โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เพาะพันธุ์ปลาทองขาย เน้นพันธุ์คุณภาพ เพาะได้ไม่ยาก ปลาติดตลาดผลิตขายไม่ทัน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 ม.ค. 2567 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

ปลาสวยงามไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ความนิยมในประเทศยังไม่เคยลดน้อยลง มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตลาดขายปลาสวยงามเป็นที่สนใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาแวะเวียนซื้อกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งตลาดหลักๆ ได้แก่ ตลาดปลาสวยงามจตุจักร และฟิชวิลเลจราชบุรี ถือเป็นตลาดปลาสวยงามระดับต้นๆ ของประเทศ

คุณสมชาย ศรีรักษา หรือคุณเบนซ์เจ้าของบ้านนอกปลาทองฟาร์ม เห็นช่องทางการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามเพื่อสร้างรายได้ จึงได้มาปรับเปลี่ยนเรียนรู้ชีวิตของการเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์ปลา โดยตั้งฟาร์มอยู่บนพื้นดินบ้านเกิดเพื่อเพาะพันธุ์ปลาทองส่งขาย และทำต่อยอดจนครบวงจร จึงทำให้เวลานี้ปลาทองที่ฟาร์มแห่งนี้มีลูกค้าเข้ามาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง

ทิ้งเมืองใหญ่ กลับบ้านเกิด ทำในสิ่งที่รัก จนเกิดรายได้

คุณเบนซ์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และต่อมาได้ย้ายมาทำงานที่บ้านเกิด เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นมีความชอบการเลี้ยงปลาทองอยู่ด้วยเช่นกัน จึงได้เน้นแบบซื้อมาขายไปในช่วงแรก และเมื่อทำมาเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าตลาดน่าจะไปได้ จึงเกิดความคิดที่จะไปเรียนรู้ในเรื่องของการเพาะพันธุ์กับเพื่อนที่รู้จักในจังหวัดราชบุรี จากนั้นมาทำเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาทองแบบครบวงจรในพื้นที่ทำกินของตนเอง

“เริ่มแรกผมไม่ได้คิดจะมาทำเป็นฟาร์ม เพียงแต่เน้นซื้อมาขายไปเท่านั้น พอได้มาลงมือทำจริงๆ จึงได้รู้ว่าในโซนภาคอีสานที่ผมอยู่ ยังไม่มีการเพาะพันธุ์มากนัก จุดนี้จึงมองเป็นโอกาสให้ได้มาทำฟาร์ม เพราะอย่างน้อยเวลาที่ขนส่งก็ทำให้ปลาไม่บอบซ้ำ จึงสามารถขายในโซนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จนเวลานี้ปลาที่ขายบางครั้งก็มีกำลังผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดครับ” คุณเบนซ์ บอก

ปลาทองเพาะพันธุ์ไม่ยาก ถ้ามีใจรัก และทำอย่างตั้งใจ

กว่าจะมาเป็นฟาร์มปลาทองที่ประสบผลสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ คุณเบนซ์ บอกว่า ได้ศึกษาการเพาะพันธุ์อย่างจริงจังและมาเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยลองผิดลองถูกจนเกิดความชำนาญประมาณ 3 ปี จากนั้นขยายพื้นที่การเลี้ยงขึ้นมาเรื่อยๆ จนฟาร์มแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาทองที่ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เรียกว่าเป็นเจ้าดังของพื้นที่นี้ก็ว่าได้

คุณเบนซ์ เล่าต่ออีกว่า ช่วงแรกที่เริ่มทำการเพาะพันธุ์ปลาทองประมาณปี 2560 เริ่มในบ่อซีเมนต์ประมาณ 5 บ่อเท่านั้น และเมื่อกำลังผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงได้ขยับขยายให้ครบวงจรมากขึ้น มีตั้งแต่บ่ออนุบาลที่เป็นบ่อดิน รวมไปถึงบ่อปูนที่ได้มาตรฐานสำหรับเพาะพันธุ์ และใส่บ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ตลอดไปจนถึงบ่อสำหรับส่งขายหน้าร้าน

พ่อแม่พันธุ์ปลาทองที่เหมาะสมนำมาผสมพันธุ์ จะต้องมีโครงสร้างของตัวที่สมบูรณ์ โดยการผสมพันธุ์จะไม่เน้นผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งอายุที่พร้อมสำหรับผสมอยู่ที่ 8-9 เดือนขึ้นไป การผสมจะบ่อย พ่อแม่พันธุ์ให้อยู่ในบ่อเดียวกัน จากนั้นหมั่นสังเกตถ้าเห็นว่าช่วงประมาณ 05.00 น. เห็นปลาทองตัวผู้ว่ายน้ำไล่ต้อนปลาทองตัวเมียแล้ว ประมาณ 06.00 น. จะนำปลาทองตัวเมียมาทำการรีดไข่ออกจากท้อง พร้อมกับรีดน้ำเชื้อปลาทองตัวผู้ผสมเข้าไป

