โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาวุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตกฎหมายคริปโต CLARITY Act พลิกโฉมตลาดสินทรัพย์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมลงมติร่างกฎหมายคริปโต CLARITY Act วันที่ 16 ก.ย. นี้ แบ่งเส้นแบ่งอำนาจ SEC และ CFTC ชี้ชะตาอนาคต Bitcoin และ Altcoin ตลอดจนแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

จับตาการพิจารณากฎหมายคริปโตครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกา เมื่อวุฒิสภาสหรัฐฯ (United States Senate) เตรียมลงมติเชิงกระบวนการต่อร่างกฎหมายดิจิทัล แอสเซต มาร์เก็ต แคลริตี แอ็กต์ (Digital Asset Market Clarity Act) หรือ CLARITY Act ในวันอังคารที่ 15 กันยายน 2026 เวลา 14.15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลาประมาณ 01.15 น. วันที่ 16 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย

⬛️ทำความรู้จัก CLARITY Act
สำหรับ CLARITY Act มีชื่ออย่างเป็นทางการของ H.R. 3633 คือ Digital Asset Market Clarity Act of 2025 หรือ CLARITY Act of 2025 โดยมีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ให้ชัดเจนขึ้น
โดยเฉพาะการกำหนดว่า สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดควรอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (Securities and Exchange Commission: SEC) และประเภทใดอยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (Commodity Futures Trading Commission: CFTC)
โดยในเอกสารของสภาคองเกรสระบุว่า กฎหมายกำหนดกรอบสำหรับ Digital Commodity หรือสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล รวมถึงการจดทะเบียนแพลตฟอร์มซื้อขาย นายหน้า และผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนกำหนดมาตรการคุ้มครองลูกค้าและอำนาจกำกับดูแลของ SEC และ CFTC
⬛️กระบวนการพิจารณา CLARITY Act เป็นอย่างไร?
ก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมาย CLARITY Act ผ่านขั้นตอนสำคัญมาแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 หลังคณะกรรมาธิการการธนาคาร การเคหะ และกิจการเมือง วุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Committee on Banking, Housing, and Urban Affairs) ลงมติ 15 ต่อ 9 เสียง ให้ร่างกฎหมายเดินหน้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
ในการพิจารณาคืนนี้ หากได้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง จะไม่ได้หมายความว่า CLARITY Act ผ่านเป็นกฎหมายทันที แต่หมายความว่าวุฒิสภาสามารถเดินหน้าสู่การพิจารณาตัวร่างกฎหมายต่อได้ จากนั้นสมาชิกวุฒิสภายังสามารถอภิปรายรายละเอียดและเสนอแก้ไขเนื้อหาของกฎหมาย ก่อนเข้าสู่การลงมติขั้นต่อไป
หลังผ่านการลงมติเชิงกระบวนการ วุฒิสภาจะต้องเข้าสู่การพิจารณาร่าง CLARITY Act โดยอาจมีการเสนอ Amendment หรือการแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนเข้าสู่การลงมติว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะผ่านวุฒิสภาหรือไม่
จุดสำคัญอยู่ที่ CLARITY Act ซึ่งอยู่ในกระบวนการของวุฒิสภาขณะนี้อาจมีเนื้อหาแตกต่างจากร่างที่สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบ หากวุฒิสภาแก้ไขข้อความ รัฐธรรมนูญและกระบวนการนิติบัญญัติของสหรัฐฯ กำหนดให้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต้องเห็นชอบข้อความกฎหมายฉบับเดียวกัน ก่อนที่จะส่งต่อไปยังประธานาธิบดี
หากวุฒิสภาผ่านร่างฉบับที่มีการแก้ไข จะต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาว่าจะยอมรับข้อความของวุฒิสภาหรือไม่ หรือทั้งสองฝ่ายอาจต้องเจรจาปรับข้อความจนได้ฉบับที่ตรงกัน เมื่อทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเห็นชอบข้อความเดียวกันแล้ว ร่างกฎหมายจึงจะถูกส่งไปยัง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (President of the United States) เพื่อพิจารณาลงนาม
⬛️CLARITY Act สำคัญต่อวงการคริปโตอย่างไร?
ก่อนหน้านี้ ปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมคริปโตสหรัฐฯ คือบริษัทจำนวนมากไม่แน่ใจว่าสินทรัพย์ที่ตัวเองออกหรือซื้อขายจะถูก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) มองว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่
CLARITY Act พยายามสร้างกรอบแบ่งหน้าที่ให้ชัดขึ้น โดยสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ Digital Commodity หรือสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล จะอยู่ภายใต้บทบาทกำกับของ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) มากขึ้น ขณะที่สินทรัพย์และธุรกรรมที่เข้าลักษณะหลักทรัพย์ยังอยู่ภายใต้ SEC
บริษัทคริปโตอาจสามารถประเมินได้ตั้งแต่ต้นว่าต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานใดและต้องปฏิบัติตามกฎชุดใด แทนที่จะรอให้เกิดคดีหรือการบังคับใช้กฎหมายภายหลัง
หาก CLARITY Act ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติและมีผลบังคับใช้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะปล่อยตลาดคริปโตให้มีเสรีภาพมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้กฎหมายจะต้องเข้าสู่ระบบกำกับดูแลและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ชัดเจนขึ้น
แพลตฟอร์มซื้อขาย นายหน้า และผู้ให้บริการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับ Digital Commodity จะต้องเข้าสู่ระบบจดทะเบียนและปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น การดูแลทรัพย์สินของลูกค้า การเปิดเผยข้อมูล การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ

⬛️ CLARITY Act กระทบ Bitcoin Altcoin และ Stablecoin หรือไม่?
สำหรับบิตคอยน์ (Bitcoin) ผลกระทบด้านการจัดประเภทอาจไม่รุนแรงเท่าสินทรัพย์อื่น เพราะหน่วยงานสหรัฐฯ มีแนวทางมายาวนานในการปฏิบัติต่อ Bitcoin ในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ อาจกระทบบางส่วนในด้านความผันผวนของราคาบิตคอยน์ (Bitcoin)
แต่ประเด็นที่ตลาดจะจับตามากกว่า คือ Altcoin และ Token จำนวนมาก เพราะ CLARITY Act สร้างกระบวนการและเกณฑ์สำหรับพิจารณาสถานะของสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวสินทรัพย์กับโครงการหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
หากสินทรัพย์บางชนิดสามารถเข้าสู่กรอบ Digital Commodity ได้อย่างชัดเจน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของการนำเหรียญนั้นเข้าซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ อาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า CLARITY Act จะประกาศให้ Altcoin ทุกเหรียญเป็นสินค้าโภคภัณฑ์โดยอัตโนมัติ
ส่วน Stablecoin เช่น USDT และ USDC มีลักษณะแตกต่างจากสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป Bitcoin และ Altcoin เนื่องจากถูกออกแบบให้รักษามูลค่าให้ใกล้เคียงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เช่น 1 USDC มีเป้าหมายรักษามูลค่าไว้ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น CLARITY Act จึงไม่ใช่กฎหมายที่มุ่งกำกับ Stablecoin โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ประเด็น Stablecoin ยังคงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพิจารณากฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในสภาคองเกรส โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่องการจ่าย ผลตอบแทนหรือรางวัลแก่ผู้ถือ Stablecoin ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายดอกเบี้ย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...