โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กองปราบปราม รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองปราบปราม รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย

1. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับได้บริเวณห้องเช่า ซอยประปา 2 ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

2. นายบี (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมได้บริเวณหน้าบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

พร้อมของกลาง

1. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
2. โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A50 ที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินรวม 2 ล้านบาท ก่อนจะไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่รับโอนเงินในลำดับแรก

จากการสืบสวนขยายผล นายบี (นามสมมุติ) ถูกชวนเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการใน สปป.ลาว พร้อมตกลงรับค่าจ้างร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ถอนออกมา จากนั้นนายบี (นามสมมุติ) ได้ชักชวน น.ส.เอ (นามสมมุติ) เข้าร่วมขบวนการ ทำหน้าที่เดินทางไปถอนเงินสดจากธนาคาร ภายหลังผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาท แก๊งได้แบ่งเงินเข้าบัญชีของนายบี (นามสมมุติ) และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) คนละ 1 ล้านบาท โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที น.ส.เอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางไปถอนเงินสดออกจากธนาคารทันที ส่วนเงินอีก 1 ล้านบาท ก็ถูกถอนออกโดยผู้ร่วมขบวนการเช่นกัน ซึ่งการปฏิบัติงานในครั้งนี้ทั้งสองจะได้รับค่าจ้างและค่าความรวดเร็วรวมประมาณ 20,000 บาท

หลังถอนเงินสดได้เกือบ 2 ล้านบาท น.ส.เอ (นามสมมุติ) กลับไม่นำเงินจำนวน 1 ล้านบาทไปส่งมอบให้เครือข่ายตามที่ตกลงไว้ แต่ปิดโทรศัพท์และหลบหนีไป โดยไปกบดานในพื้นที่จังหวัดนครพนม ก่อนจะย้ายไปซ่อนตัวที่จังหวัดระยอง เมื่อเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่บริเวณธนาคาร ทราบว่าเงินถูกเชิดหนี จึงเข้าควบคุมตัวนายบี (นามสมมุติ) ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมยึดเงินสดจำนวน 994,100 บาท ก่อนบังคับขึ้นรถยนต์พาข้ามพรมแดนบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต เพื่อใช้เป็นตัวประกันกดดันให้ น.ส.เอ (นามสมมุติ) นำเงินมาคืน กระทั่งภายหลังมีผู้เข้ามาช่วยเจรจา นายบี (นามสมมุติ) จึงได้รับการปล่อยตัว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) และนายบี (นามสมมุติ) ได้สำเร็จ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าเคยทำหน้าที่รับโอนและถอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...