โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้นไทยโดน Naked Short ป่วน เรื่องจริง หรือ คิดไปเอง ?

efinanceThai

เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 10.33 น.

วงการเทรดเผย Naked Short Selling ผ่านโรบอทของนักลงทุนต่างชาติกำลังป่วนหุ้นไทย และนักลงทุนในประเทศ ดูดความเชื่อมั่นหาย ฉุดวอลุ่มตลาดฯ วูบ จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องหามาตรการแก้ไข ฟาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันไม่พบเหตุ ตรวจสอบแล้วทุกช่องทาง พร้อมยืนกรานดูแลนักลงทุนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

*** โปรแกรมเทรดตัดขารายย่อย ความเชื่อมั่นหาย วอลุ่มตลาดวูบ

Algorithmic Trading หรือที่เรียกว่าโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ หรือโรบอทเทรด หรือ High-frequency trading (HFT) จากนักลงทุนต่างประเทศ ถูกมองว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผ่วนและวอลุ่มการซื้อขายหดหายไป

จากการสอบถามข้อมูลจาก ผู้บริหารโบรกเกอร์, นักวิเคราะห์ รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ ให้ความเห็นตรงกันว่า โปรแกรมเทรดโดยเฉพาะกลุ่ม HFT จากนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนในประเทศหายไปจากตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายย่อย

สาเหตุสำคัญคือโปรแกรมที่นักลงทุนต่างชาติใช้มีความไวในการซื้อขายสูง และมีต้นทุนที่ถูกกว่า ขณะที่รายย่อยในประเทศไม่สามารถใช้โปรแกรมเทรดแบบเดียวกันได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการซื้อขายระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มเดย์เทรด ที่ถูกโปรแกรมดักหน้า ดักหลัง ทั้งขาขึ้นและขาลง

ปัจจุบันโปรแกรมเทรดมีสัดส่วนการซื้อขายสูงระดับ 30-40% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาดเลยทีเดียว ต่างจากสิ้นปี 64 ที่มีสัดส่วนราว 20-30% เท่านั้น

ตัวเลขที่สะท้อนผลกระทบได้ดีคือ ช่วงที่สัดส่วนโปรแกรมเทรดอยู่ที่ราว 20% +/- มูลค่าการซื้อขายตลาดหุ้นไทยอยู่ที่เฉลี่ย 8 หมื่นล้านบาทต่อวัน ยันกว่า 1 แสนล้านบาทต่อวัน

แต่ปัจจุบันสัดส่วนโปรแกรมเทรดขึ้นมาสูงเฉียด ๆ 40% มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยกลับเหลือเพียง 4 - 5 หมื่นล้านบาทต่อวันเท่านั้น เป็นไปได้ว่านักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศเริ่มขยาด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับที่ตลาดหลักทรัพย์พยายามชักชวนนักลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาว แต่กลับปล่อยให้โปรแกรมเทรดที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้นมาก ๆ แบบเร็ว ๆ มามีบทบาทกับตลาดหุ้นไทย

*** Naked Short เข้ามาป่วนซ้ำ

ที่สำคัญเกิดการปล่อยให้กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ใช้โปรแกรมเทรดทำ Naked Short Selling หรือขาย Short โดยไม่มีหุ้นในมือ ซึ่งใช้ช่องโหว่ผ่านผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) จากต่างประเทศ โดยเวลาส่งออเดอร์ให้โบรกเกอร์ เขาจะไม่เห็นว่ามีหุ้นอยู่จริงหรือไม่แบบเรียลไทม์ จากนั้นก็จบรายการซื้อขายภายในวัน (Net Settlement) ก็ไม่ต้องไปหาหุ้นมาคืน หรือหากปิดดีลไม่ได้ ก็ค่อยไปยืมหุ้น แล้วค่อยเก็บในตลาดในราคาต่ำ (ถล่มขายไปก่อนแล้ว) มาคืนได้ เพราะมีเวลาคือ T+2 ซึ่งลูปนี้ถือเป็นช่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบและแก้ไข

จากเดิมที่กลุ่มโปรแกรมเทรด และ HFT เทรดก็ป่วนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในประเทศไปมากแล้ว หากมีการทำ Naked Short Selling มาซ้ำเติมอีก ตลาดหุ้นไทยแย่แน่ ๆ เพราะความเชื่อมั่นและวอลุ่มการซื้อขายจะค่อย ๆ หายไป เหมือนบางประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งหน่วยงานที่กำกับดูแลต้องหามาตรการมาดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นมีความเหลื่อมล้ำแบบไม่เป็นธรรมอยู่

