โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานโรงเรียน ส่งคืนมือถือ ที่ยึดจากนักเรียน ให้แม่ของเด็กแล้ว รับที่ผ่านมานำไปขายนำเงินมาซื้อขนมแจก

Khaosod

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 08.24 น.
ประธานโรงเรียน ส่งคืนมือถือที่ยึดจากนักเรียน ให้แม่ของเด็กแล้ว รับที่ผ่านมา เครื่องที่ถูกยึด จะถูกนำไปขายนำเงินมาซื้อขนมแจก รับไม่ใช่ครั้งแรกเลยที่ไม่คืนให้เด็ก

ประธานโรงเรียน ส่งคืนมือถือ ที่ยึดจากนักเรียน ให้แม่ของเด็กแล้ว รับที่ผ่านมา เครื่องที่ถูกยึด จะถูกนำไปขายนำเงินมาซื้อขนมแจก รับไม่ใช่ครั้งแรกเลยที่ไม่คืนให้เด็ก

กรณี ครูยึดโทรศัพท์นักเรียน เมื่อขอคืนแต่ครูไม่ให้ และต้องจ่ายเงิน 10,000 บาท ตามกฏของโรงเรียน ทางครอบครัวไม่ยอม จึงตัดสินใจให้นักเรียนลาออกจากโรงเรียนและขอทรัพย์สินคืน แต่ครูกลับไม่ให้

ความคืบหน้าล่าสุด น้าชายของเด็กนักเรียนอายุ 17 ปี ที่ถูกครูยึดโทรศัพท์มือถือ เปิดเผยว่า หลานชายขึ้นมาเรียนที่กรุงเทพเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เรียนได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็หนีกลับบอกว่า ถูกครูยึดโทรศัพท์ ตนเองจึงบอกหลานไปว่า ถ้าเล่นโทรศัพท์ในห้องจริงผิดก็ต้องยอมรับผิด จากนั้นจึงพา หลานไปที่โรงเรียนเพื่อจะติดต่อขอโทรศัพท์คืน

เมื่อไปถึงก็เจอครูที่เป็นคนยึดโทรศัพท์ ซึ่งทางครูบอกว่า ยึดแล้วไม่ให้คืน จะต้องมีการประชุมกับคุณครูท่านอื่นว่าจะทําอย่างไรกับเรื่องนี้ เนื่องจากการเล่นโทรศัพท์มือถือในห้องเรียนทางศาสนาค่อนข้างเข้มงวดในเรื่องนี้ ซึ่งตนเองได้บอกว่าจะขอซื้อโทรศัพท์คืนในราคา 1,500 บาท เพราะ 10,000 บาทมากเกินไป แต่ทางครูไม่ยินยอมบอกเพียงว่าต้องมีการประชุมหารือ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือในห้อง แม้จะเป็นเรื่องที่เข้มงวด แต่ปกติแล้วหากถูกยึดโทรศัพท์จะถูกเก็บไว้จนปิดเทอมจะคืนโทรศัพท์ให้ โดยไม่มีการเรียกเงินแต่อย่างใด

เมื่อถามว่ามีเรื่องปัญหาอื่นนอกจากเรื่องโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เช่น ค้างค่าเทอม ทางน้าชาย ระบุว่า เรื่องนี้ตนเองไม่ทราบรู้เพียงว่าต้องไปติดต่อขอโทรศัพท์มือถือคืนเท่านั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ มูลนิธิสอนศาสนา ย่านคลองเก้า เขตหนองจอก พบว่าประตูด้านหน้า ของโรงเรียนสอนศาสนาปิดรั้วสนิท จากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียง บอกว่าปกติ ประตูจะเปิดแง้มไว้ แต่วันนี้กลับปิดสนิทไม่เหมือนกับที่ผ่านมา ชาวบ้านพาเดินไปบริเวณซอยด้านหลังของ มูลนิธิสอนศาสนาที่เป็นพงหญ้าด้านในเป็นประตูหลังของโรงเรียน

ได้พบกับประธานมูลนิธิสอนศาสนา ระบุว่า ทางโรงเรียนมีกฎชัดเจนมีการอธิบายก่อนที่จะเข้ามาเรียนศาสนา ว่าห้ามใช้โทรศัพท์มือถือภายในโรงเรียนโดยเด็ดขาด และเมื่อเทอมที่แล้วนักเรียนคนดังกล่าวเคยถูกครูยึดโทรศัพท์ แล้วมีการเจรจาขอคืนเพื่อนำส่งให้ผู้ปกครองที่ต่างจังหวัด

ปรากฏว่าเทอมถัดมานำมาใช้และโอ้อวดเพื่อนในชั้นเรียน และเมื่อครูเห็นจึงยึด ประกอบกับเด็กมีท่าทีไม่พอใจ ทำให้ครูต้องใช้มาตรการเด็ดขาดโดยการยึด ซึ่งเป็นกฎที่ทำแบบนี้มาโดยตลอดไม่ใช่เคสนี้เป็นครั้งแรก

เมื่อถามถึงการเจรจา ประธานมูลนิธิสอนศาสนาบอกว่าหลังจากเกิดเหตุผู้ปกครองไปแจ้งความที่จังหวัดนราธิวาส มีเพียงพนักงานสอบสวนโทรมาคุยเท่านั้น ส่วนที่ว่าจะนำไปขายและเปลี่ยนเป็นเงิน ยอมรับเป็นเรื่องจริงเพราะที่ผ่านมามีเคยทำแบบนี้ แต่เป็นโทรศัพท์ในราคาหลักพัน และเงินที่ได้ก็นำมาซื้อขนมให้กับนักเรียนในโรงเรียน แต่ครั้งนี้โทรศัพท์มีราคาสูง จึงอาจทำให้เป็นประเด็น

เบื้องต้นได้คุยกับทางผู้ปกครองของเด็กแล้วมีการถอนแจ้งความและนัดคืนโทรศัพท์กัน แต่ยังต้องมีการเสียค่าปรับ ตามกฎของโรงเรียนเพื่อเป็นบรรทัดฐานในกฎเกณฑ์ของโรงเรียน

สำหรับคุณครู ที่ยึดโทรศัพท์ มูลนิธิไม่ได้มีการคาดโทษทัณฑ์บนเพราะคุณครูปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน และทุกครั้งที่มีการเจรจากับทางฝั่งผู้ปกครองทางโรงเรียนพูดให้มารับโทรศัพท์คืนที่โรงเรียนจะไม่ส่งทางไปรษณีย์เพื่อต้องการที่จะให้มีการเจรจามีการขอโทษ และโรงเรียนไม่ได้โทษเด็กยินดีรับกลับเข้ามาเรียนเหมือนเดิมหากเด็กต้องการกลับมา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มูลนิธิสอนศาสนา ได้นำโทรศัพท์มือถือ ส่งไปรษณีย์คืนให้กับแม่ของเด็กนักเรียน ที่จ.นราธิวาส แล้ว

ข่าว ยึดมือถือนักเรียน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประธานโรงเรียน ส่งคืนมือถือ ที่ยึดจากนักเรียน ให้แม่ของเด็กแล้ว รับที่ผ่านมานำไปขายนำเงินมาซื้อขนมแจก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...