โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The School of Athens กับ 1 หญิงสาวที่ถูกซ่อนไว้ในภาพ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพวาดฝาผนัง ปูนเปียก ยุคเรอเนซองส์

The School of Athens กับ 1 หญิงสาวที่ถูกซ่อนไว้ในภาพ?

เมื่อพูดถึงภาพวาดอันโด่งดังในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา (Renaissance) หนึ่งในภาพที่เรามักจะนึกถึงกันคือ The School of Athens ผลงานของ ราฟาเอลโล ซานซิโอ ดา อูร์บิโน (Raffaello Sanzio da Urbino) หรือที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่า ราฟาเอล (Raphael)

ราฟาเอลได้วาดนักคิดและนักปรัชญามากมายไว้ในภาพ แต่เขาอาจแอบซ่อนผู้หญิงคนหนึ่งไว้ที่มุมซ้าย ให้เธอยืนจ้องหน้ามายังผู้ชมอย่างไม่วางตา

ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือ ไฮพาเทีย (Hypatia) แห่งอเล็กซานเดรีย นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และนักปรัชญาหญิงคนแรกที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

ว่ากันว่าเธอได้ร่วมเรียบเรียงคำอธิบาย (Commentary) เกี่ยวกับงานคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ของนักวิชาการกรีก เช่น Almagest ของ ปโตเลมี (Ptolemy)

ไฮพาเทียเป็นบุตรสาวของธีออนแห่งอเล็กซานเดรีย (Theon of Alexandria) นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และผู้ดูแลห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย ทำให้เธอมีความรอบรู้ศาสตร์แขนงต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ๆ

ในช่วงที่เติบโตขึ้นเธอก็ได้เดินทางไปที่กรุงเอเธนส์ (Athens) เพื่อศึกษาเล่าเรียนกับ พลูทาร์ก (Plutarch) และเมื่อกลับมายังอเล็กซานเดรีย เธอได้กลายเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียง สอนคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และปรัชญา

ปรัชญาที่เธอสอนนั้นได้อิทธิพลมาจากเพลโต (Plato) มีแนวคิดไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ สิ่งลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ และสอนให้ตั้งคำถามในสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อของคริสต์ศาสนาในยุคสมัยนั้น ทำให้เธอถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตจากการต่อสู้กันทางความคิด

ในช่วง ค.ศ. 412 หลังจากที่ไซริลแห่งอเล็กซานเดรีย (Cyril of Alexandria) ได้ขึ้นมาเป็นพระสังฆราช (Bishop) การที่เธอถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตและเป็นศัตรูกับศาสนจักรก็ดูจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก เกิดความขัดแย้งระหว่างการเมืองและศาสนาในเมืองอเล็กซานเดรีย และหนึ่งในข้าหลวงที่มีอิทธิพลพอ ๆ กับไซริลอย่าง โอเรสเตส (Orestes) ก็เป็นลูกศิษย์ของไฮพาเทีย

เมื่อความขัดแย้งเดินทางมาถึงจุดแตกหักในช่วง ค.ศ. 415 ไฮพาเทียก็ถูกพวกคลั่งศาสนาหัวรุนแรงจับตัวไปทำร้าย และลากไปจนถึงโบสถ์แห่งหนึ่ง จนที่สุดเธอก็เสียชีวิต คนร้ายกลุ่มนี้ยังเผาทำลายตำรา และงานต่าง ๆ ทำให้ตัวตนของเธอแทบจะเลือนหายไป

เมื่อกาลเวลาผ่านมาจนถึงยุคเรอเนซองส์ พระสันตะปาปายูลิอุสที่ 2 (Pope Julius II) ให้ราฟาเอลวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในห้องอ่านหนังสือส่วนตัว เขาจึงได้วาดภาพ The School of Athens ที่รวมเอานักปรัชญามากมายไว้ด้วยกัน

