“ราคาทองแดง” ร่วง หลังเงินเฟ้อสหรัฐร้อนแรง หนุนคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์นี้
ราคาทองแดง LME ลดลง 0.3% แตะ 14,193 ดอลลาร์/ตัน หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด ดันตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์นี้
วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองแดงปรับตัวลดลง หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ขณะที่การแข็งค่าของเงินดอลลาร์และแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงกดดันราคาโลหะส่วนใหญ่
*สัญญาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ร่วงลงมากถึง 0.6% หลังเพิ่งบันทึกการปรับตัวลดลงรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยโลหะสำคัญชนิดอื่นส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบเช่นกัน*
นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย หลังข้อมูลเงินเฟ้อที่ประกาศเมื่อวันศุกร์สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แม้ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแรงกดดันทางการเมืองที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐ โดยทั่วไปนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นถือเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น โลหะ
ขณะเดียวกันส่วนต่างราคาทองแดงส่งมอบทันที (Spot) เทียบกับสัญญาล่วงหน้า 3 เดือน อยู่ที่ 4.50 ดอลลาร์ต่อตัน ในวันจันทร์ หลังส่วนต่างดังกล่าวแคบลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดเริ่มผ่อนคลายลง
นักวิเคราะห์จาก Sucden Financial ระบุว่า หลังสถานะเก็งกำไรในตลาดลดลง ขณะที่ความตึงตัวของอุปทานระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย ราคาทองแดงมีแนวโน้มผันผวนใกล้ระดับปัจจุบัน จนกว่าจะมีแรงซื้อกลับเมื่อราคาปรับลงอย่างชัดเจน หรือมีปัจจัยใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยพื้นฐานเข้ามากำหนดทิศทางตลาด
ก่อนหน้านี้ ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ ทำให้ผู้ค้าเร่งขนส่งทองแดงเข้าสหรัฐล่วงหน้าเพื่อหวังทำกำไรจากราคาภายในประเทศที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้แนวโน้มความต้องการทองแดงสำหรับระบบสายไฟใน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงปัญหาด้านอุปทานจากเหมืองสำคัญหลายแห่ง ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองแดงในช่วงที่ผ่านมา
ณ เวลา 10.05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองแดงในตลาด LME ลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 14,193 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ สังกะสี ลดลง 0.7% ส่วน อะลูมิเนียม ทรงตัว
ด้านราคาแร่เหล็ก ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยปรับตัวลง 0.4% มาอยู่ที่ 97 ดอลลาร์ต่อตัน ท่ามกลางแรงกดดันในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
อ้างอิง : www.bloomberg.com