“พอเราผสมน้ำเชื้อกับไข่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก็จะนำไข่ไปอนุบาลในบ่อปูนที่เตรียมไว้ ประมาณ 3 วัน ลูกปลาทองก็จะฟักออกมาเป็นตัว ช่วงแรกจะให้กินเป็นลูกไรสด อยู่ประมาณ 1-2 เดือน ลูกปลาทองก็จะได้ไซซ์อยู่ที่ 1-1.5 นิ้ว จากนั้นทำการคัดตัวที่มีความสมบูรณ์ที่สุด นำไปอนุบาลในบ่อดินอีกครั้งหนึ่ง ปล่อยประมาณ 1,000 ตัว โดยบ่อมีขนาดอยู่ที่ 3×6 เมตร ความลึกประมาณ 1 เมตร โดยปล่อยน้ำอยู่ที่ระดับ 50 เซนติเมตร เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดที่มีโปรตีนอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์ ให้กินวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เลี้ยงอยู่ประมาณนี้ 3-4 เดือน ปลาทองก็จะได้ไซซ์อยู่ที่ 4 นิ้ว เป็นขนาดตัวที่พร้อมส่งขายได้” คุณเบนซ์ บอก

สำหรับโรคที่เกิดขึ้นกับปลาทองในระหว่างการเลี้ยง คุณเบนซ์ บอกว่า มีเจอบ้าง การแก้ไขก็รับมือไปตามช่วงเวลาที่เจอ ส่วนที่ต้องใส่ใจเป็นหลักคือในเรื่องน้ำ หากเลี้ยงในบ่อดิน ต้องทำการเติมน้ำใหม่เข้าไปอยู่เสมอ ส่วนบ่อซีเมนต์ก็ทำการล้างอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ปลาทองมีสุขภาพที่ดีและไม่เกิดความเสียหายจนหมดบ่อ

ส่งขายตลาดทางภาคอีสาน ลูกค้ามั่นใจ ในความสวยของสี

เนื่องจากที่ผ่านมาการค้าขายปลาทองของคุณเบนซ์ เริ่มต้นจากการซื้อมาขายไปจึงทำให้มีพื้นฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว และเมื่อทำการเพาะพันธุ์เองก็ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากการที่ไม่หยุดพัฒนาและเรียนรู้อยู่เสมอนี้เอง จึงทำให้ฟาร์มปลาทองแห่งนี้ลูกค้ามั่นใจถึงคุณภาพของสายพันธุ์และความสวยงามของสีที่เด่นชัดของสายพันธุ์นั้นๆ โดยเกรดปลาทองที่คัดขาย จะมีตั้งแต่เกรดเอ เกรดทั่วไป และเกรดที่คัดทิ้ง

ราคาเกรดเอที่ทางฟาร์มขายอยู่ ขนาดไซซ์ 5 นิ้วขึ้น ราคาอยู่ที่ 2,500 บาท ส่วนเกรดทั่วไปราคาจะลดลงมาอยู่ที่ตัวละ 400-800 บาท และส่วนปลาที่ค่อนข้างมีความพิเศษเหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีความชำนาญ ราคาจะอยู่ที่ตัวละ 1,200-1,500 บาท

“ตั้งแต่ผมทำฟาร์มมา ลูกค้าที่เข้ามาถือว่ามีความหลากหลาย แต่ละท่านก็จะชอบอะไรที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นการขายของผมจะเน้นสอบถามก่อน ว่าแต่ละท่านมีพื้นฐานมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็จะแนะนำการเลี้ยงตามที่ลูกค้าสนใจ ซึ่งจุดแข็งของฟาร์มผมมีปลาให้เลือกเยอะ ปลามีความแข็งแรง ลูกค้าจีงมั่นใจได้ว่าซื้อกลับไปเลี้ยงที่บ้านแล้วไม่ตายแน่นอนครับ ซึ่งคนที่สนใจผมก็อยากจะฝากว่า ให้ลองมาเลี้ยงเถอะครับ ถ้าเราชอบจริง ค่อยๆ ลงมือทำ แล้วการลองผิดลองถูกของเราจะช่วยให้เราประสบผลสำเร็จเองได้ไม่ยากครับ” คุณเบนซ์ บอกทิ้งท้าย

สำหรับท่านใดที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการศึกษาการเลี้ยงปลาทองให้ประสบผลสำเร็จ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสมชาย ศรีรักษา หรือ คุณเบนซ์ ฟาร์มตั้งอยู่ที่บ้านขี้เหล็ก ตำบลกุดใส่จ่อ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม หมายเลขโทรศัพท์ 097-321-2051

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพาะพันธุ์ปลาทองขาย เน้นพันธุ์คุณภาพ เพาะได้ไม่ยาก ปลาติดตลาดผลิตขายไม่ทัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...