EA ลั่นสภาพคล่องสูง อีวีดันผลงาน Q2 ต่อ
#EA #ทันหุ้น – EA ลั่นกระแสเงินสดแกร่ง! มั่นใจสภาพคล่อง 12 เดือนข้างหน้าฉลุย ภาระหนี้ 3 ปีลดฮวบเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาทมีจ่ายไม่หืดจับ แย้มไตรมาส 2/2569 ผลประกอบการจ่อฟื้นตัวเด่น อานิสงส์เร่งระบายสต๊อก EV พร้อมกางแผนส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้า ขสมก. 1,520 คัน ไตรมาส 2/2570 ส่วนน้ำมัน SAF และดีเซลไฮโดรเจน คาดผลิตได้ในปีนี้
นายธนรัฐ โรจนวิภาต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ และวางแผนการลงทุนบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัทมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยไม่มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
บริษัทยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดต่อไป ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้อย่างเข้มแข็งในระดับมากกว่า 2,000 ล้านบาท ติดต่อกันมาทุกไตรมาสในช่วงปีที่ผ่านมา และสิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,037 ล้านบาท
ทั้งนี้ผลดีจากการดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงินช่วยให้ภาระการชำระหนี้คืนเงินต้นรวมทั้งเงินกู้และหุ้นกู้ในช่วงปี 2569-2571 ลดลงเหลือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่สูงกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว บริษัทมั่นใจว่าจะมีเพียงพอสำหรับการชำระหนี้ที่จะเกิดขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าได้
นอกจากนี้ ฐานะทางการเงินของบริษัทยังมีความมั่นคงด้วย โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E อยู่ที่ 1.59 เท่า และมีอัตราส่วนสภาพคล่อง รวมถึงอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วที่สูงกว่า 1 เท่า
@โครงสร้างธุรกิจ
สำหรับภาพรวมโครงสร้างธุรกิจของ EA ในปัจจุบัน ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ทั้งแสงอาทิตย์, ลม และขยะ, ธุรกิจไบโอฟูเอล, ธุรกิจระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์, สถานีชาร์จ และแบตเตอรี รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศ โดยหนึ่งในโครงการสำคัญที่เพิ่งเริ่มสร้างรายได้ใหม่ในไตรมาส 1/2569 คือโครงการกำจัดขยะที่เกาะล้าน จ.ชลบุรี ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 มีความสามารถในการกำจัดขยะได้ 100 ตันต่อวัน โดยโครงการนี้เน้นการจัดการขยะเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการผลิตไฟฟ้า
และบริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายแห่ง อาทิ โครงการพลังงานลมที่ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ PPA กับ กฟผ. เรียบร้อยแล้วในพื้นที่ จ.มหาสารคาม และคาดว่าจะลงนามในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ด้านโครงการกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้า ที่ จ.ภูเก็ต ปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างประมาณ 50% คาดว่าจะ COD ได้ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่โครงการที่ จ.ปทุมธานี อยู่ระหว่างรอการเปิดให้ลงนาม PPA จากภาครัฐ
@รถเมล์ไฟฟ้า
ส่วนความคืบหน้าโครงการรถเมล์ไฟฟ้า E-Bus กับ ขสมก. จำนวน 1,520 คันนั้น บริษัทคาดว่าจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกจำนวน 500 คันได้ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า อีกทั้งตั้งเป้าหมายจะส่งมอบจำนวนที่เหลือให้ครบทั้งหมดภายในช่วงเวลาไตรมาสเดียวกันนี้ โดยคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาทเศษต่อคัน ซึ่งจะทำให้ปี 2570 รายได้จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างชัดเจน จากปีปัจจุบันที่รายได้หลักส่วนใหญ่ยังคงมาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสนใจในแผนการทำธุรกิจหัวรถจักรไฟฟ้า หรือ EV Locomotive โดยมีความพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายภาครัฐหากมีการปรับเปลี่ยนจากรถจักรดีเซลมาเป็นไฟฟ้า สำหรับการตัดจำหน่ายสินทรัพย์หรือการขายธุรกิจออกไปเพิ่มเติมนั้น มองว่าจะมีโอกาสจำกัดมาก เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการไปเป็นจำนวนมากแล้วในช่วงปี 2567-2568 โดยเฉพาะในส่วนของลูกหนี้และสินค้าคงคลังกลุ่ม EV
@อีวีหนุนโค้งสอง
สอดรับกับคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 จะเห็นการฟื้นตัวที่ดียิ่งขึ้นจากการเร่งระบายสินค้าคงคลังในกลุ่มธุรกิจ EV หลังจากเห็นสัญญาณการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการและยอดจองที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้น โครงการที่ จ.พิษณุโลก ถือเป็นโครงการสุดท้ายที่ได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder ซึ่งได้หมดอายุลงไปแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2569 สำหรับแนวโน้มธุรกิจไบโอฟูเอล บริษัทได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานมาเป็นรูปแบบรับจ้างผลิตมากขึ้น เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาวัตถุดิบและรักษาเสถียรภาพของกำไร พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบเพื่อเตรียมผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วแบบเติมไฮโดรเจนซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้