มีเรื่องเล่าและทฤษฏีกล่าวไว้ว่า ในตอนแรกราฟาเอลได้วาดไฮพาเทียไว้ตรงกลางรูป แต่เมื่อพระสันตะปาปาทราบว่าคนที่เขาวาดเป็นใคร ก็รู้สึกไม่พอใจ และสั่งให้ลบออก ทำให้ราฟาเอลต้องซ่อนไฮพาเทียไว้ที่ด้านซ้ายของภาพวาด แล้วปรับภาพลักษณ์ของเธอให้มีลักษณะคล้ายหลานชายของพระสันตะปาปาแทน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิชาการออกมาโต้แย้งทฤษฏีนี้ โดยในงานวิจัยเรื่อง Conjecture and Proof: A Case of Shifting Identities in Raphael’s School of Athensของ Katherine Smith Abbott และ Stephen Abbott ศาสตราจารย์ด้านศิลปะ จาก Middlebury College ได้นำเสนอไว้ว่า

หากวิเคราะห์กันตามมุมมองทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลด้านซ้ายมือของภาพที่จ้องมองมายังผู้ชมนั้นจะเป็นไฮพาเทีย เนื่องจากเธอถูกสังหารด้วยน้ำมือกลุ่มชาวคริสต์หัวรุนแรงที่คลั่งศาสนา การนำภาพของเธอมาใส้ไว้ในห้องทำงานของพระสันตะปาปาจึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงและรับไม่ได้ในยุคนั้น

ทำให้แท้จริงแล้วตัวตนของบุคคลนั้นน่าจะเป็น ฟรานเชสโก มาเรีย เดลลา โรเวเร (Francesco Maria della Rovere) หลานชายผู้เป็นที่รักของพระสันตะปาปายูลิอุสที่ 2 นั่นเอง

ถึงแม้ตัวตนของบุคคลดังกล่าวในภาพ The School of Athens จะมีข้อโต้แย้งว่าคือใครกันแน่ แต่การยืนจ้องหน้ามายังผู้ชมอย่างไม่วางตา เช่นเดียวกับราฟาเอลที่วาดตัวเขาเองในภาพแล้วมองมาในลักษณะคล้ายกัน อาจสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญบางอย่างที่จิตกรแฝงนัยยะเอาไว้ก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Joshua J. Mark. (2009). Hypatia of Alexandria. World History Encyclopedia. https://www.worldhistory.org/Hypatia_of_Alexandria/

Katherine Smith Abbott and Stephen Abbott. (2011). Conjecture and Proof: A Case of Shifting Identities in Raphael’s School of Athens. Bridges 2011: Mathematics, Music, Art, Architecture, Culture. https://archive.bridgesmathart.org/2011/bridges2011-527.pdf?fbclid=IwY2xjawTNapJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmn4QOECRsHwU9SWW8iM_K57mzcsYG4eF8i0Qf-07m8mklb7WMx4f9DPDCIr_aem_MfKV5FlYk0IPn4MTWXVv2g

Pasachoff, N., Pasachoff, J.M. (2014). Hypatia. In: Hockey, T., et al. Biographical Encyclopedia of Astronomers. Springer, New York, NY. https://link.springer.com/rwe/10.1007/978-1-4419-9917-7_669?fbclid=IwY2xjawTNI6tleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmER7pJZxY0kSTwQLy7CqhLO_SUKkpCpRx_4tGZ93rdkZt8QBzpH0vdFjxJg_aem_5e5D-Y4sN2KcryP3rEBEJw#citeas

Oxford Classical Dictionary. (2022). Hypatia. Oxford University Press. https://academic.oup.com/edited-volume/61673/chapter-abstract/548938247?utm_source=chatgpt.com&utm_id=97757_v0_s00_e0_tv0&fbclid=IwY2xjawTNI6NleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmER7pJZxY0kSTwQLy7CqhLO_SUKkpCpRx_4tGZ93rdkZt8QBzpH0vdFjxJg_aem_5e5D-Y4sN2KcryP3rEBEJw&login=true

Michael Deakin. (2026). Hypatia. Encyclopædia Britannica. https://www.britannica.com/topic/Library-of-Alexandria

ทีมงานต่วย’ตูน. (2553). แด่ความจริง ไฮพาเทีย. https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/74655

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : The School of Athens กับ 1 หญิงสาวที่ถูกซ่อนไว้ในภาพ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...