โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ป.ป.ช.ลุยแฉขบวนการ “โกงสอบท้องถิ่น” สะเทือน 4.3 แสนผู้สมัคร ตั้งไต่สวน 6,012 ราย พบพิรุธแก้กระดาษคำตอบ-เงินหมุนเวียน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ช.ลุยแฉขบวนการ “โกงสอบท้องถิ่น” สะเทือน 4.3 แสนผู้สมัคร ตั้งไต่สวน 6,012 ราย พบพิรุธแก้กระดาษคำตอบ-เงินหมุนเวียน เร่งตรวจข้อสอบ 8 แสนใบ ล่าตัวการใหญ่ถึงระดับอธิบดี

วันที่ 25 ส.ค. 2569 นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 หลัง ป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่อทุจริตจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี e-bidding โดยกำหนดเงื่อนไข TOR เอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาบางราย ล็อกสเปก และลิดรอนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมถึงมีการแอบอ้างเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ

การสอบครั้งดังกล่าวมีผู้สมัครรวม 438,277 คน ใน 10 เขต 105 ตำแหน่ง รวม 8,548 อัตรา มีผู้สอบผ่านขึ้นบัญชี 55,194 ราย และถูกเรียกบรรจุแล้ว 15,520 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิ.ย. 2569

จากการสืบสวนพบพยานสำคัญพาดพิงถึงเครือข่ายของนายพิชิต ทั้งพรม หรือ “เอ” ซึ่งมีพฤติการณ์ตระเวนหาผู้สมัครสอบที่ยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่าน โดยพบความผิดปกติในผลสอบของผู้เข้าสอบบางราย อาทิ นายภีมศรันย์ อุบลแก้วศิริ และนายกฤษดา รักแจ้ง อดีตลูกจ้างกองช่าง เทศบาลเมืองบางแม่นาง ซึ่งสอบได้ลำดับที่ 1 และ 3 ในตำแหน่งวิศวกรโยธา ศูนย์สอบภาคกลาง เขต 1 โดยมีคะแนนสูงผิดปกติมากกว่า 90 คะแนนจาก 100 คะแนน และปัจจุบันทั้งคู่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการที่เทศบาลเมืองบางรักพัฒนาแล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 พยานได้ให้ข้อมูลว่ามีการลักลอบแก้ไขกระดาษคำตอบภายในบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ก่อนเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 618/2569 เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. พบผู้ที่อยู่ภายในบริษัท 11 ราย พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์ 13 เครื่อง กระดาษคำตอบ แฟลชไดรฟ์ และฮาร์ดดิสก์แบบพกพา รวมถึงได้หลักฐานสำคัญเป็นแฟลชไดรฟ์ข้อมูลดิบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกระดาษคำตอบจริงจากโรงพิมพ์จวนนิช เพื่อนำมาเปรียบเทียบตรวจสอบการแก้ไขคะแนน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ พบรายชื่อและรูปแบบพฤติการณ์ที่สอดคล้องกับการทุจริตสอบสายงานผู้บริหารท้องถิ่นเมื่อปี 2564 ทำให้ ป.ป.ช.เชื่อว่าอาจเป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี

ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยมีผู้ถูกกล่าวหาแล้ว 6,012 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่สอบปากคำผู้เข้าสอบเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มนายหน้า พร้อมประสาน ปปง.และธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึก รวมถึงขอข้อมูลจากธนาคารกรุงไทยเพื่อระบุตัวผู้ชำระเงินแทนกัน เพื่อดำเนินคดีและติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด

ป.ป.ช.กำหนดกรอบการไต่สวนเบื้องต้นไม่เกิน 6 เดือน พร้อมเตรียมรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากเป็นคดีขนาดใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ป.ป.ช.แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับนโยบาย กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำระบบและการประเมินผล และกลุ่มตัวกลางที่ทำหน้าที่รับเงินหรือผู้ได้รับประโยชน์จากการทุจริต

ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป.ป.ช.อยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลธุรกรรมจากธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงาน ปปง. เพื่อวิเคราะห์กระแสเงินทั้งขาเข้าและขาออก โดยพบกระแสเงินหมุนเวียนที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ย้ำว่า การพบเส้นทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชี้ความผิดได้ทันที ต้องนำมาพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมือง

ขณะเดียวกัน เป้าหมายสำคัญของการไต่สวนคือการขยายผลไปยังตัวการใหญ่เบื้องหลัง โดย ป.ป.ช.ได้ตั้งเรื่องไต่สวนกลุ่มคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ TOR และการจัดสอบ รวมถึงข้าราชการระดับสูงแล้ว 10 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับอธิบดี 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการลงนามสัญญาหรือข้อตกลงจัดสอบ นอกจากนี้ยังมีการตั้งเรื่องไต่สวนประธาน อก. นายประยูร และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขยายผลย้อนหลังไปยังการสอบในปีอื่นที่พบรูปแบบพฤติการณ์คล้ายคลึงกัน

สำหรับการแยกแยะผู้สอบ ป.ป.ช.จะพิจารณาระหว่างผู้กระทำผิดกับผู้เสียหาย โดยผู้กระทำผิดหมายถึงผู้ที่ยอมจ่ายเงินหรือผลประโยชน์เพื่อแลกกับการแก้ไขคะแนนจนทำให้สอบผ่าน ส่วนผู้เสียหายคือผู้ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการแก้ไขข้อสอบ แต่มีชื่อสอบผ่านและได้รับการบรรจุ โดยการไต่สวนจะต้องพิสูจน์เจตนาของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างเตรียมนำเครื่องตรวจข้อสอบที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ตรวจพิสูจน์กระดาษคำตอบประมาณ 800,000 ใบ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 วันนับจากวันที่ได้รับเครื่อง เพื่อเปรียบเทียบกระดาษคำตอบกับรายงานผลสอบจริง และจะใช้ระบบ Double Check ตรวจสอบซ้ำเพื่อป้องกันความผิดพลาด หากพบการแก้ไขคะแนนหรือแทรกรายชื่อ จะคัดแยกผู้กระทำผิดออกจากบัญชี และส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย รวมถึงเพิกถอนสิทธิตามกฎหมาย

ส่วนกรณีมหาวิทยาลัยบูรพา ป.ป.ช.ยืนยันว่าจะไต่สวนผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการนัดพบใน Safe House และการเรียกร้องผลประโยชน์ พร้อมระบุมาตรการทางกฎหมาย 2 แนวทาง ได้แก่ การคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่อาจได้รับอันตราย และการกันผู้ร่วมกระทำผิดบางรายไว้เป็นพยาน เพื่อใช้ข้อมูลขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกับตัวการใหญ่ต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...