โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“หนานซา” อดีตดินแดนเกษตรกรรม สู่เมืองกีฬาและศูนย์กลางเทนนิสโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 07 มิ.ย. เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. เวลา 08.03 น. • เดลินิวส์
ที่นี่เคยเป็นดินแดนแห่งเกษตรกรรม การทำประมง และประตูด่านหน้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเลอันเก่าแก่ แต่วันนี้ที่นี่กลายเป็นเขตเศรษฐกิจและเมืองกีฬาที่ทันสมัย ที่นี่ “หนานซา”

ด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของหนานซาในอดีตเกิดจากการทับถมของตะกอนดินและโคลนที่ไหลมาตามแม่น้ำเพิร์ล สะสมเป็นเวลาหลายพันปีจนกลายเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ นับตั้งแต่ยุคโบราณพื้นที่แถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงและเกษตรกรเพาะปลูกข้าว ทำให้มีวัฒนธรรมริมน้ำที่เรียกว่า "วัฒนธรรมตั้นเจีย" ซึ่งเป็นคำเรียกชาวเรือที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือเป็นหลัก

วันนี้หนานซาก้าวขึ้นสู่ทำเลทองเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) นอกจากความโดดเด่นด้านโลจิสติกส์และนวัตกรรมดิจิทัลแล้ว หมุดหมายใหม่ที่รัฐบาลจีนกำลังผลักดันอย่างจริงจังคือการเปลี่ยนโฉมหนานซาให้กลายเป็น “เมืองแห่งกีฬา” และจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

เขตหนานซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “นครกว่างโจว” ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าอย่างลงตัว

หนานซาไม่ได้เป็นเพียง "เขตใหม่ระดับชาติ" และ "เขตการค้าเสรีนำร่อง" เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ "เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า" โดยสถานะเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้เปิดโอกาสให้หนานซาริเริ่มแนวทางใหม่ในการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ผ่านการผสานพลังของ "วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กีฬา เทคโนโลยี ความเปิดกว้าง" เข้าด้วยกัน

เพราเป็นเขตเดียวของนครกว่างโจวที่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง จึงโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่ผสานภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม แม่น้ำ ทะเล และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ความหลากหลายของภูมิประเทศได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์

ทางตอนเหนือนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขา ชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสัมผัสมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ใจกลางเมืองเหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศเมือง ส่วนทางตอนใต้ถือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในทัศนียภาพชายทะเล การดูนก และการลิ้มรสเมนูอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่แห่งลุ่มน้ำ

"หนานซามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงอย่างครอบคลุม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น" เจ้าหน้าที่จากเขตหนานซา นครกว่างโจว กล่าวในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) ที่เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด “Shape the Future in Nansha”

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กีฬาได้กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของเขตหนานซา โดยมีสนามกีฬาขนาดใหญ่ความจุ 60,000 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่มขนาด 20,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ว่ายน้ำและกระโดดน้ำขนาด 4,000 ที่นั่ง ขณะเดียวกันศูนย์เทนนิสนานาชาติหนานซายังขึ้นชื่อว่ามีคอร์ตดินจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่นันทนาการหลากหลาย ทั้งเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งยาว 20 กิโลเมตร ศูนย์กีฬาทางน้ำครบวงจร และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม โดยที่ผ่านมาหนานซาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสำคัญมาแล้วหลายรายการ อาทิ การแข่งขันวูซูและเทนนิสในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 รวมถึงการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป

ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นเทนนิสในหนานซาเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เป็นมากกว่า 20,000 คน สะท้อนการพลิกโฉมจาก "ดินแดนไร้เทนนิส" สู่ "ศูนย์กลางเทนนิสระดับโลก" ขณะเดียวกันกีฬาชายฝั่งอย่างการพายคายัก แพดเดิลบอร์ด เรือใบ และเรือยอชต์ ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการปั่นจักรยานในเมือง และการตั้งแคมป์กลางแจ้ง

