 รอบ จนร่างกายทรุดโทรมจากการนอนไม่พอ เมื่อทนพิษบาดแผลไม่ไหว ครอบครัวจึงตัดสินใจหามส่งโรงพยาบาล

ผลการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ทำเอาทีมแพทย์ถึงกับช็อก เพราะก้อนนิ่วยักษ์นั้นได้เข้าไปเบียดและยึดพื้นที่ภายในกระเพาะปัสสาวะจนเกือบหมด ส่งผลให้ท่อไตและกรวยไตทั้งสองข้างเกิดอาการบวมน้ำอย่างรุนแรง พร้อมทั้งมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะขั้นวิกฤต ซึ่งแพทย์เตือนว่าหากมาช้ากว่านี้เพียงเล็กน้อย ก้อนนิ้วจะกดทับจนไตสูญเสียการทำงาน นำไปสู่ภาวะสารพิษคั่งในเลือด (Uremia) และไตวายเฉียบพลันอันตรายถึงชีวิต

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมผู้ชายต้องระวัง

นพ. หลิน หยวน รองหัวหน้าแผนกศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ อธิบายว่า นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดจากการที่น้ำปัสสาวะตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานานเกินไป จนสารอนินทรีย์และแร่ธาตุต่าง ๆ เกิดการตกตะกอน จับตัวกันเป็นผลึกแก้ว และพอกพูนขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา

สำหรับเพศชายสูงอายุ สาเหตุหลัก ๆ มักมีจุดเริ่มต้นมาจาก โรคต่อมลูกหมากโต ภาวะทางเดินปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง หรือระบบประสาทควบคุมกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้หมดจด จนเกิดน้ำปัสสาวะตกค้างกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะก้อนนิ่วในที่สุด

คู่มือป้องกันโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะตามหลักการแพทย์

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะเน้นย้ำว่า โรคนิ่วเป็นโรคที่สามารถป้องกันและตัดวงจรการเกิดได้ง่าย ๆ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน 6 ข้อดังนี้:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 1.5 – 2.5 ลิตร เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของปัสสาวะ ลดการตกตะกอนของผลึกแร่ธาตุ

  • ห้ามกลั้นปัสสาวะเด็ดขาด: การกลั้นปัสสาวะนาน ๆ จะทำให้กระเพาะปัสสาวะหมักหมมเชื้อโรคและตะกอน นำไปสู่การติดเชื้อและการก่อตัวของก้อนนิ่ว

  • ลดการทานเค็มและอาหารที่มีออกซาเลตสูง: ควบคุมอาหารรสจัด ของหมักดอง อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์ส่วนเครื่องใน

  • รักษาโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง: หากมีอาการต่อมลูกหมากโตหรือทางเดินปัสสาวะอักเสบบ่อย ๆ ต้องรักษาให้หายขาด ไม่ควรซื้อยาชุดกินเอง

  • ขยับร่างกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญ ลดการตกค้างของสารส้มในระบบขับถ่าย

  • ตรวจสุขภาพและอัลตราซาวด์ประจำปี: การตรวจปัสสาวะและทำอัลตราซาวด์ระบบทางเดินปัสสาวะจะช่วยให้พบก้อนนิ่วตั้งแต่ขนาดเท่าเม็ดทราย ซึ่งรักษาได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...