คุยกับ ‘พลินี คงชาญศิริ’ ก้าวต่อไปของ One Bangkok Retail สู่ Urban Lifestyle Ecosystem
“ตลอด 2 ปี เราได้เห็นว่า Ecosystem ของเรา ได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เราดีใจที่ได้เห็นวันนี้ วัน Bangkok Retail เป็นมากกว่าแค่ Retail Project แต่ที่นี่กำลังจะกลายเป็น Destination ในใจของทุกคน”
ประโยคแรกของ‘พลินี คงชาญศิริ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก ที่สรุปหมุดหมายครบ 2 ปี ของ One Bangkok Retail พื้นที่รีเทลที่สร้างสีสันให้โครงการ One Bangkok ซึ่งเปิดตัวแล้ว 2 โซนหลัก คือ พาเหรด (Parade) และ เดอะ สตอรีส์ (The Storeys) ให้บริการช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง และไลฟ์สไตล์
‘พลินี’ เล่าให้ฟังต่อว่า ความหมายของ Ecosystem กำลังเริ่มสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนของออฟฟิศสำนักงานมี Global Company เข้ามาอยู่ใน One Bangkok มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Baker McKenzie, EY, BMW Thailand, Netflix, Microsoft รวมถึง Frasers Property ฯลฯ ได้เข้ามาอยู่ใน District ถือเป็น Organic Traffic ที่ดีสำหรับรีเทล
ขณะที่โรงแรม และ Residential ที่เริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ทั้ง Ritz-Carlton Bangkok, Andaz One Bangkok และคอนโดมิเนียมที่ทยอยมาแล้ว ที่ผ่านมาได้เห็นการเติบโตของ District เรา แล้วก็สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ Seamless Integration ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการเติบโตของรีเทลในระยะยาว
[ สรุป 2 ปี การเติบโตของ One Bangkok Retail ]
จำนวนผู้มาเยือน (ทราฟฟิก) One Bangkok Retail มากกว่า 40 ล้านคนต่อปี โดยปีที่ 2 เติบโตจากปีแรก 30% จากการเปิดบริการพื้นที่รีเทลใหม่ๆ ผู้เช่าออฟฟิศ ผู้พักอาศัยในเรสซิเดนซ์ นักท่องเที่ยวในโรงแรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ยอดทราฟฟิกเฉลี่ย 110,000 คนต่อวัน สัดส่วนมาจากผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ (ออฟฟิศ ที่พักอาศัย และโรงแรม) 50% และผู้ใช้บริการทั่วไปภายนอก 50% วันเสาร์และอาทิตย์ มีคนใช้บริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว โดยทราฟฟิกใกล้เคียงวันธรรมดา
ยอดขายรวมของรีเทลเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อัตราการเช่าพื้นที่รีเทล ปัจจุบันประมาณ 96% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 98% ภายในสิ้นปี 2569 (เปิดตัวร้านค้าและแบรนด์ใหม่ในไตรมาส 4)
ยอดขายรวมของรีเทลเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการเพิ่มขึ้น และการเติบโตของธุรกิจโดยรวม หลังจากโครงการเปิดให้บริการมาเกือบ 2 ปี
ฐานสมาชิก One Bangkok เติบโตขึ้นมากกว่า 300,000 คน
“ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เราตั้งใจและวางแผนไว้ เราเป็นน้องใหม่ในวงการ Retail และ 2 ปีที่ผ่านมา เราก็ยืนหยัดมาถึงจุดนี้ ทั้ง Visitation หรือ Loyalty Member รวมถึง Repeat Customers ที่เข้ามา”
[ แพลทฟอร์มสำคัญของการสร้างแบรนด์-มากกว่าแค่ช้อปปิ้ง-สร้างคอมมูนิตี้-การมาซ้ำ ]
‘พลินี’ บอกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตัวเลขที่เราภูมิใจ แต่มากกว่าเรื่องของตัวเลขเราได้เห็นภาพมากกว่าว่าวันนี้รีเทลของเรา เริ่มเป็น Destination มากขึ้น คนอยากจะมาใช้ชีวิตแล้วก็อยากกลับมาซ้ำมากขึ้น
“เราได้เห็นเสาร์-อาทิตย์มีครอบครัวพาตัวเล็กมาวิ่งเล่น เข้า Join Workshop ร้านค้าต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่นี่ พาครอบครัวมา ผู้ใหญ่มา และสัตว์เลี้ยงก็เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ด้วย ทุกคนได้ใช้ที่นี่เป็น Destination ของทุกคนจริง ๆ”
อีกจุดสำคัญคือแบรนด์ต่างๆ มองที่นี่เป็น Platform ที่สำคัญในการสร้างตัวตนของแบรนด์ ไม่ว่าจะ Flagship Store เป็น Larger Format หรือสร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน อาทิ Rolex, Patek Philippe ในส่วนของ Rolex เป็น Duplex Store ที่แรกในเมืองไทย ในขณะที่ Patek Philippe เปิด Boutique ในแบบที่เป็น Duplex ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับ BOSS ที่เปิด Flagship Store ใหญ่สุดในภูมิภาคนี้ และมี BOSS Cafe ที่เป็นแห่งแรก รวมทั้ง COVA แบรนด์เก่าแก่จากอิตาลี เปิด Flagship Store ที่แรกในเมืองไทย และเป็น Largest Store ในเอเชีย นอกจากนี้อื่นๆ ยังมี Carnival, On Store ที่วางตัวเองเป็น Lifestyle Community