และด้วยทำเลที่ตั้ง ณ ใจกลางเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) หนานซาจึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของปากแม่น้ำเพิร์ล อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติ ควบคู่กับการออกนโยบายอนุญาตให้เรือยอชต์จากฮ่องกงและมาเก๊าสามารถเดินทางขึ้นเหนือได้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง

ไม่ใช่เพียงแค่ท่าเรือสำราญนานาชาติเขตหนานซา ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือสำราญนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน แต่ยังมีเรือสำราญขนาดยักษ์ที่ต่อขึ้นภายในประเทศจีน "Adora Flora City" เตรียมออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์จากหนานซา พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เฟรดดี ยิป ฮิงหนิง ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวฮ่องกง และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง (เขตหนานซา นครกว่างโจว) กล่าวว่า หนานซาเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รายล้อมด้วยทัศนียภาพงดงามทั้งขุนเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์แห่งอาหารรสเลิศ ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัวของชาวฮ่องกงได้อย่างลงตัว จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนคุณภาพสูงอย่างแท้จริง

หนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติอันโดดเด่นของหนานซาก็คือ “อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำหนานซา” แม้เป็นสถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่วันนี้ที่นี่คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในกวางโจว มีนกอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว การเดินเล่นผ่อนคลายในอุทยานและชื่นชมดอกไม้นานาพันธุ์และดอกลิลลี่น้ำใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง บริเวณเขตสงวนส่วนกลางมีนกหลายพันตัวอาศัยอยู่ หากไม่เดินสามารถนั่งเรือเที่ยวชมได้ด้วย ซึ่งได้เห็นต้นไม้และพืชพรรณธรรมชาติที่พริ้วไหวไปกับสายลม นอกจากนี้ยังมีสวนนกซึ่งเปิดให้บริการในบางช่วงเวลา

ขณะที่ “พระราชวังเทียนโหวหนานซา” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขาต้าเจียวในเมืองกว่างโจว หันหน้าไปทางทะเลหลิงติง ซึ่งเป็นปากแม่น้ำเพิร์ลครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100 เฮกตาร์ โดยผสมผสานรูปแบบของพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่งเข้ากับความยิ่งใหญ่ของสุสานซุนยัตเซ็นในหนานจิง ถือเป็นกลุ่มอาคารพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เทพีแห่งท้องทะเลมาจูซึ่งเชื่อกันว่ามีชื่อจริงว่า “หลินโม” ว่ากันว่าหลินโมเคยช่วยเหลือผู้คนในยามเรืออับปาง และนั่นเป็นเหตุผลที่เชื่อกันว่าเธอเป็นอวตารของมาจู เทพีแห่งท้องทะเลที่ผู้ศรัทธากว่า 100 ล้านคนในกว่า 20 ประเทศ

เมื่อเดินทางมาถึงนักท่องเที่ยวจะได้เห็นจัตุรัสเทียนโหวเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพีเทียนโหวขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 14.5 เมตร ทำจากหินแกรนิต 365 ชิ้น เปรียบเสมือนการให้พรแก่ชาวประมงตลอดทั้งปี นอกากนี้ยังมีหอคอยหนานหลิง หอคอยหนานหลิงมีแปดชั้น สูง 45 เมตร เป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยมสำหรับชมทิวทัศน์รอบพระราชวัง ส่วนป้อมปราการภูเขาต้าเจียว จัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงถึงความกล้าหาญของทหารจีนในการต่อสู้ต่อสู้กับผู้รุกรานจากต่างชาติในช่วงสงครามฝิ่นในศตวรรษที่ 19 และสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ค.ศ. 1931-1945

อิฐสีน้ำเงินและกระเบื้องสีดำของเมืองริมน้ำตงชง ถ่ายทอดเรื่องราวของหลิงหนานในอดีต ขณะที่ผ้าไหมเซียงอวิ๋น และบทเพลงเซียนสุ่ย สะท้อนการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชุมชนชาวประมงทันก้า เมืองริมน้ำ และประวัติศาสตร์ทางทะเล ล้วนหล่อหลอมรากฐานทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานซา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...