*** ตลท.ย้ำตรวจทุกช่องทางแล้ว ไม่พบ Naked Short

ทันใดนั้นในวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นำโดย "ดร.ภากร ปีตธวัชชัย" ออกมายืนยันว่า ไม่พบการทำ Short Sell ที่ผิดกฎหมาย หรือ Naked Short Selling ในทุกช่องทางที่ตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) จากต่างประเทศ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการมอนิเตอร์ข้อมูลอย่างเข้มงวดสม่ำเสมอ หากพบการซื้อขายที่ผิดปกติจะสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทันที

ทั้งนี้ ตลท.ได้ยกตัวอย่างหุ้นต้องสงสัยถูกทำ Naked Short Selling ซึ่งเผยแพร่เป็นไวรัลในโซเชี่ยลมีเดีย นั่นก็คือ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่มีการแชร์ว่าเมื่อ 12 ก.ค.66 มีคำสั่งขายลึกลับถึง 30 ล้านหุ้น

แต่เรื่องนี้ ตลท.ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คำสั่งขาย 30 ล้านหุ้น ไม่ได้มาจากโปรแกรมเทรดของนักลงทุนต่างชาติ เป็นคำสั่งขายของผู้ลงทุนในประเทศที่ถือครองหุ้นมากกว่าจำนวนที่ตั้งคำสั่งขาย จึงไม่ใช่การ Short Sell ที่สำคัญคำสั่งขายดังกล่าวไม่เกิดการ Match เลย และไม่ได้กระทบกับราคาหุ้นช่วงเวลาที่วางคำสั่งไว้ หลังจากนั้นภายใน 20 นาทีก็มีการถอนคำสั่งขายทั้่งหมดและไม่กลับมาอีกเลยตลอดวันทำการ

ที่สำคัญย้ำอีกว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีการดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ในทุกวัน โดยหากพบกรณียืมหุ้นมาซื้อขาย ปกติจะสุ่มสอบถามว่าเป็นการยืมหุ้นโดยถูกต้องหรือไม่ แต่กรณีที่พบการขายก่อนจำนวนมาก แล้วซื้อคืนระหว่างวัน โดยไม่มียอดยืมหุ้นยกมา ก็จะมีการสอบถามไปยัง บล.เพื่อขอหลักฐานการยืมหุ้น และดำเนินการรูปแบบนี้ทุกบัญชีจากทุก บล.ไม่มีข้อยกเว้น

"เรามีเครื่องมือในการมอนิเตอร์การซื้อขายโดยละเอียดแบบบเรียลไทม์ เช่น ณ การซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ สัดส่วน Short Sell คือ 9.51% มูลค่าการซื้อขาย 3,481 ล้านบาท โดยสัดส่วนโปรแกรมเทรด (ที่ไม่ใช่ HFT) อยู่ที่ 36.64% ส่วนใหญ่อยู่ใน SET50 ประมาณ 40% และ DW ราว 30% ดังนั้นอยากให้มั่นใจได้ว่าเราตามข้อมูลตลอด ทั้งหุ้นรายตัว รายอุตสาหกรรม และภาพรวมทั้งตลาดฯ " ผู้จัดการ ตลท.กล่าว

ขณะที่ปีนี้พบกรณีต้องสงสัยบ้างหลายรายการเกี่ยวกับกรณี Short Sell ที่ผิดปกติ แต่เมื่อสอบถามไปยัง บล.ก็ได้รับหลักฐานการยืมหุ้นครบถ้วน ดังนั้นยังไม่พบ Naked Short Selling แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสมและเข้าข่ายทำราคาหุ้นก็ได้ส่งต่อไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อไป ซึ่งเป็นกระบวนการปกติอยู่แล้ว

"ไม่ใช่ว่าเรานิ่งนอนใจ หรือไม่ทำอะไรเลย เราตรวจสอบอย่างละเอียดและเข้มงวดทุกการซื้่อขายที่ผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้สื่อข่าวหรือนักลงทุนท่านใดก็ตาม มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในบริษัทไหน ส่งเรื่องมาได้ที่ 02-009-9999 เรายินดีตรวจสอบและชี้แจงเป็นสาธารณะ เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน" ดร.ภากร ย้ำอย่างหนักแน่น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิเคราะห์และนักลงทุน ก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อตามที่ ตลท.ชี้แจงเลยเสียทีเดียว เพราะมันเคยมีการทำ Naked Short มาก่อน แถมยังเป็นช่องทางที่สามารถสร้างกำไรได้ เป็นสิ่งจูงใจให้ใคร ๆ อาจจะอยากทำ ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องไปหาข้อเท็จจริงเพื่อตอบข้อสงสัยที่สังคมกำลังตั้งคำถามมาให้ได้…

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...