ปัจจุบันมีแบรนด์แฟชั่นมากกว่า 500 แบรนด์ ที่เปิดกับเราตั้งแต่เปิดศูนย์การค้ามา และมีแบรนด์ที่เป็น Food and Beverage มากกว่า 400 แบรนด์ และหลายแบรนด์เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ และไม่เคยเปิดในศูนย์การค้ามาก่อน ดังนั้น One Bangkok Retail จึงได้เป็นเรื่องของการแค่มาช้อปปิ้งอย่างเดียวแล้ว วันนี้ลูกค้าคาดหวังในเรื่อง Entertainment, Culture, Art, Experience และ Community ที่เขามีร่วมกัน”
‘พลินี’ ฉายภาพที่ชัดเจนว่า กลยุทธ์หลัก ๆ ของ One Bangkok Retail วันนี้ เราจะ Creating Reasons to Come Back ทำยังไงให้คนกลับมาใช้ชีวิตของเขาที่นี่ซ้ำ ๆ Repeating เรื่อย ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ และหนึ่งใน Key Strategy คือ เราทำงานร่วมกับ Community เยอะมาก มีการทำอีเวนต์ต่างๆ และอีเวนต์ประจำปีทุกปีทั้งช่วง ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ เดือนไพร์ด คริสต์มาส เคานต์ดาวน์ และอีเวนต์ตามช่วงเทศกาลต่างๆ
“ดังนั้นทุกคนที่มาเนี่ยที่นี่ไม่ใช่เป็นแค่ Shopping Center แล้ว แต่เป็น Lifestyle Destination มากกว่า ที่คนมาทุกครั้งก็ได้สัมผัสแล้วมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอด”
[ หลังจากนี้ของ One Bangkok Retail ]
ผ่านมา 2 ปี ถือเป็นจุดเริ่มต้น และปีต่อไป ‘พลินี’ เล่าว่า จะมีแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น มี Ecosystem ที่แข็งแรงขึ้น อาทิ Tsutaya Bookstore จากญี่ปุ่น เปิดร้านแรกในประเทศไทย เป็นร้านหนังสือคอนเซ็ปต์สโตร์ระดับโลก พื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ที่อาคาร The Storeys ชั้น G พบอาณาจักรหนังสือกว่า 50,000 เล่ม พื้นที่ให้ศิลปะ และ Book Cafe เป็นร้านที่เข้าถึงกลุ่มนักอ่านทุกวัย รวมทั้งเด็กรุ่นใหม่ Gen Z เปิดให้บริการ ตุลาคม 2569
Edikted แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ระดับโลกจากอเมริกามาเปิดร้านแรกในเอเชีย เป็นแบรนด์ที่สร้างสีสันให้พื้นที่รีเทล และขยายฐานลูกค้า Gen Z เปิดให้บริการ ตุลาคม 2569
HarborLand Island: Indoor water park and Family Entertainment คอนเซ็ปต์ใหม่ สำหรับครอบครัว เปิดให้บริการ ตุลาคม 2569
Nightlife Entertainment คอนเซ็ปต์ใหม่ โดยกลุ่ม Tic Tac Toe บนพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร เตรียมเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วย 3 แบรนด์ คือ Yoru, Checkmate และ Hotline รองรับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศใช้พื้นที่สังสรรค์หลังเลิกงาน รวมทั้งคนทั่วไปการจัดการแบรนด์ ตลอดจน Dining Destination ร้านและคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ
“มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้ายนี้ อย่างอาคารสำนักงานเกรดเอ 5 อาคาร ที่เปิดบริการแล้วคือ ทาวเวอร์ 4 ตามด้วยทาวเวอร์ 3 และทาวเวอร์ 5 และปลายปีนี้ทาวเวอร์ 2 จะเปิดให้บริการ ซึ่งประชากร Office worker ก็จะเข้ามาอยู่ใน District เพิ่มขึ้น และมีความสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งในส่วนของโรงแรมลักชัวรี่และเรสซิเดนซ์”
และในช่วงไตรมาสสุดท้าย จะมีงาน 2nd Anniversary ในเดือนตุลาคม ซึ่งจะมีอีเวนต์พิเศษ คือ One Bangkok Fest เป็นงาน Festival ในรูปแบบ Oktoberfest รวมทั้งมีโปรโมชั่นและแคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี ไปจนถึงช่วงคริสต์มาสและเคานต์ดาวน์
สุดท้ายสำหรับการแข่งขันของตลาด Retail ระดับพรีเมียมในย่านสีลม-วิทยุ ขณะนี้ ‘พลินี’ มองว่า การที่มีผู้เล่นหรือศูนย์การค้าอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในย่านนี้ ช่วยทำให้ย่านนี้แข็งแกร่งขึ้น และกลายเป็น Destination ที่ทุกคนอยากมาใช้ชีวิต ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมทั้งหมด โดยกลยุทธ์ปี 2570 และช่วงต่อจากนี้ One Bangkok Retail วางเป้าหมายเติบโตขึ้นในทุก ๆ ปี ทั้งจากจำนวนประชากรคนทำงานในออฟฟิศที่ย้ายเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการเปิดอาคารใหม่ ๆ รวมถึงการเพิ่มยอด Spending ของลูกค้าผ่านแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์เติบโตได้อย่างมั่นคง
“One Bangkok Retail เราไม่ได้มองว่า 2 ปีคือสิ่งที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่เรามองว่า 2 ปีนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง เรายังจะต้องทำงานกันต่อไป ขยับกันต่อไป เพื่อให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่สำคัญของทุกคน”